ศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้ง ยกคำร้อง กลุ่มสว.สำรอง ชี้ไม่มีอำนาจยื่นให้ สว.ในวุฒิสภาทั้ง 136 คน หยุดปฏิบัติหน้าที่ เนื่องจากยื่นหลัง กกต.ประกาศรับรองผลแล้ว
4 พ.ย. 2568 หลายสื่อ อาทิ ข่าวสด กรุงเทพธุรกิจ และ ผู้จัดการออนไลน์ รายงานตรงกันว่า จากกรณีกลุ่ม สว.สำรองจำนวน 12 คน เดินทางเข้ามายื่นคำร้องต่อศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้ง เพื่อขอให้วินิจฉัยถอดถอนและมีคำสั่งให้ สว.จำนวน 136 คนหยุดปฏิบัติหน้าที่เมื่อวันที่ 30 ต.ค. ก่อนที่ศาลนัดฟังคำสั่งเมื่อวันที่ 3 พ.ย.ที่ผ่านมา
ศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้ง ตรวจสำนวนประชุมปรึกษาแล้ว เห็นว่าตามที่ผู้ร้องยื่นคำร้องอ้างว่า สว. 136 คน ที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้ประกาศผลการเลือกแล้วเมื่อวันที่ 10 ก.ค.2567 ได้กระทำเพื่อให้ได้รับเลือกเป็น สว. โดยวิธีการที่ไม่สุจริตและเที่ยงธรรม อันเป็นการฝ่าฝืนรัฐธรรมนูญ มาตรา 113
มีพฤติการณ์ส่อไปในทางฝักใฝ่พรรคการเมือง ไม่ปฏิบัติตนให้เป็นกลางในทางการเมือง เช่น การลงมตีในเรื่องต่างๆ ไปในทิศทางเดียวกันกับความเห็นของพรรคการเมืองบางพรรค การพิจารณาเพื่อให้ความเห็นชอบบุคคลผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระส่อไม่สุจริต เมื่อคณะกรรมการสืบสวนและไต่สวนได้สืบสวนและไต่สวน และมีมติเสนอกกต. เพื่อพิจารณา กับกรมสอบสวนคดีพิเศษ มีหนังสือแจ้งผลความคืบหน้าในการสืบสวนต่อประธานกกต.
แต่ กกต.มิได้ดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ให้เสร็จภายใน 1 ปี ตามระเบียบกกต.ว่าด้วยการสืบสวน การไต่สวนและวินิจฉัยชี้ขาด พ.ศ. 2561 และฉบับแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 3 ) พ.ศ.2566 ข้อ 72 การกระทำของกกกต.เข้าข่ายเป็นความผิดตามมาตรา 72 แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยการเลือกสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. 2561
ผู้ร้องขอใช้สิทธิตามมาตรา 44 แห่งพ.ร.ป.ดังกล่าว ขอให้ศาลฎีกามีคำสั่งให้สว. ตามคำร้อง จำนวน 136 คน หยุดปฏิบัฏิบัติหน้าที่เป็นการชั่วคราว และสั่งให้ กกต.ส่งเรื่องหรือความเห็นที่ได้รับมาจากคณะกรรมการสืบสวนและไต่ส่วน เสนอต่อ กกต. มายังศาลฎีกา นั้น
เห็นว่า แม้ระเบียบของที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาว่าด้วยการพิจารณาและวินิจฉัยคดีเกี่ยวกับสิทธิสมัครรับเลือก การดำเนินการเกี่ยวกับการเลือก และการเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งหรือสิทธิเลือกตั้งในการเลือกสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. 2561 ออกตามความในมาตรา 226 วรรรคเจ็ด ของรัฐธรรมนูญ และมาตรา 8 แห่งพ.ร.ป.ว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ.2561
กำหนดให้ศาลฎีกามีอำนาจพิจารณาและวินิจฉัยคดีเกี่ยวกับสิทธิสมัครรับเลือกเป็นสว. การดำเนินการเกี่ยวกับการเลือกสว. และการเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งหรือสิทธิเลือกตั้ง แต่การที่ผู้ร้องทั้งสิบสองอ้างว่า ผู้ร้องใช้สิทธิยื่นคำร้องตามมาตรา 44 แห่งพ.ร.ป.ว่าด้วยการได้มาซึ่งสว. ซึ่งเป็นบทบัญญัติในหมวด 3
การยื่นคำร้องตามบทบัญญัติมาตราดังกล่าวนั้น จะต้องยื่นคำร้องที่เกี่ยวกับขั้นตอนในระหว่างการดำเนินการเลือกสว.ในแต่ละระดับ กล่าวคือ ในระดับดับอำเภอ ระดับจังหวัด หรือระดับประเทศ
ดังนั้น เมื่อปรากฎข้อเท็จจริงว่า กกต.ประกาศผลการเลือก สว.ในราชกิจจานุเบกษาแล้วตั้งแต่วันที่ 10 ก.ค.2567 การยื่นคำร้องของของผู้ร้อง จึงเกิดขึ้นภายหลังการประกาศผลการเลือกสว.แล้ว ผู้ร้องย่อมไม่อาจยื่นคำร้องโดยอาศัยบทบัญญัติมาตราดังกล่าวได้ จึงมีคำสั่งยกคำร้อง
