'อลงกต' หนึ่งในผู้ชุมนุมม็อบ 14พฤศจิกายน64 แจ้งความดำเนินคดีมาตรา 157 ตำรวจ สน.ปทุมวัน เหตุเคยแจ้งดำเนินคดี คฝ.ที่ยิงกระสุนยางใส่ผู้ชุมนุมที่แยกเฉลิมเผ่า เมื่อ 4 ปีที่แล้ว (2564) แต่ปัจจุบันยังไร้ความคืบหน้า พนักงานสอบสวนยังไม่ส่งสำนวนให้อัยการเพื่อทำการส่งฟ้อง
28 พ.ย. 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า อลงกต สงพัฒน์แก้ว ผู้เข้าร่วมชุมนุมม็อบ 14พฤศจิกายน64 โพสต์ข้อความบนโซเชียลมีเดียเมื่อวานนี้ (27 พ.ย.) ได้เดินทางไปร้องทุกข์กล่าวโทษเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ปทุมวัน ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ จากกรณีที่เจ้าตัวเคยร้องทุกข์กล่าวโทษตำรวจควบคุมฝูงชน ที่ยิงกระสุนยางเข้าใส่ตัวเขาจนได้รับบาดเจ็บ ระหว่างเข้าร่วมการชุมนุม ‘เราไม่เอาสมบูรณาญาสิทธิราชย์’ เมื่อ 14 พ.ย. 2564
ย้อนไปเมื่อ 14 พ.ย. 2564 กลุ่มเราไม่เอาสมบูรณาญาสิทธิราชย์ นัดรวมตัวทำกิจกรรมเดินขบวนจากแยกปทุมวัน ไปที่สถานทูตเยอรมนี ถ.สาทร แต่ในระหว่างที่กำลังเดินขบวนถึงแยกเฉลิมเผ่า ขณะเลี้ยวขวาเข้าถนนอังรีดูนังต์ เกิดเหตุเจ้าหน้าที่ควบคุมฝูงชน (คฝ.) ยิงกระสุนยางเข้าใส่ประชาชนจนได้รับบาดเจ็บ โดยหนึ่งในนั้นคือ ‘อลงกต’ ซึ่งเขาได้รับบาดเจ็บจากการถูกยิงกระสุนยางที่ไหล่ซ้าย และชายโครง ข้างลำตัวด้านซ้าย
หลังเกิดเหตุ อลงกตเดินทางไปแจ้งความ คฝ.ที่ยิงกระสุนยาง ข้อหาทำร้ายร่างกาย ที่ สน.ปทุมวัน เมื่อ 14 พ.ย. 2564 ซึ่งเป็นวันเดียวกับที่เขาถูกยิงกระสุนยาง แต่ปัจจุบัน พบว่าคดียังอยู่ในชั้นพนักงานสอบสวนแม้ว่าคดีจะผ่านมานานถึง 4 ปีแล้วก็ตาม จึงเป็นเหตุผลที่ทำให้อลงกต มาร้องทุกข์กล่าวโทษ มาตรา 157 เมื่อวานนี้ (27 พ.ย.)
“ไม่มีความคืบหน้า ไม่มีรายงานผล ไม่มีอะไรเลยแม้กระทั่งชื่อคนทำยิงทำร้ายร่างกายทั้งหมด ยังไม่รู้ชื่อเลย แถมยังโดนตำรวจชุดสืบปทุมวันมายัดคดีอาญาอีก และไม่มีทนายสิทธิ์เข้ามาดูแลคดีซักคน แถมทนายที่เคยจ้างยังทิ้งไม่ตามคดีให้ เราก็เคว้งคว้างตามคดีเองอีก” อลงกต ระบุในโพสต์
ทั้งนี้ หลังจากที่อลงกต แจ้งความคดีทำร้ายร่างกายต่อ คฝ.แล้ว เขากลับถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจแจ้งความกลับ ข้อหาทำร้ายร่างกาย ต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงาน และฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉิน จากการเข้าร่วมชุมนุมเมื่อ 14 พ.ย. 2564 ซึ่งเขาให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา
ในช่วงระหว่าง 4 ปีของความพยายามติดตามคดีทำร้ายร่างกาย อลงกต ระบุว่า เขาพยายามไปร้องเรียนเจ้าหน้าที่หลายระลอก ทั้งการแจ้งความมาตรา 157 ต่อตำรวจ สน.ปทุมวัน เนื่องจากการทำคดีล่าช้า เคยร้องเรียนไปที่คณะกรรมการตรวจสอบและติดตามการบริหารงานตำรวจ (กต.ตร.) เคยร้องเรียนไปยังสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) โดยภายหลัง ป.ป.ท.ส่งเรื่องให้กับสำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) แต่ทั้งหมดนี้ก็ยังไม่มีความคืบหน้าเรื่องการเอาผิดกับทาง คฝ. รวมถึงเมื่อปี 2567 เจ้าตัวเคยพยายามร้องศาลปกครอง เรียกค่าเสียหายจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) จากการถูก คฝ. ยิงกระสุนยางเข้าใส่ แต่คดีหมดอายุความลงเสียก่อน ทำให้ไม่สามารถเรียกค่าเสียหายได้
นอกจากนี้ ตัวของอลงกต ยังโพสต์ตั้งคำถามถึงมาตรฐานการทำงานของตำรวจด้วยว่า ทำไมพอเป็นคดีมาตรา 112 ตำรวจถึงดำเนินคดีอย่างรวดเร็ว ไม่เหมือนกับคดีที่ผู้ชุมนุมโดนทำร้ายจากเจ้าหน้าที่รัฐ
"เราอยากรู้ว่าทำไมคดีที่โดนทำร้ายจากเจ้าหน้าที่รัฐ เจ้าหน้าตำรวจมันไม่ดำเนินคดีไวเหมือนคดี 112 นี่เราไม่ได้อยู่ในประเทศไทย ประเทศอารยะที่บังคับใช้กฏหมายอย่างเท่าเทียม หรือเจ้าหน้าที่ตำรวจช่วยกันเอง เพราะปัจจุบันก็ยังไม่สรุปสำนวนส่งอัยการ เราในฐานะผู้เสียหายไม่สามารถทราบถึงรายชื่อผู้กระทำผิด เพราะจะมีความผิดตาม พ.ร.บ.สื่อสาร เป็นไปได้ไง อันนี้ตำรวจปทุมวันบอกมา เราได้พบกับผู้กำกับ (สน.ปทุมวัน) คนใหม่ จากการประชุม เขารับปากว่าจะทำคดีให้จบภายใน 2 เดือน แต่ปัจจุบัน ผ่านมาครึ่งปีแล้ว ผกก.บอกว่าจะทำให้จบในยุคเขา อันนี้คืออะไร หนังสือรายงานผลทุกฉบับ คือ เจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ในระหว่างการรวมรวบพยานหลักฐาน และส่งหนังสือร้องเรียนติดตามผลคดีเมื่อปลายปี 2567 ก็ไม่เคยตอบกลับซักฉบับ ป.ป.ช.รอเรื่องก็ไม่ตอบกลับ ป.ป.ช. เตือนครั้งที่ 1 ก็แล้วเรื่องก็เงียบ แล้ว ป.ป.ช.จะสรุปว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจปทุมวันที่เราได้ร้องเรียนถูกหรือผิด แค่ไหน อย่างไร" โพสต์ของอลงกต ระบุ
