Skip to main content
sharethis
ระบบอ่านออกเสียงนี้ ใช้ฟังก์ชั่น Web Speech API / JavaScript ในเบราว์เซอร์

วันนี้ (28 พ.ย.) เว็บไซต์ เครือข่ายองค์กรด้านประชากรข้ามชาติ ออกจดหมายเปิดผนึก ถึงนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ถึงข้อเรียกร้องต่อการบริหารจัดการแรงงานข้ามชาติในภาวะวิกฤติมหาอุทกภัยพื้นที่ภาคใต้พร้อมข้อเสนอเร่งด่วน 8 ข้อ เนื้อความในจดหมายระบุว่า

จดหมายเปิดผนึก

ข้อเรียกร้องต่อการบริหารจัดการแรงงานข้ามชาติในภาวะวิกฤติมหาอุทกภัยพื้นที่ภาคใต้

28 พฤศจิกายน 2568

โฆษณา - Advertising

เรื่อง   ข้อเสนอต่อการบริหารจัดการแรงงานข้ามชาติในภาวะวิกฤติมหาอุทกภัยพื้นที่ภาคใต้

เรียน   นายกรัฐมนตรี

รัฐมนตรีกระทรวงแรงงาน

จากวิกฤติมหาอุทกภัยครั้งใหญ่ที่ยังคงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องในพื้นที่ภาคใต้ของประเทศ โดยเฉพาะพื้นที่อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ทำให้ประชาชน ผู้ประกอบธุรกิจ ลูกจ้าง ภาคราชการที่ให้บริการแก่ประชาชนในพื้นที่ได้รับผลกระทบอย่างรุนแรง องค์กรภาคเอกชนและกลุ่มบรรเทาสาธารณภัยได้เร่งระดมให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบอย่างสุดกำลัง

เครือข่ายองค์กรด้านประชากรข้ามชาติ ได้ติดตามสถานการณ์อุทกมหาภัยในพื้นที่ภาคใต้ตอนล่าง โดยเฉพาะจังหวัดสงขลา จากสถิติแรงงานข้ามชาติในพื้นที่สงขลา ปัตตานี และ สตูลมีแรงงานข้ามชาติ ประมาณ 55,208 คน  มีแรงงานข้ามชาติในจังหวัดสงขลาจำนวน 41,602 คน จังหวัดปัตตานี 6,148 คน จังหวัดยะลาจำนวน 3,837 คน และจังหวัดสตูล 3,621 คน จากสถานการณ์น้ำท่วมรุนแรงในรอบ 25 ปีทำให้เมืองหาดใหญ่และจังหวัดชายแดนภาคใต้เสียหายกระทบต่อเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว เกษตรกรรม และภาคธุรกิจ โรงงาน 715 แห่งหยุดการทำงาน พื้นที่เกษตรเสียหายกว่า 3.7 หมื่นไร่ ขนส่งสินค้าและการเดินทางถูกตัดขาด ความเสียหายประเมินสูงถึงวันละ 1,000–1,500 ล้านบาท

โดยเบื้องต้นพบว่าแรงงานข้ามชาตินอกจากต้องการความช่วยเหลือฉุกเฉินเพื่อความปลอดภัยในชีวิตและปัจจัยยังชีพจากฝ่ายบรรเทาสาธารณภัยแล้ว  ยังพบข้อกังวลที่เกี่ยวข้องกับเอกสารของแรงงานข้ามชาติที่สูญหายหรือชำรุดในช่วงภัยพิบัติ ไม่ว่าจะเป็นหนังสือเดินทาง ใบอนุญาตทำงาน ที่จะต้องยืนยันสถาะบุคคลของแรงงาน บัตรประกันสุขภาพเพื่อรับการบริการทางสาธารณสุข  และเอกสารเพื่อติดต่อราชการ 

เครือข่ายองค์กรด้านประชากรข้ามชาติจึงเรียนมาเพื่อส่งข้อเรียกร้องมายังท่านในการเร่งพิจารณาแนวทางการบริหารจัดการแรงงานข้ามชาติที่ประสบภัยพิบัติ ดังนี้

ข้อเสนอเร่งด่วน 

1. ประกาศรับสมัครอาสาสมัครที่เป็นแรงงานข้ามชาติ ร่วมกับกลุ่มบรรเทาสาธารณภัย ในการติดตามให้การช่วยเหลือแรงงาน ในภาษาที่แรงงานข้ามชาติสามารถสื่อสารได้ 

2. ประกาศนโยบายช่วยเหลือฉุกเฉินแก่แรงงานข้ามชาติที่ไม่สามารถเดินทางไปทำงานให้ถือเป็นวันหยุดโดยไม่คำนวนหักเป็นวันหยุดตามสิทธิที่กฎหมายกำหนด เพื่อเสริมสร้างกำลังใจให้แก่แรงงานที่ประสบภัยสามารถรับมือกับวิกฤติโดยมิพักต้องกังวลถึงผลกระทบจากการหยุดงานซึ่งอาจจะมีผลต่อการพิจารณาสิทธิพิเศษตามนโยบายของนายจ้าง (หากมี) 

3. แรงงานข้ามชาติจำนวนมากเป็นแรงงานอัตราจ้างรายวัน กล่าวคือจะได้รับค่าจ้างเฉพาะในวันที่ทำงานจริงเท่านั้น  ดังนั้นในห้วงวิกฤตินี้จึงไม่สามารถไปทำงานและมีเงินค่าจ้างได้ เพื่อบรรเทาความเดือนร้อนของแรงงานข้ามชาติในการชำระเงินสมทบเข้ากองทุนประกันสังคม กระทรวงแรงงานควรพิจารณาผ่อนผันการใช้เงินสมทบฝ่ายนายจ้าง-ลูกจ้างเป็นการชั่วคราวอย่างน้อยเป็นเวลา 3 เดือน นับตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2568 เป็นต้นไป 

4. สำนักงานประกันสังคมเร่งประชาสัมพันธ์สิทธิประโยชน์จากกองทุนที่ลูกจ้างสามารถใช้สิทธิในเนื่องจากภาวะวิกฤตินี้โดยเร็วและควรต้องมีภาษาของแรงงานข้ามชาติอย่างน้อย 2 ภาษา คือภาษาเมียนมาและภาษากัมพูชา โดยเฉพาะสิทธิกรณีว่างงาน เป็นต้น 

5. หลังวิฤตการณ์ครั้งนี้แน่นอนว่าจะต้องใช้เวลาในการฟื้นฟูโดยเฉพาะที่พักอาศัยและอาจจะยังไม่สามารถกลับเข้าไปทำงานตามปกติได้ในระยะเวลาอันสั้น เพื่อเป็นเร่งการบำบัดฟื้นฟูกระทรวงแรงงานควรพิจารณาออกนโยบายการสงเคราะห์ลูกจ้างผ่านกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้างให้แรงงานทุกคนสามารถเข้าถึงได้โดยไม่เลือกปฏิบัติรวมถึงลดเงื่อนไขการพิจารณาเพื่อให้แรงงานข้ามชาติเข้าถึงได้โดยสะดวกรวดเร็วมากยิ่งขึ้น 

6. กระทรวงแรงงานควรพิจารณาจัดสรรเงินกองทุนบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าวเพื่อช่วยเหลือและคุ้มครองแรงงานข้ามชาติในการบรรเทาสาธารณะภัยและต้องประชาสัมพันธ์ให้แรงงานข้ามชาติเข้าถึงข้อมูลและเข้าถึงกองทุนโดยเร็ว

7. กระทรวงแรงงาน กรมการจัดหางานและสำนักงานจัดหางานจังหวัดต้องจัดทำศูนย์ประสานงานการออกเอกสารแทนใบอนุญาตทำงานให้แก่แรงงานข้ามชาติที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วม รวมทั้งมีมาตรการผ่อนผันการอยู่ในประเทศไทยเป็นการชั่วคราว โดยให้เอกสารแทนใบอนุญาตทำงานเป็นเอกสารแสดงตนแทนหนังสือเดินทางและการตรวจลงตราวีซ่าเพื่อรองรับสถานการณ์เอกสารหนังสือเดินทางสูญหายตามระยะเวลาที่ได้รับอนุญาตให้อยู่ในประเทศไทยตามสิทธิของแรงงานข้ามชาติ หรืออย่างน้อย 1 ปี เนื่องจากปัจจุบันการดำเนินการจัดทำเอกสารแทนหนังสือเดินทางจากประเทศต้นทางยังเป็นไปโดยความยากลำบาก

8. กระทรวงแรงงานควรพิจารณาและออกนโยบายเร่งด่วนเพื่อขยายระยะเวลาการผ่อนผันให้แรงงานข้ามชาติสัญชาติพม่ากลุ่มที่กำลังดำเนินการต่ออายุใบอนุญาตทำงานและการตรวจลตราวีซ่าตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม 2568 ซึ่งกำหนดให้ต้องต่อใบอนุญาตทำงานให้เสร็จภายใน 13 ธันวาคม 2568 ซึ่งปัจจุบันยังติดปัญหาในเรื่องการยื่นขอต่อใบอนุญาตทำงานผ่านระบบ E-Work permit ที่ยังไม่สามารถดำเนินการได้ โดยผ่อนผันให้สามารถอยู่และทำงานในราชอาณาจักรออกไปเป็นการชั่วคราวอย่างน้อย 3 เดือน นับตั้งแต่วันที่ 13 ธันวาคม 2568 ถึง13 มีนาคม 2569 

คอรีเยาะ มานุแช ผู้ประสานงานโครงการเครือข่ายองค์กรด้านประชากรข้ามชาติ ให้สัมภาษณ์ว่า จำนวนแรงงานข้ามชาติทั้งกัมพูชาและพม่าที่อยู่ในสงขลา ได้รับผลกระทบราว 50,000 คน หากรวมกับพื้นที่อื่นในภาคใต้ ทั้งปัตตานี ยะลา และสตูล คาดการณ์ไว้ราว 55,000 คน

ส่วนเรื่องที่แรงงานข้ามชาติได้รับผลกระทบอย่างไรบ้าง คอรีเยาะกล่าวว่า แรงงานได้รับผลกระทบที่ไม่สามารถออกไปใช้ชีวิตได้ ทางภาคประชาสังคมมีการนำพวกข้าวสารอาหารแห้งเข้าไปแจกแล้ว

ส่วนปัญหาที่แรงงานข้ามชาติต้องการความช่วยเหลือ คอรีเยาะกล่าวว่า สิ่งที่เธอกังวลตอนนี้คือเรื่องของมาตรการช่วยเหลือแรงงานข้ามชาติที่ได้รับผลกระทบ รัฐบาลจะมีกลไกเยียวยาอย่างไร

คอรีเยาะเสริมต่อว่า นอกจากนี้ยังกังวลเรื่องของเอกสารประจำตัวแรงงาน เนื่องจากแรงงานบางกลุ่มใบอนุญาตทำงานจะหมดในวันที่ 13 ธันวาคมนี้ จากสถานการณ์น้ำท่วมเวลานี้ การทำเรื่องต่ออายุการทำงานทั้งผู้ประกอบการและแรงงาน คงเป็นเรื่องเป็นไปได้ยากที่จะดำเนินให้แล้วเสร็จ

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท
โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต
สแกน QR Code เพื่อร่วมบริจาคเงินให้กับประชาไท
ติดตามประชาไท ได้ทุกช่องทาง
โฆษณา - Advertising