Skip to main content
sharethis
ระบบอ่านออกเสียงนี้ ใช้ฟังก์ชั่น Web Speech API / JavaScript ในเบราว์เซอร์

ในช่วงที่วงการภาพยนตร์เกาหลีใต้กำลังอยู่ในช่วงขาลง จากการที่มีผลผลิตภาพยนตร์ลดลง ต้นทุนเพิ่มสูงขึ้น และรายได้จากบ็อกซ์ออฟฟิศน้อยลง ทำให้มีผู้สร้างบางส่วนหันมาใช้วิธีการลดต้นทุน เช่น ยอนซังโฮ ผู้กำกับ Train To Busan ที่หันมาทำภาพยนตร์ทุนต่ำเรื่องล่าสุดคือ The Ugly ขณะที่บางส่วนก็เริ่มหันไปใช้เทคโนโลยี 'เอไอ' เพื่อลดต้นทุนและเวลา แต่ผลตอบรับที่ตามมา จะดีจริงหรือไม่


ภาพการถ่ายทำภาพยนต์ “The Ugly” ของ ยอนซังโฮ ผู้กำกับชื่อดังชาวเกาหลีใต้ | ภาพจาก: Plus M Entertainment

มีข้อสังเกตจากสื่อเกาหลีใต้ โคเรียไทม์ ที่ระบุถึงการนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์หรือเอไอเข้ามาใช้ในวงการผลิตภาพยนตร์เกาหลีใต้นยุคปัจจุบันรวมถึงการหันมาสร้างงานแบบใช้ทุนต่ำมากที่เรียกว่า "ไมโครบัดเจ็ต" ซึ่งแม้แต่ผู้กำกับ ยอนซังโฮ ผู้มีผลงานเด่นๆ อย่าง "Train To Busan ด่วนนรกซอมบี้คลั่ง" และ "Hellbound ทัณฑ์นรก" ก็ยังนำวิธีนี้มาใช้กับผลงานล่าสุดคือ "The Ugly น่าเกลียด" และมีแผนนำไปใช้กับผลงานเรื่องถัดไปของเขาด้วย

ภาพยนตร์เรื่อง "The Ugly น่าเกลียด" ของ ยอนซังโฮ นั้นมีการใช้ทุนสร้างต่ำมากเป็นพิเศษคืออยู่ที่ 200 ล้านวอน (ราว 4.3 ล้านบาท) แต่ก็ทำรายได้ประมาณ 11,000 ล้านวอน (ราว 237 ล้านบาท) จากจำนวนผู้ชมในโรงภาพยนตร์มากกว่า 1 ล้านราย ถือว่าทำรายได้มากกว่าทุนสร้างเกิน 50 เท่า

จากความสำเร็จในเรื่องดังกล่าวนี้ทำให้บริษัท CJ ENM และ บริษัทโปรดักชันภาพยนตร์ของ ยอน ที่ชื่อ Wowpoint ได้ประกาศว่าจะสร้างภาพยนตร์เรื่องใหม่ในชื่อ Paradise Lost ด้วยทุนสร้างราว 500 ล้านวอน (ราว 11 ล้านบาท) โดยจะเป็นภาพยนตร์ลึกลับเกี่ยวกับเด็กชายคนหนึ่งที่หายตัวไป 9 ปี ก่อนที่จะกลับมาปรากฏตัวอีกครั้ง ซึ่งโครงการภาพยนตร์ใหม่นี้สามารถดึงดูดความสนใจได้เนื่องจากได้ผู้จัดจำหน่ายขั้นนำอย่าง CJ ENM

ความสำเร็จจากการทำภาพยนตร์ต้นทุนต่ำในแบบของ ยอน ยังกลายเป็นกระแสให้บริษัทภาพยนตร์ใหญ่ๆ เริ่มหันมาทำตาม โดยมองว่าเป็นการลดความเสี่ยงด้านการเงินและเป็นการทำรายได้อย่างรวดเร็ว

ยอน บอกว่า วงการภาพยนตร์เกาหลีใต้อาจจะเรื่มหันมาใช้วิธีเดียวกับเขามากขึ้นจนกลายเป็นมาตรฐานใหม่ของวงการ ตัวเขาเองก็ได้แรงบันดาลใจมาจากความชื่นชนภาพยนตร์เอเชียระดับตำนานซึ่งเป็นภาพยนตร์ทุนต่ำ อีกทั้งเขายังมองว่าภาพยนตร์ทุนต่ำแบบนี้ "มีพลังในแบบของมันเอง" ในแบบที่ภาพยนตร์ทุนสูงไม่มี

ใช้เอไอลดต้นทุนและเวลาในการผลิต แต่ผลตอบรับที่ออกมาคุ้มไหม?

อีกกรณีหนึ่งที่สื่อโคเรียไทม์ตั้งข้อสังเกตคือการใช้ระบบปัญญาประดิษฐ์ หรือ เอไอ ในการช่วยสร้างภาพยนตร์โดยยกตัวอย่างในกรณีของผู้กำกับ คังยุนซอง เจ้าของผลงาน "The Outlaws เถื่อนเหนือกฎหมาย" ได้ใช้เอไอในภาพยนตร์เรื่องล่าสุดของเขาคือ Run to the West ซึ่งเป็นการลดต้นทุนและย่นระยะเวลาในการผลิตลง โดยมีการนำเอไอมาใช้กับวิชวลเอฟเฟกต์ เช่น ฉากไล่ล่า ฉากรถระเบิด และฉากสิ่งก่อสร้างถล่ม

คัง พูดถึงเรื่องนี้ว่า ปกติแล้วฉากรถระเบิดจะต้องใช้เวลา 4-5 วันในการจัดทำด้วยคอมพิวเตอร์กราฟฟิก แต่การใช้เทคโนโลยีเอไอก็สามารถทำให้เสร็จได้ใน 10 นาที โดยที่เขาได้ประเมินทุนสร้างภาพยนตร์เรื่องนี้อยู่ที่ราว 1,500 ล้านวอน (ราว 32.5 ล้านบาท) ถ้าหากใช้เอไอทำ เทียบกับการไม่ใช้เอไอทำก็อาจจะทำให้ต้นทุนพุ่งสูงขึ้นเป็น 10,000 ล้านวอน (ราว 216 ล้านบาท) ซึ่งจะหาเงินลงทุนได้ยาก

นอกจากเรื่องการลดความเสี่ยงด้านการเงินแล้ว คังยังมองว่าเอไอยังสามารถนำมาใช้งานได้หลากหลายรูปแบบด้วย

แต่ทว่าภาพยนตร์ที่ใช้เอไอของคังก็กลับไม่ได้รับผลตอบรับดีเท่าที่ควร ตอนที่ภาพยนตร์ออกฉายเมื่อวันที่ 15 ตุลาคม ที่่ผ่านมา มียอดผู้เข้าชมเพียงแค่ 27,996 รายเท่านั้น น้อยกว่าจุดคุ้มทุนซึ่งต้องอยู่ที่อย่างน้อย 200,000 ราย

สื่อโคเรียไทม์ระบุว่า เรื่องที่ภาพยนตร์ที่ใช้เอไอทำเงินได้น่าผิดหวังในบ็อกซ์ออฟฟิศ กลายเป็นบทเรียนว่า ถึงแม้เทคโนโลยีจะช่วยลดต้นทุนและเร่งการผลิตได้ แต่สุดท้ายแล้วความสำเร็จของภาพยนตร์ก็ยังคงขึ้นอยู่กับเนื้อเรื่องและคุณภาพของภาพยนตร์ที่จะต้องตอบรับกับความคาดหวังของคนดูได้


เรียบเรียงจาก
Korean cinema turns to AI, low budgets as industry slump continues, Korea Times, 01-12-2025
 

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท
โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต
สแกน QR Code เพื่อร่วมบริจาคเงินให้กับประชาไท
ติดตามประชาไท ได้ทุกช่องทาง