กระทรวงมหาดไทยกัมพูชาเปิดเผยว่า ข้อมูลจนถึงวันที่ 18 ธ.ค. 18:00 น. จำนวนผู้อพยพพลัดถิ่นพุ่งสูงถึง 498,242 คน บริการด้านสาธารณสุขและการศึกษาในจังหวัดที่ได้รับผลกระทบทั้งหมดยังคงต้องระงับการให้บริการโดยสิ้นเชิง

ภาพจาก: Chhum Chantha/Cambodianess
19 ธันวาคม 2568 เว็บไซต์ Cambodianess รายงานว่า กระทรวงมหาดไทยกัมพูชาเปิดเผยจำนวนผู้อพยพพลัดถิ่น ว่าพุ่งสูงถึง 498,242 คน เมื่อเวลา 18:00 น. ของวันที่ 18 ธันวาคม ซึ่งถือเป็นจำนวนที่เพิ่มขึ้นถึง 22,018 คน เมื่อเทียบกับรายงานช่วงเช้าของวันเดียวกันที่มีจำนวน 476,224 คน โดยจังหวัดที่ได้รับผลกระทบหลัก 6 แห่ง ได้แก่ พระวิหาร, อุดรมีชัย, บันเตียเมียนเจย, โพธิสัตว์, เกาะกง และพระตะบอง อย่างไรก็ตาม ผู้พลัดถิ่นยังได้อพยพไปยังจังหวัดอื่นๆ เช่น กำปงธม, กระแจะ และแกบ
จังหวัดที่มีจำนวนผู้พลัดถิ่นมากที่สุดคือ บันเตียเมียนเจย โดยมีจำนวน 183,587 คน ตามด้วยจังหวัดเสียมราฐ 133,300 คน และจังหวัดพระตะบอง 42,249 คน ขณะที่ศูนย์พักพิงที่ปลอดภัยในจังหวัดอุดรมีชัยรองรับผู้พลัดถิ่น 38,288 คน และในจังหวัดพระวิหารอีก 34,731 คน นอกจากนี้ยังมีรายงานจำนวนผู้พลัดถิ่นในจังหวัดอื่นๆ ได้แก่ กำปงจาม 15,242 คน, กำปงธม 14,389 คน, กำปอต 11,534 คน, เกาะกง 8,688 คน และกันดาล 6,772 คน ส่วนจังหวัดที่มีจำนวนผู้พลัดถิ่นน้อยกว่า ได้แก่ กำปงสปือ 3,785 คน, โพธิสัตว์ 3,221 คน, กระแจะ 1,383 คน และแกบ 1,073 คน
นายทัช โสพัก โฆษกกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยเมื่อวันที่ 18 ธันวาคม ว่าเกิดความเสียหายครั้งใหม่จากการที่เครื่องบินขับไล่ F-16 ของกองทัพไทยทิ้งระเบิด 3 ลูกใส่หมู่บ้านฟซาร์กันดาล ในเมืองปอยเปต จังหวัดบันเตียเมียนเจย ซึ่งเป็นพื้นที่ใจกลางเมือง ส่งผลให้พื้นที่โดยรอบเสียหายอย่างหนัก โดยระบุว่า "การทิ้งระเบิดของ F-16 ได้ทำลายโกดัง 1 แห่ง และรถบรรทุก 20 คัน แต่ไม่มีรายงานผู้เสียชีวิตหรือบาดเจ็บ"
นายโสพักยังเน้นย้ำว่าเป้าหมายของการโจมตีคือเมืองที่มีผู้คนจำนวนมากอพยพไปเพื่อความปลอดภัย พร้อมเรียกร้องให้กองทัพไทยยุติการรุกรานและปฏิบัติตามข้อตกลงหยุดยิงที่มี สหรัฐอเมริกา, จีน และมาเลเซีย เป็นพยานและผู้ประสานงาน
นอกจากนี้ โฆษกกระทรวงมหาดไทยยังเรียกร้องให้นานาชาติและพลเรือนเชื่อถือรายงานอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับความเสียหาย โดยระบุว่าความเสียหายในช่วงแรกเกิดจากอาวุธสมัยใหม่และปืนใหญ่ที่ใช้ในการรุกราน ซึ่งเป็นการละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศและข้อตกลงหยุดยิง ข้อมูลจนถึงวันที่ 18 ธันวาคม ระบุว่ามีบ้านเรือนถูกทำลาย 67 หลัง รวมถึงอาคารคาสิโน 4 แห่ง, โรงแรม 3 แห่ง, อาคารอื่นๆ 4 หลัง, โกดังเก็บมันสำปะหลัง, สถานีบริการน้ำมัน, ยานพาหนะ 25 คัน, โกดังเก็บรถ และโกดังรับซื้อมันสำปะหลัง
สำหรับความเสียหายต่อศาสนสถานและโบราณสถาน ประกอบด้วยปราสาทโบราณ 1 แห่ง, วัด 4 แห่ง, โรงทาน และกุฏิพระสงฆ์ ในส่วนของโครงสร้างพื้นฐานสาธารณะที่ได้รับผลกระทบ ได้แก่ โรงเรียน, สถานพยาบาล, อาคารของ กรมศุลกากรและสรรพสามิต, ศูนย์เกษตรชุมชน และสะพาน 4 แห่ง ทั้งสะพานเหล็ก สะพานหิน สะพานโบราณ และส่วนหัวสะพาน ทั้งนี้ บริการด้านสาธารณสุขและการศึกษาในจังหวัดที่ได้รับผลกระทบทั้งหมดยังคงต้องระงับการให้บริการโดยสิ้นเชิง
