Skip to main content
sharethis
ระบบอ่านออกเสียงนี้ ใช้ฟังก์ชั่น Web Speech API / JavaScript ในเบราว์เซอร์

เปิดตัว 'พรรคโอกาสใหม่' อย่างเป็นทางการ แถลงนโยบายหลักสู้ศึกเลือกตั้ง ภายใต้แนวคิด “วิกฤตเปลี่ยนไทย โอกาสใหม่เปลี่ยนอนาคต”

21 ธันวาคม 2568 NBT Connext รายงานว่า พรรคโอกาสใหม่ได้เปิดตัวพรรคอย่างเป็นทางการ ภายใต้แนวคิด “วิกฤตเปลี่ยนไทย โอกาสใหม่เปลี่ยนอนาคต” พร้อมเปิดตัว นายจตุพร บุรุษพัฒน์ ในฐานะหัวหน้าพรรค

นายจตุพร บอกว่าการที่ตนอาสาเข้ามาทำงานวันนี้ไม่ใช่เพื่อชื่อเสียง แต่เพราะต้องการแก้ไขปัญหาให้กับประชาชน โดยใช้หลักการบริหารนำการเมือง พร้อมประกาศนโยบายพรรคในหลายด้าน ทั้งการเป็นรัฐสวัสดิการ เพื่อให้ประชาชนที่ไม่ใช่บุคลากรภาครัฐได้รับสวัสดิการภาครัฐอย่างทั่วถึง การยึดมั่นและปกป้องสถาบันชาติ การรับมือกับการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ เพื่อลดผลกระทบจากภัยพิบัติที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน การฟื้นฟูเศรษฐกิจ โดยเฉพาะภาคการเกษตร และการท่องเที่ยว ตลอดจนการใช้จุดแข็งของคนไทยที่มี Service Mind ในการดึงดูดนักท่องเที่ยว  การสร้างสังคมที่เป็นธรรม ลดความเหลื่อมล้ำ  การปฏิรูปการศึกษาด้วยการพัฒนาหลักสูตร และเทคโนโลยีให้เท่าทันการเปลี่ยนแปลงของสังคมโลกในปัจจุบัน รวมทั้งการหยุดและแช่แข็งปัญหาหนี้ของคนไทย

นอกจากนี้ นายจตุพร ยังได้กล่าวทิ้งท้ายด้วยว่าตนจะเปลี่ยนวาทกรรมเป็นวาระงาน เปลี่ยนคำว่าถ้าเป็นคำว่าทำ และเปลี่ยนวิกฤตให้เป็นโอกาสของทุกคน

สำหรับนายจตุพร เคยดำรงตำแหน่งสำคัญหลายตำแหน่ง ทั้งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์, ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม, อธิบดีกรมควบคุมมลพิษอธิบดีกรมทรัพยากรน้ำ และอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช

โฆษณา - Advertising

พรรคเป็นธรรมเปิดตัว 3 แคนดิเดตนายก 'ปิติพงศ์' นำทัพสู้ศึกเลือกตั้ง ชูธงต้านโกง

ผู้จัดการออนไลน์ รายงานว่า ที่โรงแรมรอยัล ริเวอร์ พรรคเป็นธรรม(ปธ.) มีการประชุมใหญ่สามัญประจำปี ครั้งที่ 2/2568 โดยมีวาระสำคัญเพื่อเลือกตั้งคณะผู้บริหารและกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ เตรียมพร้อมเข้าสู่การเลือกตั้ง โดยมีนายปิติพงศ์ เต็มเจริญ อดีตหัวหน้าพรรค เป็นประธานการประชุม และมีสมาชิกพรรคเข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียง

ทั้งนี้ ก่อนเริ่มการประชุม นายปิติพงศ์ กล่าวว่า หลังจากมีพระราชกฤษฎีกายุบสภา ตนแสดงเจตจำนงในการลาออกจากหัวหน้าพรรคเพื่อเตรียมพร้อมรับการเลือกตั้งใหม่ที่จะเกิดขึ้น ซึ่งตามที่เป็นข่าวตลอดมาว่าตนลาออกเพราะพรรคมีความขัดแย้ง ขอบอกว่าไม่เป็นความจริง พรรคเป็นธรรมมีความแข็งแกร่งและมีความสามารถในการที่จะทำงานทางการเมืองต่อไปโดยไม่คำนึงว่าตนจะอยู่หรือไม่อยู่ การที่ตนลาออกไม่ได้เกี่ยวกับความขัดแย้งในพรรค แต่ลาออกเพื่อเตรียมพร้อมในการเลือกตั้ง พรรคเป็นธรรมมีมติเมื่อวันที่ 16 พ.ย. ให้ปลดนายกัณวีร์ สืบแสง ออกจากเลขาธิการพรรค เนื่องจากไปยกมือสนับสนุนนายกรัฐมนตรี โดยไม่ได้ขอมติพรรค จึงขอแจ้งให้ทราบว่านายกัณวีร์ไม่เคยแจ้งเรื่องนี้ให้กรรมการบริหารพรรคทราบ และวันนี้ได้แสดงเจตนาขอลาออกจากสมาชิกพรรคเรียบร้อยแล้ว เพื่อแสดงความรับผิดชอบ

ภายหลังการประชุม นายปิติพงศ์ แจ้งผลการเลือกคณะกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ โดยนายปิติพงศ์ เป็นหัวหน้าพรรค นายนันทวิชช์ วรรณเสน เลขาธิการพรรค น.ส.ปุณยวีร์ เต็มเจริญ เหรัญญิกพรรค นายกร โอสถานุเคราะห์ นายทะเบียนพรรค ส่วนกรรมการบริหารพรรค ได้แก่ นายบุญธร อุปนันท์ นายศุรศักดิ์ คันธพรสิริ และน.ส.วีระนุช ธีระภูธร กรรมการบริหารพรรคและผู้อำนวยการพรรค ขณะทีมโฆษกพรรค ประกอบด้วย นายประสิทธิชัย หนูนวล โฆษกพรรค นายอริญชัย กาวิกุล รองโฆษกพรรค และน.ส.ศรัณย์รัชต์ อัศววงศ์ธาดา รองโฆษกพรรคและว่าที่ผู้สมัคร สส.กทม. เขต 32 พร้อมเปิดตัวนายภัทรศักดิ์ โอสถานุเคราะห์ ว่าที่ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ

พรรคก้าวอิสระ เปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร สส.แบบบัญชีรายชื่อ-แคนดิเดตนายก

เชียงใหม่นิวส์ รายงานว่า ที่สาขาพรรคก้าวอิสระ เชียงใหม่ บ้านนางบัวจันทร์ กัลละหะ อดีตผู้ใหญ่บ้านหมู่ 8 บ้านปิงน้อย ตำบลสันทรายมหาวงศ์ อำเภอสารภี จังหวัดเชียงใหม่ มีการประชุมเห็นชอบ ว่าที่ผู้สมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อของพรรคก้าวอิสระ และมีมติเห็นชอบจากสมาชิกพรรค ส.ส.บัญชีรายชื่อ 11 คน เป็นชาวจังหวัดเชียงใหม่ทั้งหมด พร้อมชูสโลแกน จิตอาสา และทำงานเพื่อประชาชน

ผู้ลงสมัคร ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อที่เป็นคนเชียงใหม่ มีดังนี้ 1.นางสาวกชพร เวโรจน์ 2.นายนิเวศน์ สุแก้ว 3.นายกิตติวินท์ แก้วคำมา 4. นายวุฒิพงศ์ ถายะพิงค์ 5.นายอำนาจ โพธิ์กรุณา 6.นายรัชทร พรหมราช 7.นายอัครเดช สุระจินดา 8.นางจินตนา ไชยชมภู 9.นายวริญรดา กันใหม่ 10.ร.ต.ท.ประดิษฐ์ ไชยชมภู 11. นางสาวจิณฑ์ธนัชชา พงสินณัชศุภธร 12.นายยุทธนา คำเหลือง 13.จ.อ. อัครวัฒน์ เรืองรัฐอุดมกุล ส่วนใหญ่ทำงานจิตอาสา และอดีตนางสาวเชียงใหม่ ในดวงใจ นักธุรกิจและข้าราชการบำนาญ และยังเปิดชื่อแคนดิเดต นายกรัฐมนตรีของพรรค จำนวน 3 คน อันดับแรก นางสาว กชพร เวโรจน์ หรือมาดามหยก นายชาญชัย โตพฤกษา นาย อชิรวิทย์ ทนุก้ำ

นายอชิรวิชย์ ทนุก้ำ ที่ลงเป็น 1 ใน แคนดิเดต นายกรัฐมนตรีของพรรคก้าวอิสระบอกว่า พรรคเราเป็นพรรคแรก และพรรคเดียวในประเทศไทย รวมจิตอาสามาช่วยเหลือ เรื่องปากท้อง เพราะเป็นการรวมกลุ่มของจิตอาสาจริง และที่ผ่านมา นางสาวกชพร หรือมาดามหยก หัวหน้าพรรคก้าวอิสระ ก็ทำงานด้านจิตอาสามานานมาก ถึง 29 ปี ตั้งแต่สมัยเรียน ทั้งนี้เพื่อต้องการเข้ามาอาสารับใช้พี่น้องประชาชน

'ยศชนัน' น้อมรับทุกผลโพล เชื่อจะทำงานไปข้างหน้าต้องพร้อมรับฟัง ไม่ใช่แค่ตัวแคนดิเดต แต่รวมถึงพรรคด้วย

สำนักข่าวไทย รายงานว่า  นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย พร้อมด้วยนายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ถึงผลสำรวจความคิดเห็นประชาชนที่แม้ขณะนี้คะแนนจากสวนดุสิตโพลทั่วประเทศ พรรคเพื่อไทยมีคะแนนนิยมขึ้นมาลำดับสอง แต่ผลนิด้าโพลล่าสุดในพื้นที่ กทม. นายยศชนัน ยังอยู่ลำดับ 10

นายจุลพันธ์ กล่าวว่า ในส่วนของโพลก็เป็นข้อคิด แค่ไม่ใช่ข้อตัดสิน เพราะการเลือกตั้งสุดท้ายอยู่ในมือประชาชน และจะตัดสินกันในวันเลือกตั้ง ต้องไปทำความเข้าใจและเข้าหาประชาชน เมื่อเปิดตัวผู้สมัครและมีเบอร์แล้วจะต้องลงพื้นที่ทำความเข้าใจ นำนโยบายไปให้ประชาชน เราเชื่อมั่นว่าแต่ละโพลที่ผ่านมา สุดท้ายแล้วเราจะทำได้ดีขึ้น ขณะที่ในส่วนของกรุงเทพฯ มีหลายนโยบายที่ตรงใจคนกรุงเทพฯ เช่น รถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย บ้านเพื่อคนไทย รถเมล์ปรับอากาศ 10 บาท เชื่อว่านโยบายตอบโจทย์เรื่องค่าครองชีพคนกรุงเทพฯ และขณะนี้โพลที่ออกมาคนยังไม่ตัดสินใจเกือบ 50% เป็นโอกาสของทุกพรรคการเมืองที่จะทำนโยบายให้ตอบโจทย์คนกรุงเทพฯ พรรคเพื่อไทยก็เช่นเดียวกัน

สำหรับผลของสวนดุสิตโพลก็เป็นกำลังใจที่ดีที่อยู่ในอันดับ 2 ถือว่าขึ้นมาได้เร็ว หลังเปิดตัวนายยศชนันได้ไม่นาน ซึ่งพรรคเพื่อไทยจะทำงานหนักต่อไป เพื่อครองใจประชาชนและให้ประชาชนหันกลับมอง และเกิดความเชื่อมั่นว่าเพื่อไทยทำได้ นโยบายของเพื่อไทยจะแก้ไขปัญหาเป็นทางออกและโอกาส

ด้านนายยศชนัน กล่าวว่า ไม่เป็นไร ผลโพลเป็นเสียงสะท้อน ตนเชื่อเสมอว่าการจะทำงานไปข้างหน้าต้องพร้อมรับฟังทั้งเรื่องที่ดีและไม่ดี ตอนนี้พยายามทำเต็มที่เพื่อที่จะเป็นคนของประชาชน โพลแต่ละสำนักเราพร้อมที่จะรับฟัง ตรงไหนไม่ดีพร้อมที่จะปรับปรุง และไม่ใช่แค่ตัวแคนดิเดตคนเดียว สิ่งที่สำคัญคือโพลนี้จะทำให้ทุกคนในพรรคทำงานอย่างเต็มที่ เปิดใจรับฟังโพลไหนออกมาดีก็เป็นกำลังใจทำให้รู้สึกว่าเราทำมาถูกทางอันไหนที่ยังไม่ดีเราน้อมรับและจะทำให้ดีขึ้น

ส่วนวางแผนอย่างไร ให้ความนิยมขึ้นมาเป็นอันดับต้นๆ นายยศชนัน กล่าวว่า สิ่งสำคัญที่สุดคือการที่เราเข้าใจพี่น้องประชาชน แต่ไม่ใช่ทีเดียวทั้งประเทศ แต่ละเขต แต่ละพื้นที่มีปัญหาของตัวเอง การพยายามสื่อสารบางอย่างให้ลึกลงไป โดยที่ทุกคนรับทราบว่าวันนี้ประเทศมุ่งไปในทิศทางไหน เป็นส่วนสำคัญมาก ประเทศไทยในการเลือกตั้งปี 2569 จะเสียเวลาไปมากกว่านี้ไม่ได้ นี่เป็นจุดเปลี่ยนของประเทศที่จำเป็นจะต้องเปลี่ยนแปลงให้เร็วที่สุด แน่นอนว่าวันนี้มีหลายเรื่อง มีข่าวสารบางอย่างที่อาจจะทำให้ลืมเป้าหมายหลักๆ ใหญ่ๆ แต่ถ้ามองเป้าหมายว่าวันนี้เราต้องเปลี่ยนแปลงประเทศไปในทิศทางที่ดีขึ้น สิ่งเล็กๆ น้อยๆ เราไม่ว่ากันเดินทางไปข้างหน้าด้วยความสามัคคีกัน

'จาตุรนต์' ลาออกประธานยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย ขอไปทุ่มเทภารกิจรณรงค์ประชามติ

ไทยรัฐออนไลน์ รายงานว่า นายจาตุรนต์ ฉายแสง ประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์ พรรคเพื่อไทย โพสต์เฟซบุ๊ก ว่า ได้ทำหนังสือถึงหัวหน้าพรรคเพื่อไทย เพื่อขอลาออกจากตำแหน่งประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์ของพรรคแล้วตั้งแต่วันที่ 15 ธันวาคมที่ผ่านมา โดยระบุว่า ตลอดช่วงที่ได้รับมอบหมายในตำแหน่งประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย ได้ทำหน้าที่ด้วยความยินดีและเป็นเกียรติ แต่เมื่อยุทธศาสตร์พรรคและยุทธศาสตร์การเลือกตั้งคืบหน้าไปมากแล้ว ขณะที่การยุบสภาเกิดขึ้นอย่างกะทันหัน การปรับยุทธศาสตร์ในเวลาจำกัดอาจไม่เป็นผลดี จึงได้ขอลาออกจากตำแหน่งเพื่อให้แกนนำที่ทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดมานานแล้ว ได้ขับเคลื่อนงานได้ต่อเนื่อง

นายจาตุรนต์ กล่าวด้วยว่า ที่ผ่านมาตนได้มีส่วนร่วมผลักดันการแก้รัฐธรรมนูญเพื่อให้มีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่มาโดยตลอด และเห็นว่านี่เป็นเรื่องสำคัญมากสำหรับประเทศชาติ จึงขอทุ่มเทให้ภารกิจรณรงค์ “ประชามติรัฐธรรมนูญฉบับใหม่” อย่างเต็มที่ ควบคู่ไปกับการเลือกตั้ง ทราบว่าทางพรรคกำลังจะตั้งคณะกรรมการรณรงค์ในการออกเสียงประชามติในเร็ว ๆ นี้ ซึ่งตั้งใจจะไปร่วมงานในส่วนนั้นต่อไป

'ประชาธิปัตย์' ขอบคุณคนกรุงเทพหลังผลโพลพุ่ง ขอโอกาสรับใช้อีกครั้ง

ไทยรัฐออนไลน์ รายงานว่า นายพงศกร ขวัญเมือง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวขอบคุณพี่น้องชาวกรุงเทพมหานคร ต่อผลการสำรวจ “กระแสการเมืองกรุงเทพมหานคร” ล่าสุดของนิด้าโพล ที่สะท้อนให้เห็นว่าความเชื่อมั่นต่อพรรคประชาธิปัตย์เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยคะแนนนิยมขยับสูงขึ้นเกือบ 4 เท่า เมื่อเทียบกับผลการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา ผลโพลครั้งนี้ไม่ได้เป็นเพียงตัวเลขทางการเมือง แต่เป็นสัญญาณของความไว้วางใจ และการเปิดใจของคนกรุงเทพฯ ที่ให้โอกาสพรรคประชาธิปัตย์ได้พิสูจน์ตัวเองอีกครั้ง พรรคประชาธิปัตย์ขอขอบคุณพี่น้องคน กทม.อย่างจริงใจ ที่เปิดใจ และมอบความไว้วางใจให้พรรคถือเป็นกำลังใจสำคัญของพวกเราทุกคน ทำงานด้วยความรับผิดชอบต่อความหวังของประชาชน เพราะตระหนักดีว่ายังมีประชาชนอีกจำนวนมากที่ยังไม่ตัดสินใจ และยังมองหาพรรคการเมืองที่สามารถเป็นความหวังใหม่ของกรุงเทพฯ ได้อย่างแท้จริง พรรคประชาธิปัตย์พร้อมพิสูจน์ตัวเองด้วยการทำงาน จึงขอโอกาสจากคนกรุงเทพฯ อีกครั้ง ให้เราได้กลับมารับใช้ ดูแล และทำงานเพื่อตอบโจทย์คน กทม. และเมืองนี้ ด้วยการเมืองสุจริต การทำงานแบบมืออาชีพ และความจริงใจต่อประชาชนทุกคน

'อภิสิทธิ์' ชวนคนไทยเลิกทน ร่วมกันล้างบางปัญหาสีเทา

มติชนออนไลน์ รายงานว่า นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เปิดเผยข้อมูลที่น่าสนใจจากการสำรวจความคิดเห็นของประชาชนกว่า 30,000 คน ภายใต้คำถามสำคัญที่ว่า “ประเทศไทยจะไม่ทนกับอะไร?” ซึ่งคำตอบที่ได้รับนั้น ไม่ใช่เพียงแค่ตัวเลขสถิติ แต่คือ “เรื่องราวชีวิตจริง” ที่สะท้อนถึงความหวังและความเจ็บปวดของคนไทยในหลากหลายมิติ

โดยหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ถ่ายทอดเสียงสะท้อนที่น่ารับฟัง อาทิ เสียงจากผู้ปกครองที่ส่งเสียบุตรหลานจนจบการศึกษา แต่ต้องพบกับอุปสรรคในการหางานจากระบบเส้นสายที่ทำลายโอกาสของผู้มีความสามารถ เสียงจากผู้ประกอบการที่แบกรับต้นทุนแฝงจากการทุจริตเชิงนโยบายและการเรียกรับผลประโยชน์ เสียงจากกลุ่มเปราะบาง เช่น ผู้สูงอายุที่ตกเป็นเหยื่ออาชญากรรมทางเทคโนโลยี (Scammer)

นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ปัญหาเชิงโครงสร้างเหล่านี้มีรากเหง้ามาจากการ “ทุจริตคอร์รัปชั่น” และ “ระบบอุปถัมภ์” ซึ่งเป็นอุปสรรคสำคัญในการพัฒนาประเทศ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องราคาสินค้าเกษตร หรือคุณภาพการศึกษา ทั้งหมดล้วนต้องการการแก้ไขที่ต้นเหตุคือ “จริยธรรมทางการเมือง” ร่วมมือกันสร้างการเปลี่ยนแปลง

นายอภิสิทธิ์ได้เสนอแนะแนวทางที่สร้างพลังบวก ว่า “นักการเมืองต้องร่วมมือกับประชาชน ใช้โอกาสจากการเลือกตั้งเป็นเครื่องมือสื่อสารว่าเราจะไม่ยอมรับระบบเดิมๆ อีกต่อไป เพื่อที่เราจะได้ไม่ต้องเพียงแค่ ‘ทนหายใจ’ ไปวันๆ แต่ร่วมกันสร้างอนาคตที่มีศักดิ์ศรีและเท่าเทียม”

เผยรายชื่อผู้สมัคร สส.กทม. พรรคประชาชน ทั้ง 33 เขต

Nation Online รายงานว่า ล่าสุด พรรคประชาชน ได้มีการพิจารณาจัดผู้สมัครสส.ระบบเขตในกทม. เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่ง การพิจารณาครั้งนี้ แตกต่างจากการเลือกตั้งสส. เมื่อปี 2566  โดยมีการพิจารณาคัดเลือกคนหน้าใหม่ เข้ามาลงสมัครด้วย ขณะที่ คนหน้าเก่า หรืออดีตสส. บางรายไม่ได้ไปต่อ  ขณะที่บางราย ถูกปรับย้ายให้ไปลงบัญชีรายชื่อแทน  อาทิ รัชนก ศรีนอก (คดี 112 ), ณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ (คดี 44 สส.), เท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร, โตโต้ ปิยรัฐ จงเทพ

สำหรับโฉมหน้า ว่าที่ผู้สมัคร สส. เขต กทม. มีดังนี้

เขต 1 (พระนคร, ป้อมปราบฯ, สัมพันธวงศ์, ดุสิต, บางรัก) นายปารเมศ วิทยารักษ์สรรค์

เขต 2 (สาทร, ปทุมวัน, ราชเทวี) นายเสกสิทธิ์ แย้มสงวนศักดิ์ แทน น.ส. ธิษะณา ชุณหะวัณ

เขต 3 (บางคอแหลม, ยานนาวา) นายจรยุทธ จตุรพรประสิทธิ์

เขต 4 (คลองเตย, วัฒนา) นายภัณฑิล น่วมเจิม

เขต 5 (ห้วยขวาง, วังทองหลาง) นายปิติกรณ์ บรรณเภสัช แทน นายเฉลิมชัย กุลาเลิศ

เขต 6 (พญาไท, ดินแดง) นายกันตภณ ดวงอัมพร

เขต 7 (บางซื่อ, ดุสิต) น.ส. ภัสริน รามวงศ์

เขต 8 (จตุจักร, หลักสี่) นายชยพล สท้อนดี

เขต 9 (บางเขน, จตุจักร, หลักสี่) นายศุภณัฐ มีนชัยนันท์

เขต 10 (ดอนเมือง) นายเอกราช อุดมอำนวย

เขต 11 (สายไหม) น.ส. ศศินันท์ ธรรมนิฐินันท์

เขต 12 (สายไหม, บางเขน, ลาดพร้าว) นายภูริวรรธก์ ใจสำราญ

เขต 13 (ลาดพร้าว, บึงกุ่ม) เรืออากาศโท ธนเดช เพ็งสุข

เขต 14 (วังทองหลาง, บางกะปิ) นายก่อเกียรติ ก่อสูงศักดิ์ แทน น.ส. สิริลภัส กองตระการ

เขต 15 (คันนายาว, บึงกุ่ม) นายวิทวัส ติชะวาณิชย์

เขต 16 (คลองสามวา) น.ส. พิมพ์กาญจน์ กีรติวิราปกรณ์

เขต 17 (หนองจอก, คลองสามวา) นายวีรวุธ รักเที่ยง

เขต 18 (หนองจอก, มีนบุรี, ลาดกระบัง) นายธีรัจชัย พันธุมาศ

เขต 19 (มีนบุรี, สะพานสูง) นายกันต์พงษ์ ประยูรศักดิ์

เขต 20 (ลาดกระบัง) นายชุมพล หลักคำ ลงสมัครอีกครั้ง หลังเมื่อปี 2566 น.ส. ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ จากพรรคเพื่อไทย ชนะเลือกตั้งในเขตนี้

เขต 21 (ประเวศ, สะพานสูง) นายณัฐพงศ์ เปรมพูลสวัสดิ์

เขต 22 (สวนหลวง, ประเวศ) นายสุภกร ตันติไพบูลย์ธนะ

เขต 23 (พระโขนง, บางนา) นายชลธาร ทรัพย์ไพบูลย์เลิศ แทน นายปิยรัฐ จงเทพ ที่คาดว่าจะไปลงสมัคร สส. แบบบัญชีรายชื่อ

เขต 24 (ธนบุรี, คลองสาน, ราษฎร์บูรณะ) นายณพัฎน์ จิตตภินันท์กัณตา แทน นายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร ที่ประกาศวางมือจากการลงสมัคร สส.

เขต 25 (ทุ่งครุ, ราษฎร์บูรณะ) น.ส. แอนศิริ วลัยกนก

เขต 26 (บางขุนเทียน, จอมทอง) นายพงษ์สรณัฐ ทองลี แทน นายไชยามพวาน มั่นเพียรจิตต์ ที่ถูกขับออก ปัจจุบันสังกัดพรรคไทยก้าวหน้า

เขต 27 (บางขุนเทียน, บางบอน) นายนฤพล เลิศปัญญาโรจน์ แทน นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ ที่คาดว่าจะไปลงสมัคร สส. แบบบัญชีรายชื่อ

เขต 28 (จอมทอง, บางบอน, หนองแขม) น.ส. ชลณัฏฐ์ โกยกุล แทน น.ส. รักชนก ศรีนอก ที่คาดว่าจะไปลงสมัคร สส. แบบบัญชีรายชื่อ

เขต 29 (บางแค, หนองแขม) น.ส. ทิสรัตน์ เลาหพล

เขต 30 (บางแค, ภาษีเจริญ) นายธัญธร ธนินวัฒนาธร

เขต 31 (ตลิ่งชัน, ทวีวัฒนา) นายอนุสรณ์ ธรรมใจ แทน นายสิริน สงวนสิน

เขต 32 (บางกอกน้อย, บางกอกใหญ่, ภาษีเจริญ, ตลิ่งชัน, ธนบุรี) น.ส. ปวิตรา จิตตกิจ

เขต 33 (บางพลัด, บางกอกน้อย) นายบุญฤทธิ์ เรารุ่งโรจน์ แทน นายพงศ์พันธ์ ยอดเมืองเจริญ

เปิดตัว 'พรรควิชชั่นใหม่' ชู ‘การเงินไร้ดอกเบี้ย’ ปักธงทางเลือกใหม่ สู้ศึกเลือกตั้ง

สำนักข่าวไทย รายงานว่า ที่โรงแรมโนโวเทล กรุงเทพฯ ฟิวเจอร์พาร์ค รังสิต พรรควิชชั่นใหม่จัดกิจกรรมเปิดตัวพรรค พร้อมเปิดนโยบายอย่างเป็นทางการ เพื่อประกาศความพร้อมลงสู้ศศึกเลือกตั้ง โดยมี นายพิเชษฐ สถิรชวาล หัวหน้าพรรควิชชั่นใหม่ นายธงรบ ด่านอำไพ ประธานยุทธศาสตร์พรรค นายสุโท สร้างคำ เลขาธิการพรรค และผู้สนับเข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก โดยพรรคได้มีการเปิดตัวคณะกรรมการบริหารพรรค ผู้บริหารส่วนกลางและส่วนภูมิภาค รวมถึงคณะกรรมการสรรหาผู้สมัครสส. เพื่อสะท้อนความพร้อมในการขับเคลื่อนลงสู่สนามเลือกตั้ง

ทั้งนี้ พรรควิชชั่นใหม่ได้เปิดตัวแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี 2 คน ได้แก่ นายธงรบ ด่านอำไพ ประธานยุทธศาสตร์พรรค เป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีคนที่ 1 นายพิเชษฐ สถิรชวาล หัวหน้าพรรค แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีคนที่ 2 นอกจากนั้นได้แถลงนโยบายสำคัญ 4 ด้าน ได้แก่ด้านเศรษฐกิจ จะผลักดันเสนอร่างพระราชบัญญัติสถาบันการเงินไร้ดอกเบี้ย ด้านการเมือง ชูนโยบาย “1 พรรค 1 กระทรวง” กำหนดให้สส.และรัฐมนตรีดำรงตำแหน่งไม่เกิน 8 ปี หรือไม่เกิน 2 สมัย ด้านสังคม เสนอนโยบาย “บ้านหลังที่ 2 เพื่อผู้สูงอายุไทย” และด้านความมั่นคง ตั้งเป้าดับปัญหาความไม่สงบในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้

นายพิเชษฐ สถิรชวาล หัวหน้าพรรค กล่าวว่า พรรควิชชั่นใหม่เกิดมาตั้งแต่ปี 2562 ในนามของกลุ่มวิชชั่นใหม่โดยผู้ทรงคุณวุฒิหลายสาขาอาชีพ ทุกคนเห็นตรงกันว่า การแก้ปัญหาประเทศชาติที่หมักหมมมานานต้องแก้ด้วยการเมืองจนกระทั่งมาตั้งพรรควิชั่นใหม่ขึ้นมา เดิมกำหนดว่า จะส่งผู้สมัครทั่วประเทศ เพราะนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีประกาศว่าจะหยุดสภาปลายเดือนมกราคม พรรคได้เตรียมความพร้อมไว้หมดแล้วตามไทมไลน์ แต่เมื่อเกิดความไม่ปกติของบ้านเมืองทั้งปัญหาน้ำท่วม ปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชา นายกรัฐมนตรีประกาศยุบสภาก่อนกำหนด พรรคจึงส่งผู้สมัครสส.ได้แค่ 7 จังหวัด แต่บัญชีรายชื่อพรรคส่งครบทั้งหมด 100 คนเพราะเราต้องทำตามกติกา โดยตั้งเป้าได้สส.มากที่สุด

หัวหน้าพรรควิชั่นใหม่ กล่าวว่า พรรควิชชั่นใหม่จะมุ่งเน้นแก้ปัญหาประชาชนปัญหาปากท้องเพราะเงินคือปัจจัยสำคัญของการดำรงชีวิตดังนั้นการผลักดันเสนอร่างพระราชบัญญัติสถาบันการเงินไร้ดอกเบี้ย การเก็บดอกเบี้ยทำให้เกิดปัญหากระทบทุกภาคส่วน ขณะนี้มีเงินจากต่างประเทศและกองทุนต่างประเทศพร้อมมาลงทุนในประเทศไทยแต่ติดปัญหาข้อกฎหมายพรรคจึงจำเป็นต้องผลักดันพระราชบัญญัติสถาบันการเงินไร้ดอกเบี้ยในประเทศไทยให้ได้

ด้านนายธงรบ ด่านอำไพ ประธานยุทธศาสตร์พรรค กล่าวว่า ตนพร้อมเป็นนายกรัฐมนตรีจะนำความรู้ความสามารถมาใช้ในการบริหารประเทศในฐานะเป็นผู้บริหารธนาคารอิสลามมาก่อน หากประชาชนให้ความไว้วางใจเลือกพรรควิชั่นใหม่ พรรคให้ความสำคัญกับความเป็นมนุษย์ คนไม่มีเงินแต่มีความสามารถมีสมองก็เข้ามาเป็นหุ้นส่วนได้ ความสามารถของมนุษย์สามารถตีมูลค่าเป็นหุ้นส่วนกันได้ ทำให้ประชาชนมีความเสมอภาคและนี่คือพื้นฐานทางการเงินที่ถูกต้องในระบอบประชาธิปไตย ให้คุณค่าและมูลค่าของมนุษย์อย่างเท่าเทียมกัน เราใช้หลักนี้ในการนำเสนอเพื่อแก้ปัญหาความยากจนปัญหาความเหลื่อมล้ำและไม่เป็นธรรมในสังคม เพื่อให้ประชาชนมีโอกาสใช้ทางเลือกใหม่ในการลดภาระหนี้สิน

ขณะที่ นายสุโท สร้างคำ เลขาธิการพรรค กล่าวว่า พรรควิชชั่นใหม่มีความพร้อมเต็มที่ในการเลือกตั้งครั้งนี้ ขณะนี้เตรียมผู้สมัครสส.เขต และปาร์ตี้ลิสไว้แล้ว การเลือกตั้งครั้งนี้พรรคจะใช้เทคโนโลยีมาช่วย จึงมั่นใจว่ารูปแบบในการต่อสู้ครั้งนี้เราจะเป็นหนึ่ง เชื่อมั่นว่าจะได้สส.มากกว่า 25 คนเพราะเข้าไปเสนอร่างพระราชบัญญัติสถาบันการเงินไร้ดอกเบี้ย ซึ่งถือเป็นหัวใจหลักนโยบายหลักของพรรค

"การเลือกตั้งครั้งหน้าไม่ใช่เพียงการเลือกบุคคล แต่เป็นการเลือกทิศทางประเทศ โดยพรรคขอเป็น “ทางเลือกใหม่” ที่มุ่งสร้างระบบเศรษฐกิจซึ่งคนไทยทุกคนมีศักดิ์ศรีและเติบโตไปด้วยกันอย่างยั่งยืน"นายสุโทกล่าว

นอกจากนั้น พรรควิชั่นใหม่ได้ประกาศนโยบาย “โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล : บ้านหลังที่สองของผู้สูงอายุไทย” ซึ่งมีเป้าหมายยกระดับ รพ.สต. ให้เป็นศูนย์ดูแลผู้สูงอายุในระดับตำบลอย่างครบวงจร ให้บริการดูแลตลอด 24 ชั่วโมง โดยมีแพทย์ พยาบาลวิชาชีพ ผู้ช่วยพยาบาล และเจ้าหน้าที่บริบาล รวมถึงการยกระดับ อสม. ผ่านการอบรมมาตรฐาน รองรับทั้งผู้สูงอายุทั่วไปและผู้ป่วยติดเตียง ลดภาระครอบครัว และลดความแออัดของโรงพยาบาลขนาดใหญ่

นโยบายดังกล่าวยังเน้นการดูแลผู้สูงอายุให้ยังคงอยู่ใกล้ชิดครอบครัวและชุมชน มีบริการรับฝากดูแลช่วงเวลาทำงาน การตรวจสุขภาพประจำ และการรักษาเบื้องต้น พร้อมส่งเสริมทุนการศึกษาด้านพยาบาลและบริบาลจากคนในพื้นที่ เพื่อแก้ปัญหาการขาดแคลนบุคลากรอย่างยั่งยืน โดยแหล่งงบประมาณจะมาจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น งบสนับสนุนจากรัฐบาล รายได้จากค่าบริการ และเงินบริจาคจากภาคสังคม ภายใต้หลักการบริหารที่โปร่งใส ตรวจสอบได้

สำหรับ ไฮไลต์สำคัญของการจัดกิจกรรมครั้งนี้ คือ คำปราศรัยนโยบายของหัวหน้าพรรคและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ที่ประกาศวิสัยทัศน์ “ฟื้นฟูเศรษฐกิจไทย ปรับรากฐานสู่ประเทศศิวิไล ด้วยเศรษฐกิจมนุษย์และการเงินไร้ดอกเบี้ย” โดยมองว่าปัญหาเศรษฐกิจไทยไม่ได้อยู่ที่ความยากจนปลายเหตุ แต่เกิดจากโครงสร้างที่ให้คุณค่ากับเงินมากกว่าคน พร้อมเสนอแนวคิด “เศรษฐกิจมนุษย์” ที่ให้คุณค่ากับชีวิต การทำความดี และการสร้างประโยชน์ต่อสังคม


*ภาพ Cover จาก FB-พรรคโอกาสใหม่ 

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท
โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต
สแกน QR Code เพื่อร่วมบริจาคเงินให้กับประชาไท
ติดตามประชาไท ได้ทุกช่องทาง
โฆษณา - Advertising