'อนุทิน' ระบุสถานการณ์ปัจจุบันถือว่าบรรลุเป้าหมายตามที่กองทัพและรัฐบาลได้วางไว้ และขอให้ประชาชนเข้าใจว่า ไม่ได้เป็นการยกระดับสถานการณ์ แต่เป็นการดำเนินการเพื่อรักษาอธิปไตยของชาติ - รมว.กลาโหม ระบุเข้าใจความรู้สึกโกรธ และเจ็บปวดและห่วงใยชาติบ้านเมืองของประชาชนคนไทย รัฐบาลไม่เคยมองข้ามเสียงเหล่านี้และไม่ได้ประมาทต่อบทเรียนความสูญเสียที่ผ่านมา ขอแสดงความเคารพอย่างสูงสุดต่อกำลังพลทุกนาย รวมถึงครอบครัวผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต
27 ธันวาคม 2568 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงสถานการณ์ชายแดน ภายหลังมีมติของสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) และกระแสคัดค้านการลงนามร่วมกับกัมพูชา นายอนุทินระบุว่า การประชุมเป็นไปตามขั้นตอนที่กำหนด โดยกองทัพมีแนวทางการปฏิบัติที่ชัดเจน และรัฐบาลให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่ ขณะเดียวกัน รายงานสถานการณ์ล่าสุดระบุว่า กองทัพสามารถสถาปนาบูรณภาพแห่งดินแดนในทุกพื้นที่ได้ตามแผนที่วางไว้แล้ว
ส่วนการดำเนินการด้านการทูต เป็นหน้าที่ของกระทรวงการต่างประเทศและคณะกรรมการร่วมชายแดน ซึ่งต้องดำเนินการตามกรอบความตกลงที่มีอยู่ โดยในวันจันทร์ที่ 29 นี้ นายหวัง อี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของจีน ได้เชิญฝ่ายไทยเข้าร่วมหารือที่นครคุนหมิง ในประเด็นการรักษาดินแดนและอธิปไตย โดยนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศจะเข้าร่วม ซึ่งรัฐบาลไทยยืนยันว่าจะดำเนินการอย่างเต็มที่ ควบคู่ไปกับการเจรจาทางการทูตตามขั้นตอนที่เหมาะสม
สำหรับเหตุปะทะที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ จะส่งผลต่อการประชุม GBC ที่ จ.จันทบุรีหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า การปะทะเกิดขึ้นมาโดยตลอดภายใต้กรอบการป้องกันอธิปไตยของประเทศ ไทยยึดถือกติกาและข้อตกลงที่มีอยู่ ไม่ได้มีเจตนารุกรานประเทศเพื่อนบ้าน แต่จะไม่ยอมให้มีการล่วงล้ำอธิปไตยของประเทศไทยแม้แต่น้อย พร้อมย้ำว่า รัฐบาลไทยจะยึดหลักการปกป้องบูรณภาพแห่งดินแดนอย่างเคร่งครัด และจะทวงคืนพื้นที่ที่เคยถูกล่วงล้ำกลับมาให้ครบถ้วน
นายอนุทินกล่าวย้ำว่า สถานการณ์ปัจจุบันถือว่าบรรลุเป้าหมายตามที่กองทัพและรัฐบาลได้วางไว้ และขอให้ประชาชนเข้าใจว่า ไม่ได้เป็นการยกระดับสถานการณ์ แต่เป็นการดำเนินการเพื่อรักษาอธิปไตยของชาติ
เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงผลกระทบต่อการเลือกตั้ง นายอนุทินระบุว่า สถานการณ์ดังกล่าวไม่ส่งผลกระทบ เนื่องจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้มีประกาศและแนวทางปฏิบัติที่ชัดเจนแล้วในกรณีพื้นที่ชายแดนที่ยังมีปัญหา ซึ่งรัฐบาลพร้อมให้ความร่วมมือในการดำเนินการทุกขั้นตอน
รมว.กลาโหม ระบุเข้าใจความรู้สึกโกรธและเจ็บปวดและห่วงใยชาติบ้านเมืองของประชาชนคนไทย
พลเอก ณัฐพล นาคพาณิชย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม แถลงข่าว พร้อมด้วย พลเอกธราพงษ์ มะละคำ ปลัดกระทรวงกลาโหม พลเอกอุกฤษฏ์ บุญตานนท์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด พลอากาศเอกประภาส สอนใจดี ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารอากาศ ที่โรงแรม Chatrium จันทบุรี หลังการประชุม GBC และ ลงนามหยุดยิง กับ พลเอก เตียเซรยฮา รมว.กห.กัมพูชา
พลเอก ณัฐพล กล่าวว่า วันนี้ได้มาเป็นประธานการประชุม GBC สมัยพิเศษครั้งที่ 3ร่วมกับ พลเอก เตีย เซรย ฮา รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหมกัมพูชา ที่บริเวณจุดผ่านแดนถาวรบ้านผักกาด อำเภอโป่งน้ำร้อน จังหวัดจันทบุรี
ขอนำเรียนว่าตลอดช่วงเวลาการปะทะตามแนวชายแดนที่ผ่านมา รัฐบาลและกองทัพได้ปฏิบัติหน้าที่ ภายใต้หลักการที่ชัดเจนและไม่เคยเปลี่ยนแปลง คือการปกป้องอธิปไตย ความปลอดภัยของประชาชน และเกียรติภูมิของประเทศชาติ
ผมขอเรียนอย่างตรงไปตรงมาว่า สถานการณ์ครั้งนี้ เริ่มต้นจากการใช้อาวุธของฝ่ายกัมพูชา ซึ่งส่งผลให้กำลังพลของเรา ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต
กองทัพจึงจำเป็นต้องตอบโต้ ภายใต้สิทธิในการป้องกันตนเองตามกฎหมายระหว่างประเทศ และภายใต้หลักการทางทหารสากลอย่างเคร่งครัด
ทั้งนี้ การพิจารณาหยุดยิงนั้นไทยได้กำหนดเงื่อนไขที่ชัดเจน 3 ประการ เพื่อให้เกิดความสงบอย่างแท้จริงและยั่งยืน ดังนี้
ประการแรก ต้องมีการประกาศหยุดยิง อย่างเป็นทางการและจริงใจ ซึ่งฝ่ายกัมพูชาได้ประกาศไว้ต่อที่ประชุม รัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียน ว่า จะขอให้มีการหยุดยิง ตั้งแต่วันที่ 22 ธันวาคม 2568เวลา 22.00 นาฬิกา โดยไม่มีเงื่อนไข แต่ฝ่ายไทยพิจารณาแล้วเห็นว่าการหยุดยิงที่จะเกิดความยั่งยืน ต้องเกิดจากทั้งสองฝ่ายได้มาพูดคุยกันอย่างจริงใจ
จึงเป็นที่มาของการประชุม GBC ในครั้งนี้ และมีการจัดทำแถลงการณ์ร่วม หรือ Joint Statement ระหว่างไทย-กัมพูชา ขึ้น เพื่อใช้เป็นหลักการสำคัญ ในการแก้ไขปัญหาระหว่างสองประเทศแบบทวิภาคีอย่างแท้จริง
ประการที่ 2 การหยุดยิงต้องเกิดขึ้นจริง และต่อเนื่อง ดังนั้นทั้งสองฝ่ายจึงได้ร่วมกันกำหนดมาตรการสำคัญ ได้แก่
ให้ทั้งสองฝ่ายหยุดยิงตั้งแต่เวลาสิบสองนาฬิกา ของวันนี้
และประเด็นที่สำคัญที่สุดใน Joint Statement ฉบับนี้ คือ ให้ทั้งสองฝ่าย ยังคงกำลังทหารในพื้นที่ระดับปัจจุบัน โดยต้องไม่มีการเคลื่อนย้าย หรือเสริมกำลังเพิ่มเติมเข้าหากัน และไม่มีการโจมตีหรือยั่วยุซ้ำ ติดตามและเฝ้าสังเกตการณ์การหยุดยิง เป็นเวลา 72 ชั่วโมง เพื่อยืนยันว่าการหยุดยิงเกิดขึ้นจริงและมีความต่อเนื่อง ก็ต่อเมื่อสถานการณ์สงบลงประชาชนจะสามารถกลับเข้าสู่ที่พักอาศัยได้อย่างปลอดภัย
จากนั้นจะมีการปล่อยตัวทหารกัมพูชาทั้ง 18 นาย ที่ เป็นไปตามหลักกฎหมายสากลที่กำหนดให้ปล่อยตัวเมื่อสิ้นสุดความเป็นปรปักษ์
จากรายงานผลการปฏิบัติทางทหาร กองทัพสามารถควบคุมภูมิประเทศสำคัญ ที่มีผลกระทบต่อพี่น้องประชาชนตามที่กำหนดไว้ได้แล้วการเสียสละเลือดเนื้อและชีวิตของทหารไทยหลายนายในครั้งนี้ จะต้องไม่สูญเปล่า
แต่ขณะเดียวกัน เราก็ต้องคำนึงถึงปัจจัยระดับยุทธศาสตร์ด้านอื่น ๆ เช่น ด้านเศรษฐกิจภาพลักษณ์และความชอบธรรมของไทย ในเวทีระหว่างประเทศ
ที่สำคัญอย่างยิ่ง ในฐานะที่ผมเป็นผู้บังคับบัญชา สิ่งที่ผมตระหนักอยู่เสมอ คือ ชีวิตและเลือดเนื้อของทหาร ที่ต้องเสียสละเพื่อพิทักษ์ไว้ซึ่งอธิปไตยของชาติ แต่ในฐานะที่ผมเคยเป็นทหารมาก่อน ย่อมรู้ดีว่าทหารทุกนาย ถือว่าการปกป้องประเทศชาติเป็นหน้าที่ และเป็นเกียรติสูงสุด แม้จะต้องเสียสละเลือดเนื้อและชีวิต
สำหรับกลไกที่จะนำไปสู่การปฏิบัติจริง และการตรวจสอบการปฏิบัติตาม Joint Statement ครั้งนี้ ได้แก่ คณะผู้สังเกตการณ์อาเซียน หรือ AOT ซึ่งเป็นกลไกตามความร่วมมือของอาเซียน ในการรักษาความมั่นคงของภูมิภาค สำนักงานประสานงานชายแดนของทั้งสองประเทศ ซึ่งเป็นกลไกในระดับพื้นที่
ขณะเดียวกัน ในระดับนโยบายจะมีการสื่อสารโดยตรง ผ่านสายด่วน ระหว่างรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และผู้บัญชาการทหารสูงสุดของทั้งสองฝ่าย ในกรณีจำเป็น ผู้แทนระดับสูงของทั้งสองฝ่าย จะลงพื้นที่เพื่อแก้ไขปัญหาร่วมกัน
นอกจากนี้ ยังได้กำหนดให้ทีมสื่อสารของทั้งสองประเทศ ทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิด เพื่อป้องกันข่าวบิดเบือนและเพื่อให้ข้อมูลที่ถูกต้องแก่ประชาชน ซึ่งต้องยอมรับว่า ข่าวบิดเบือน ข่าวปลอม และข่าวยั่วยุที่เกิดขึ้นจากทั้งสองฝ่าย ทำให้การแก้ไขปัญหาในทุกระดับ มีความยากขึ้นมาโดยตลอด
ประการที่ 3 ต้องมีเจตนาถึงความตั้งใจอย่างสุจริตในการแก้ไขปัญหาทุ่นระเบิด ซึ่งเป็นประเด็นด้านมนุษยธรรม ที่รัฐบาลให้ความสำคัญมาโดยตลอด
ดังนั้น ทั้งสองฝ่ายจึงได้เห็นพ้อง ในแนวทางลดความตึงเครียดและกำหนดกลไกปฏิบัติที่ชัดเจน ผ่านคณะทำงานร่วมด้านการเก็บกู้ทุ่นระเบิดเพื่อมนุษยธรรม (JCTF) เพื่อให้การปฏิบัติงานเป็นไปอย่างมีระบบ ปลอดภัย และโปร่งใส
ทั้งนี้ขอเน้นย้ำว่าจะต้องเก็บกู้ทุ่นระเบิดให้แล้วเสร็จ ทำให้พื้นที่มีความปลอดภัยก่อนที่จะมีการสำรวจและจัดทำหลักเขต ในระยะต่อไป
นอกจากเงื่อนไข 3 ประการ ที่จะทำให้การหยุดยิงเกิดขึ้นได้จริง และต่อเนื่องแล้ว Joint statement ฉบับนี้ ก็ยังคงรักษาไว้ ซึ่งสาระสำคัญตามข้อตกลงทวิภาคีระหว่างไทยและกัมพูชา
คือ การปฏิบัติตามอนุสัญญาออตตาวา การป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ อาชญากรรมทางไซเบอร์ และการค้ามนุษย์ ซึ่งจะต้องมีการดำเนินการอย่างต่อเนื่องต่อไป
“สำหรับพี่น้องประชาชนชาวไทย ผมเข้าใจดีถึงความรู้สึกโกรธ เจ็บปวด และห่วงใยชาติบ้านเมือง รัฐบาลไม่เคยมองข้ามเสียง เหล่านี้ และไม่ได้ประมาทต่อบทเรียนจากความสูญเสียที่ผ่านมา
ผมขอแสดงความเคารพอย่างสูงสุด ต่อกำลังพลทุกนายที่ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความกล้าหาญอดทน และเสียสละ รวมถึงครอบครัวของผู้ที่ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต
การสูญเสียของท่านไม่ใช่เพียงตัวเลขในรายงาน แต่คือความรับผิดชอบโดยตรงของรัฐบาล ที่จะต้องดำเนินการเรื่องสิทธิสวัสดิการ การเยียวยา การดูแลผู้บาดเจ็บ และครอบครัวในระยะยาว รวมถึงการพิจารณาดูแลกำลังพลหลังการรบ ด้วยความจริงจัง ต่อเนื่อง และเร่งด่วน
ผมขอยืนยันต่อพี่น้องประชาชน และกำลังพลทุกนาย ว่า การหยุดยิงในครั้งนี้ แต่เป็นการเปิดโอกาสให้ใช้วิธีแก้ปัญหาด้วยสันติวิธี ในเวทีทาง การทูตเพื่อกลับเข้ามาแก้ปัญหาร่วมกันอีกครั้ง
รัฐบาลและกองทัพ จะติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ตัดสินใจ ทุกขั้นตอนบนข้อเท็จจริง โดยยึดถืออธิปไตย ศักดิ์ศรีของชาติ ความปลอดภัย และการใช้ชีวิตที่เป็นปกติสุขของประชาชน
ผมขอขอบคุณทหารทุกนายและพี่น้องประชาชนชาวไทย ที่ยืนหยัดเคียงข้างประเทศชาติและกองทัพไทย ด้วยความเข้าใจและเข้มแข็ง ในช่วงเวลาสำคัญของประเทศครั้งนี้ และไม่ไดประมาทต่อบทเรียนความสูญเสียที่ผ่านมา ขอแสดงความเคารพอย่างสูงสุดต่อกำลังพลทุกนาย รวมถึงครอบครัวผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต
ที่มาเรียบเรียบเรียงจาก NBT Connext [1] [2]
