Skip to main content
sharethis
ระบบอ่านออกเสียงนี้ ใช้ฟังก์ชั่น Web Speech API / JavaScript ในเบราว์เซอร์

กองทัพภาคที่ 2 สรุปสถานการณ์ชายแดนไทย–กัมพูชา หยุดยิงหลังเวลา 12.00 น. วันที่ 27 ธ.ค.2568 จึงทำให้ความรุนแรงลดลงอย่างชัดเจน โดยทหารไทยควบคุมพื้นที่ทั้งหมดที่ประเทศไทยยึดคืนกลับมาได้ - TMAC ประณามกัมพูชา ตรวจค้นฐานทหารพบหลักฐานยังวางทุ่นระเบิด

28 ธันวาคม 2568 กองทัพภาคที่ 2 สรุปสถานการณ์ชายแดนไทย–กัมพูชา ตั้งแต่วานนี้ (27 ธ.ค.)  ตลอดช่วงเช้ามีการปะทะด้วยอาวุธยิงสนับสนุนหลายพื้นที่ โดยเฉพาะแนว จ.อุบลราชธานี และ จ.ศรีสะเกษ ก่อนที่ทั้งสองฝ่ายจะมีคำสั่ง “หยุดยิง” พร้อมกันหลังเวลา 12.00 น. ส่งผลให้สถานการณ์โดยรวมคลี่คลายลงชายแดนจังหวัด อุบลราชธานี

พื้นที่ช่องบก ช่วงเช้าวานนี้ฝ่ายตรงข้ามใช้อาวุธยิงสนับสนุนและจรวดหลายลำกล้องจากด้านหลังเนิน 745 ฝ่ายไทยตรึงกำลังรับมือ ก่อนมีคำสั่งหยุดยิงช่วงเที่ยง ขณะที่พื้นที่ช่องอานม้าไม่พบความเคลื่อนไหวสำคัญ และเข้าสู่ภาวะหยุดยิงเช่นเดียวกัน

ชายแดนจังหวัดศรีสะเกษ จุดปะทะหนาแน่น แนวซำแต–โดนตรวล–ภูผี–สัตตะโสม–พนมประสิทธิโส–ช่องตาเฒ่า ก่อนหยุดยิง มีการโต้ตอบกันอย่างต่อเนื่อง ฝ่ายไทยใช้อาวุธยิงต่อต้านที่ตั้งฝ่ายตรงข้าม พื้นที่สัตตะโสมมีกำลังพลไทยได้รับบาดเจ็บจากการเหยียบกับระเบิด 1 นาย แม้ไม่มีการรุกภาคพื้นขนาดใหญ่ แต่พบความพยายามแทรกซึมเป็นระยะ หลังหยุดยิงยังตรวจพบการเคลื่อนไหวบางจุด

แนวผามออีแดง–ห้วยตามาเรีย พบการระดมยิงจากฝั่งตรงข้าม ฝ่ายไทยตอบโต้ด้วยการรวมอำนาจการยิงหลายระลอก มีกำลังพลได้รับบาดเจ็บจากสะเก็ดและแรงอัดหลายราย และหลังหยุดยิงยังพบความเคลื่อนไหวกำลังพลและยานพาหนะใกล้ปากช่องคานม้าและวัดแก้ว

พื้นที่ภูมะเขือ–ช่องโดนเอาว์–พลาญยาว–พลาญหินแปดก้อน ฝ่ายตรงข้ามโจมตีจากช่องโดนเอาว์และพยายามแทรกซึมหลายครั้ง ฝ่ายไทยใช้การยิงสกัด ทำให้แนวที่มั่นไม่เปลี่ยนแปลงหลังเข้าสู่ห้วงหยุดยิง

ส่วนพื้นที่ช่องสะงำ แม้ไม่พบความเคลื่อนไหวภาคพื้นสำคัญ แต่ตรวจพบโดรนจำนวนมากตั้งแต่เช้ามืด ฝ่ายไทยใช้อากาศยาน รถถัง และโดรนโจมตีเป้าหมาย รวมถึงเกิดการปะทะเป็นช่วง ๆ

ชายแดนจังหวัดสุรินทร์–บุรีรัมย์ สถานการณ์ทรงตัว หลายพื้นที่ใน จ.สุรินทร์ อาทิ ช่องจอม ช่องเปรอ ช่องระยี คนา ตาควาย เนิน 350 ช่องกร่าง และตาเมือนธม ไม่พบความเคลื่อนไหวสำคัญ และอยู่ในภาวะหยุดยิงหลังเที่ยงวัน โดยภาพรวมยังเป็นการกดดันด้วยอาวุธยิงไกล ไม่มีการเข้าตีประชิดชัดเจน ขณะที่ จ.บุรีรัมย์ พื้นที่ช่องสายตะกู สถานการณ์สงบและตรึงกำลังเดิม

โดยภาพรวมทั้งวัน การปะทะรุนแรงเกิดขึ้นตั้งแต่เช้ามืดจนถึงช่วงเที่ยง โดยเฉพาะแนวเขาพระวิหาร–ผามออีแดง–ภูมะเขือ และแนวช่องบก–ช่องอานม้า ก่อนที่คำสั่งหยุดยิงหลังเวลา 12.00 น. วันที่ 27 ธ.ค.2568 จึงทำให้ความรุนแรงลดลงอย่างชัดเจนและสถานการณ์เข้าสู่ภาวะที่ไทยควบคุมได้ทั้งหมดทุกพื้นที่ ที่เป็นพื้นที่ของไทย เราสามารถยึดคืนกลับมาได้

TMAC ประณามกัมพูชา ตรวจค้นฐานทหารพบหลักฐานยังวางทุ่นระเบิด

Thai PBS รายงานว่า พ.อ.ศิวะ หว่างอากาศ โฆษกศูนย์ปฏิบัติการทุ่นระเบิดแห่งชาติ (TMAC) กล่าวถึงกรณีเกิดเหตุการณ์เมื่อวันที่ 27 ธ.ค. เวลา 12.19 ขณะที่ร้อย ร.112 พัน.ร.12 เข้าปฏิบัติภารกิจบริเวณเขาสัตตะโสม ต.เสาธงชัย อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ ได้เกิดเหตุพลทหารนรินทร์ เงาไพร ตำแหน่งพลยิง M203 ร้อย ร.112 พัน.ร.12 เหยียบทุ่นระเบิดสังหารบุคคล PMN-2 อาการบาดเจ็บสาหัสขาขวาขาด ซึ่งเป็นการเกิดเหตุคนที่ 10 ของทหารไทย

พ.อ.ศิวะ ระบุว่า เหตุการณ์ดังกล่าว ศูนย์ปฏิบัติการทุ่นระเบิดแห่งชาติ ยืนยันได้ว่าฝ่ายกัมพูชายังคงมีการปฏิบัติในการละเมิดพันธกรณีระหว่างประเทศ ตามอนุสัญญาว่าด้วยการห้ามใช้ทุ่นระเบิดสังหารบุคคล (อนุสัญญาออตตาวา) ที่ไทยและกัมพูชาต่างเป็นรัฐภาคี อย่างชัดเจนและต่อเนื่อง

รวมทั้งจากการเข้าตรวจค้นพิสูจน์ทราบพื้นที่ฐานปฎิบัติการของทหารกัมพูชาก่อนละทิ้งฐาน ได้ตรวจพบหลักฐานหลายรายการ เช่น สมุดบันทึกการวางทุ่นระเบิดที่ระบุพิกัด GPS ในหลายพื้นที่ อีกทั้งยังพบบันทึกรายการแจกจ่ายทุ่นระเบิด PMN-2 อีกจำนวนมาก ซึ่งฝ่ายกัมพูชาไม่ควรใช้วาทะกรรมใดๆ ในการโต้แย้ง หรือปฏิเสธการวางทุ่นระเบิดสังหารบุคคลต่อประชาคมโลกได้อีกต่อไป

นอกจากนี้ จากเหตุการณ์ที่ทหารไทยประสบเหตุ รวมทั้งจำนวนทุ่นระเบิดตรวจพบและยึดได้ แสดงให้เห็นว่าในทุกบริเวณที่มีการประทะยังคงมีการปนเปื้อนของทุ่นระเบิดอีกเป็นจำนวนมาก

โฆษกศูนย์ปฏิบัติการทุ่นระเบิดแห่งชาติ กล่าวอีกว่า ขอประณามการกระทำดังกล่าวของกัมพูชาว่าเป็นการกระทำที่บ่งบอกถึงการจงใจละเมิดในทุกข้อตกลง และแสดงถึงความไม่จริงใจในการร่วมกันแก้ปัญหาให้เกิดความสงบสุขในภูมิภาค ซึ่งปัจจุบันอยู่ในห้วงที่ทั้งฝ่ายไทยและฝ่ายกัมพูชากำลังมุ่งดำเนินการเพื่อจัดทำถ้อยแถลงร่วมกันในการยุติการสู้รบ เพื่อคืนความสงบสุขให้กับประชาชน ซึ่งถือเป็นโอกาสอันดีที่ฝ่ายกัมพูชาจะได้แสดงออกถึงความจริงใจ และเปิดเผยทุกข้อมูลที่จะนำไปสู่กระบวนการแห่งการสร้างสันติภาพในภูมิภาคต่อไปอย่างยั่งยืน

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท
โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต
สแกน QR Code เพื่อร่วมบริจาคเงินให้กับประชาไท
ติดตามประชาไท ได้ทุกช่องทาง