Skip to main content
sharethis
ระบบอ่านออกเสียงนี้ ใช้ฟังก์ชั่น Web Speech API / JavaScript ในเบราว์เซอร์

คณะกรรมการขับเคลื่อนนโยบายสุขภาวะคนข้ามเพศระดับชาติ เครือข่ายทอม ผู้ชายข้ามเพศ นอนไบนารี่ เพื่อความเท่าเทียม (TransEqual) และภาคีเครือข่ายภาคประชาชน ออกแถลงการณ์สนับสนุนสิทธิและศักดิ์ศรีของชุมชนคนข้ามเพศ ระบุแม้ประเทศไทยจะก้าวหน้าด้านสิทธิความหลากหลายทางเพศด้วยการผ่านกฎหมายสมรสเท่าเทียม แต่กลุ่มคนข้ามเพศ นอนไบนารี่ และอินเตอร์เซ็กส์ ยังคงไม่ได้รับการรับรองอัตลักษณ์ทางเพศสภาพที่แท้จริงของตนในทางกฎหมาย ระบบกฎหมายปัจจุบันยังคงจำกัดการรับรองสิทธิและสถานะของบุคคลเพียงในกรอบสองเพศชาย-หญิงเท่านั้น ทางเครือข่ายฯ ขอเรียกร้องต่อพรรคการเมืองทุกพรรคให้กำหนดนโยบายและประกาศจุดยืนที่ชัดเจนในการสนับสนุนกฎหมายรับรองอัตลักษณ์ทางเพศสภาพในช่วงการเลือกตั้งที่จะมาถึง และผลักดันให้เกิดกฎหมายนี้อย่างจริงจังเมื่อได้เข้ามาทำหน้าที่ในรัฐสภา

 

13 ม.ค. 2569 คณะกรรมการขับเคลื่อนนโยบายสุขภาวะคนข้ามเพศระดับชาติ เครือข่ายทอม ผู้ชายข้ามเพศ นอนไบนารี่ เพื่อความเท่าเทียม (TransEqual) และภาคีเครือข่ายภาคประชาชน ร่วมกันจัดเสวนาหัวข้อ: อยู่ได้อย่างปลอดภัย มีตัวตน มีสิทธิ เพื่อยุติความรุนแรง การเลือกปฏิบัติ และอาชญากรรมจากความเกลียดชังต่ออัตลักษณ์ทางเพศ เพื่อชี้ให้เห็นว่าในประเทศไทยความรุนแรงและการเลือกปฏิบัติต่อบุคคลหลากหลายทางเพศยังคงเกิดขึ้นในหลายระดับ ตั้งแต่ครอบครัว โรงเรียน ที่ทำงาน ไปจนถึงระดับนโยบายและโครงสร้างทางสังคม อันเกิดจากอคติ โดยเฉพาะในกลุ่มทอม ผู้ชายข้ามเพศ นอนไบนารี่ และบุคคลข้ามเพศที่ยังขาดการคุ้มครองและการเข้าถึงกระบวนการยุติธรรมอย่างเท่าเทียม

ก่อนจะร่วมกันแถลงข่าวและแสดงจุดยืนเรื่องการรับรองอัตลักษณ์ทางเพศสภาพ พร้อมการอ่านแถลงการณ์สนับสนุนสิทธิและศักดิ์ศรีของชุมชนคนข้ามเพศ ทอม กะเทย นอนไบนารี่ และอินเตอร์เซ็กส์ในประเทศไทย เพื่อชวนสังคมไทยร่วมคิด ร่วมตั้งคำถาม และร่วมมองหาคำตอบ ต่อข้อกังวลที่ถูกพูดถึงซ้ำแล้วซ้ำเล่าเกี่ยวกับการรับรองอัตลักษณ์ทางเพศ เช่น ผู้หญิงข้ามเพศจะหลอกแต่งงานกับผู้ชาย ? , การเปลี่ยนคำนำหน้านาม ทำให้สิทธิของผู้หญิงหรือผู้ชายลดลง ? , บุคคลที่เปลี่ยนคำนำหน้านาม จะเข้าถึงการรักษาพยาบาลได้ยากขึ้นหรือปลอดภัยน้อยลง ? , การรับรองอัตลักษณ์ทางเพศ เกี่ยวข้องหรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ ? ฯลฯ

แถลงการณ์ระบุ คณะกรรมการขับเคลื่อนนโยบายสุขภาวะคนข้ามเพศระดับชาติ และภาคีเครือข่ายภาคประชาชน ออกแถลงการณ์ฉบับนี้เพื่อเน้นยํ้าว่าการกำหนดเพศของตนเองตามเจตจำนงค์ถือเป็นสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐานที่ทุกคนพึงได้รับการเคารพอย่างเต็มที่ บุคคลทุกคนมีสิทธิส่วนบุคคลในการระบุ และแสดงออกอัตลักษณ์ทางเพศของตนเอง การตัดสินใจดังกล่าวต้องได้รับความเคารพต่อคุณค่าและศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์อย่างไม่มีเงื่อนไข แนวคิดการรับรองเพศตามเจตจำนงค์ของตนเอง (Self-Determination) นี้ได้รับการยอมรับอย่างแพร่หลายในระดับสากลว่าเป็นหัวใจของหลักการสิทธิมนุษยชน โดยไม่จำเป็นต้องมีข้อกำหนดด้านการแพทย์หรือการรับรองจากผู้อื่น ทั้งนี้ นักปกป้องสิทธิได้เน้นยํ้าไว้อย่างชัดเจนว่า “ทุกคนควรมีสิทธิในการระบุเพศของตนเอง เพราะคือสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐาน” ซึ่งสะท้อนถึงหลักการสิทธิในการกำหนดชีวิตของตนเอง (right to self-determination) ที่เรายึดมั่น

แม้ประเทศไทยจะก้าวหน้าด้านสิทธิความหลากหลายทางเพศด้วยการผ่านกฎหมายสมรสเท่าเทียม เปิดโอกาสให้ทุกคู่สามารถจดทะเบียนสมรสได้อย่างเสมอภาค แต่ประชาชนกลุ่มคนข้ามเพศ นอนไบนารี่ และอินเตอร์เซ็กส์ ยังคงไม่ได้รับการรับรองอัตลักษณ์ทางเพศสภาพที่แท้จริงของตนในทางกฎหมาย ระบบกฎหมายปัจจุบันยังคงจำกัดการรับรองสิทธิ และสถานะของบุคคลเพียงในกรอบสองเพศชาย-หญิงเท่านั้น ส่งผลให้บุคคลข้ามเพศ นอนไบนารี หรืออินเตอร์เซ็กส์ ยังไม่มีช่องทางเปลี่ยนแปลงสถานะทางเพศหรือคำนำหน้าชื่อตามที่ตนเองระบุได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย ผลที่ตามมาคือคนกลุ่มนี้ต้องประสบกับอุปสรรค และการเลือกปฏิบัติในชีวิตประจำวันหลายด้าน เช่น

• การใช้เอกสารราชการที่ระบุเพศไม่ตรงกับตัวตน นำไปสู่ความเสี่ยงที่จะถูกปฏิเสธการรับเข้าทำงาน หรือถูกตั้งคำถามต่อความน่าเชื่อถือในที่สาธารณะ และบริการสาธารณะ เช่น การทำธุรกรรมทางการเงิน การใช้บริการสายการบิน การเดินทางเข้า-ออกประเทศ เป็นต้น

• การเข้าถึงบริการสุขภาพ โดยเฉพาะบริการเฉพาะทาง อาจไม่สอดคล้องกับข้อมูลเพศในเอกสาร ส่งผลให้ได้รับบริการที่ไม่เป็นมิตร และถูกเลือกปฏิบัติจากบริการสาธารณสุข

• ความเสี่ยงที่จะถูกคุกคาม ล่วงละเมิด หรือเผชิญความรุนแรงเนื่องจากอคติทางเพศที่ยังฝังรากลึกในสังคม

• ความไม่มั่นคงทางจิตใจ จากการที่รัฐไม่ยอมรับรองการมีอยู่ของอัตลักษณ์ตามเพศที่แท้จริงของบุคคล

กรณีเหล่านี้สะท้อนชัดเจนว่าการรับรองเพศสภาพตามเจตจำนงของแต่ละบุคคลไม่ใช่ “อภิสิทธิ์” ที่จะให้หรือไม่ให้กับคนบางกลุ่ม หากแต่เป็นเงื่อนไขพื้นฐานในการสร้างความเสมอภาคเท่าเทียมในสังคมไทย ตลอดช่วงที่ผ่านมา สังคมไทยได้ตระหนักถึงความสำคัญของประเด็นนี้อย่างกว้างขวาง จะเห็นได้จากการที่มีความพยายามผลักดันร่างกฎหมายรับรองเพศสภาพออกมาพร้อมกันถึง 4 ฉบับ จากทั้งหน่วยงานรัฐ พรรคการเมือง และภาคประชาชน ซึ่งสะท้อนว่าทุกภาคส่วนเห็นพ้องต้องกันถึงความจำเป็นในการรับรองสิทธิดังกล่าว อย่างไรก็ตาม ร่างกฎหมายเหล่านั้นยังมิได้กลายเป็นกฎหมายที่มีผลบังคับใช้จริง ทำให้กลุ่มประชาชนคนข้ามเพศ นอนไบนารี่ และอินเตอร์เซ็กส์ ยังคงต้องรอคอยความยุติธรรมทางกฎหมายที่ควรจะเกิดขึ้นมาเป็นระยะเวลานาน

ทางเครือข่ายฯ จึงมีข้อเสนอต่อพรรคการเมืองทุกพรรค ให้กำหนดนโยบายและประกาศจุดยืนที่ชัดเจนในการสนับสนุนกฎหมายรับรองอัตลักษณ์ทางเพศสภาพ ในช่วงการเลือกตั้งที่จะมาถึง และผลักดันให้เกิดกฎหมายนี้อย่างจริงจังเมื่อได้เข้ามาทำหน้าที่ในรัฐสภา ทุกพรรคการเมืองควรให้คำมั่นร่วมกันว่าจะสนับสนุนการผ่านกฎหมายดังกล่าว เพื่อรับประกันว่าสิทธิและศักดิ์ศรีของประชาชนทุกเพศจะได้รับการคุ้มครองอย่างเท่าเทียมตามหลักการรัฐธรรมนูญและหลักสิทธิมนุษยชนสากล

ในโอกาสนี้ พวกเราขอเชิญชวนภาครัฐ พรรคการเมือง นักวิชาการ ผู้ให้บริการสุขภาพ ภาคศาสนา ภาคธุรกิจ สื่อมวลชน และประชาชนทั่วไป ร่วมเปิดพื้นที่พูดคุยอย่างสร้างสรรค์ เพื่อแลกเปลี่ยนมุมมอง รับฟังข้อกังวล และร่วมกันออกแบบกฎหมายรับรองอัตลักษณ์ทางเพศสภาพที่ตั้งอยู่บนหลักการของเจตจำนงของบุคคล

ทางเครือข่ายฯ เชื่อว่า สังคมที่เป็นธรรมทางเพศไม่ได้เกิดจากการเอาชนะกันทางความคิด แต่เกิดจากการร่วมกัน

รับผิดชอบต่อความแตกต่าง และการยอมรับว่าทุกคนมีคุณค่าในแบบของตนเอง การรับรองอัตลักษณ์ทางเพศสภาพจึงไม่ใช่จุดจบของการถกเถียง หากเป็นจุดเริ่มต้นของการเรียนรู้และเติบโตไปด้วยกันในฐานะสังคมเดียวกัน

 

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท
โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต
สแกน QR Code เพื่อร่วมบริจาคเงินให้กับประชาไท
ติดตามประชาไท ได้ทุกช่องทาง