วันนี้ (19 ม.ค. 69) ธนู รุ่งโรจน์เรืองฉาย หรือ 'ทนายชา' เข้าแจ้งความ 'พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค' อดีตรองนายกฯ และหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ ที่ สน. ห้วยขวาง จากการที่เพจเฟซบุ๊กพรรครวมไทยสร้างชาติเผยแพร่คลิปพีระพันธุ์พูดว่าการออกเสียงประชามติ "เห็นชอบ" ให้มีรัฐธรรมนูญใหม่จะเป็นการ 'เซ็นเช็คเปล่า' ที่เซ็นไปแล้วจะกรอกตัวเลขยังไงก็ได้ อาจทำให้ประชาชนเข้าใจผิดว่าไม่สามารถมีส่วนร่วมอะไรได้เลยในกระบวนการหลังจากนี้ ซึ่งไม่เป็นความจริง
ทนายชาอธิบายว่า ตามคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญกำหนดให้ทำประชามติ 3 ครั้ง ครั้งนี้เป็นเพียงครั้งแรกเท่านั้น
หากประชามติครั้งแรกผ่าน ก็ต้องทำอีกครั้งเพื่อกำหนดแนวทางของรัฐธรรมนูญ ว่าควรมีวิธีการและเนื้อหาสำคัญอย่างไร
เมื่อมีร่างรัฐธรรมนูญใหม่แล้ว ก็ต้องทำประชามติครั้งสุดท้ายว่าจะรับร่างดังกล่าวหรือไม่
หมายความว่าประชาชนสามารถออกเสียงควบคุมทิศทางเนื้อหารัฐธรรมนูญฉบับใหม่ได้ ไม่ใช่การเซ็นเช็คเปล่าอย่างที่พีระพันธุ์กล่าว
ทนายชาย้ำว่า การรณรงค์เห็นชอบหรือไม่เห็นชอบล้วนทำได้ แต่ต้องไม่ใช่การบิดเบือนให้เกิดความเข้าใจผิด
เขาเล่าว่าได้คุยกับประชาชนคนหนึ่งที่จะโหวตไม่เห็นชอบ เพราะเชื่อว่าถ้าให้ผ่านแล้วก็ไม่รู้รัฐธรรมนูญใหม่จะมีหน้าตาอย่างไร ควบคุมอะไรไม่ได้อีกเลย เขาจึงเชื่อว่ายังมีประชาชนอีกจำนวนมากที่เชื่อข้อมูลบิดเบือนเหล่านี้
โดยข้อหาที่แจ้งความวันนี้คือ พ.ร.บ.ประชามติ มาตรา 77(5) และ พ.ร.บ.คอมฯ มาตรา 14(1)
ต่อประเด็นการแก้ไขรายมาตรา ทนายชาขยายความว่า ที่ผ่านมามีการยื่นแก้รายมาตราในรัฐสภา 26 ครั้ง แต่ถูก สว. ปัดตกไปแล้วถึง 25 ครั้ง ทำให้รู้สึกคับข้องใจ เป็นเหตุผลที่อยากให้มีการร่างรัฐธรรมนูญใหม่ ระหว่างนี้ใครจะยื่นแก้ไขรายมาตราอย่างไรก็ทำได้ แต่ก็ต้องไปลุ้นว่า สว. จะให้ผ่านไหมอยู่ดี
นอกจากนี้ พรุ่งนี้ (20 ม.ค.) ทนายชาจะไปยื่นฟ้อง กกต. ต่อศาลปกครองกลาง ประเด็นที่ กกต. ให้ลงทะเบียนประชามตินอกเขตแค่ 3 วัน จนทำให้มีผู้ตกหล่นเป็นจำนวนมากเพราะเวลาน้อยและขาดการประชาสัมพันธ์ จึงต้องการให้ศาลมีคำสั่งโดยเร็วให้ กกต. เปิดลงทะเบียนออนไลน์เพิ่ม เพื่อให้ทันการใช้สิทธิ์ออกเสียงประชามติ 8 ก.พ. นี้ โดยจะมีหนึ่งในผู้เสียหายที่ลงทะเบียนประชามตินอกเขตไม่ทันไปร่วมยื่นฟ้องด้วย
