เวที “ปล่อยท่าไม้ตายประชาชน” 5 พรรคการเมืองร่วมประกาศจุดยืนหนุนประชาชนกาเห็นชอบประชามติ 8 ก.พ. ชี้รัฐธรรมนูญ 60 ลดทอนสิทธิ เปิดช่องฮั้ว สว. และองค์กรอิสระ พร้อมย้ำร่างใหม่ต้องยึดประชาชนเป็นศูนย์กลาง เปิดประตูสู่กติกาที่เป็นธรรมและประชาธิปไตยมากขึ้น

ภาพจาก: แมวส้ม
4 ก.พ. 2569 ที่ลานหน้าหอศิลปวัฒนธรรมกรุงเทพมหานคร มีกิจกรรม “ขบวนสุดท้ายปล่อยท่าไม้ตายประชาชน” รณรงค์ให้ประชาชนไปออกเสียงประชามติ “เห็นชอบ” ให้มีการร่างรัฐธรรมนูญใหม่ที่จะมีขึ้นพร้อมการเลือกตั้งทั่วไปในวันอาทิตย์ที่ 8 ก.พ.นี้ ซึ่งเป็นกิจกรรมต่อเนื่องจากขบวนเดินรณรงค์ที่เริ่มต้นเมื่อ 16.00 น. เดินจากอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยมาที่หอศิลปฯ
เรื่องที่เกี่ยวข้อง
18.30 น. เวทีเปิดให้พรรคการเมืองปราศรัยแสดงจุดยืนต่อการทำประชามติครั้งนี้โดยมีตัวแทนจากพรรคการเมือง 5 พรรค ได้แก่ พรรคเพื่อไทย พรรคพลวัต พรรคไทยสร้างไทย พรรคประชาชน และพรรคเป็นธรรม โดยทุกพรรคสนับสนุนให้ประชาชนกาเห็นชอบเพื่อให้เกิดการร่างรัฐธรรมนูญใหม่
จาตุรนต์ ฉายแสง ตัวแทนของพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงปัญหาที่มาของรัฐธรรมนูญ 60 ที่การทำประชามติครั้ง 2559 ไม่ได้เป็นการเปิดให้ประชาชนออกเสียงประชามติอย่างเสรีและเที่ยงธรรมไม่เปิดโอกาสให้คนที่ไม่เห็นด้วยได้แสดงความคิดเห็นจึงเป็นการโกงสิทธิของประชาชน
รัฐธรรมนูญ 2560 ยังเรื่องสิทธิเสรีภาพของประชาชนไปอยู่ในหน้าที่ของรัฐทำให้สิทธิต่างๆ ถูกลดทอน และที่อ้างว่าเป็นรัฐธรรมนูญปราบปรามโกงแต่อันดับการป้องกันการทุจริตของไทยก็แย่ลงเรื่อยๆ เพราะองค์กรอิสระทั้งหลายขาดความเป้นอิสระแต่อยู่ภายใต้ของคณะรัฐประหาร คสช.แล้วต่อมาก็มาอยู่ใต้ สว.ที่ถูกแต่งตั้งมาจนถึงชุดล่าสุดที่ถูกมองว่าฮั้วกันมาจนองค์กรเหล่านี้เป็นอิสระจากประชาชน รัฐธรรมนูญ 60 จึงไม่ใช่รัฐธรรมนูญปราบโกง แต่เป็นรัฐธรรมนูญที่เอื้อต่อการโกง อีกทั้งการสืบทอดอำนาจ คสช.มาไม่ได้มีเพียง สว.ที่จะมาเลือกนายกฯ แล้วยังมียุทธศาตร์ชาติ 20 ปีอีก ที่ทำให้พรรคการเมืองหรือรัฐบาลใดๆ ไม่สามารถมีนโยบายที่ดีที่สุดเพื่อทำให้ประเทศไทยเติบโตพัฒนาทันประเทศอื่นๆ การมีรัฐธรรมนูญใหม่จึงเป็นสิ่งจำเป็นเพื่อให้ประเทศปรับตัวได้และเพื่อเยาวชนคนรุ่นใหม่
ตัวแทนพรรคเพื่อไทยกล่าวว่า เมื่อการแก้ไขรายมาตราไม่สามารถแก้ไขได้เพราะต้องมีเสียง สว. 1 ใน 3 พรรคจึงเสนอให้จัดทำรัฐธรรมนูญใหม่ให้เชื่อมโยงกับประชาชนมากที่สุดโดยสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (สสร.) ที่มาจากประชาชนเพื่อแก้ข้อครหาว่าการทำรัฐธรรมนูญใหม่เพื่อนักการเมือง แต่ศาลรัฐธรรมนูญก็ไม่ให้ตั้งผู้ร่างที่มาจากประชาชนโดยตรงจึงต้องหาทางเลี่ยงให้ผู้ร่างเชื่อมโยงกับประชาชนมากที่สุดโดยเปิดให้ได้ร่วมกันหารือเพื่อยืนยันว่าเป็นรัฐธรรมนูญประชาชนและทำเพื่อประชาชนจริงๆ
จาตุรนต์กล่าวว่า พรรคเพื่อไทยมีนโยบายส่งเสริมทำรัฐธรรมนูญใหม่ให้ประชาชนเห็นชอบ และพรรคเห็นชอบมีรัฐธรรมนูญใหม่และเสนอต่อ กกต.ว่าเป็นนโยบายของพรรคในการเลือกตั้งครั้งนี้ จึงไม่มีปัญหาว่าพรรคเพื่อไทยมีจุดยืนอย่างไร มีนโยบายตั้งแต่ต้น
ชาติชาย อมรเลิศวัฒนา ตัวแทนจากพรรคพลวัต กล่าวถึงจุดยืนของพรรคว่า สนับสนุนให้เห็นชอบรัฐธรรมนูญใหม่ เพราะรัฐธรรมนูญ 60 ไม่สามารถแก้ไขได้เลยที่แก้ได้ก็แค่มาตราเดียว เพราะติดที่ สว.จะต้องให้ความเห็นชอบ และเป็นเหตุที่ต้องมีรัฐธรรมนูญใหม่ก็เพราะเรื่องที่มาของ สว.ตามรัฐธรรมนูยเปิดให้เกิดการฮั้วกันได้ไม่ได้มาตามสายอาชีพอย่างที่ระบุไว้ แต่ประชาชนก็ไม่มีอำนาจตรวจสอบผู้มีอำนาจนตำแหน่งสำคัญๆ และที่คนบอกว่าแก้รัฐธรรมนูญรายมาตราได้นั้นก็จะเห็นว่าแก้ยากมากทั้งที่มีหลายมาตราต้องแก้ไข จึงต้องร่างใหม่เพื่อให้ประชาชนสามารถถอดถอนผู้มีอำนาจได้
ปิติพงษ์ เต็มเจริญ ตัวแทนพรรคเป็นธรรม กล่าวแสดงจุดยืนของพรรคสนับสนุนให้ประชาชนออกเสียงประชามติ เห็นชอบ เพื่อให้เอารัฐธรรมนูญประชาชนกลับมาแล้วเอารัฐธรรมนูญของคณะปฏิวัติออกไป ขอให้ประชาชนเห็นชอบให้มีรัฐธรรมนูญใหม่
พริษฐ์ วัชรสินธุ ตัวแทนของพรรคประชาชน กล่าวยืนยันว่าพรรคสนับสนุนให้ประชาชนกาเห็นชอบเพื่อร่างรัฐธรรมนูญใหม่ และยืนยันว่าเป้าหมายของการมีกติกาสูงสุดของประเทศและมีระบบการเมืองที่โปร่งใสเป้นประชาธิปไตยที่ประชาชนพึ่งพาได้ เป็นภารกิจที่สำคัญและยิ่งใหญ่กว่าพรรคการเมืองใดพรรคการเมืองหนึ่ง เพราะเมื่อกติกาไม่เป็นธรรมพรรคการเมืองย่อมผนึกกำลังกันแน่นอน
พริษฐ์กล่าวว่า ที่รัฐธรรมนูญ 60 จะต้องแก้หรือร่างใหม่ เพราะหากไม่แก้ก็จะทำให้ประชาชนยังต้องอยู่กับองค์กรอิสระ เช่น สตง.ที่ตรวจสอบแต่คนอื่นแต่เมื่อตัวเองเกิดปัญหาแล้วไม่ตรวจสอบ มี ปปช.ที่ถูกตั้งคำถามถึงความโปร่งใสทั้งจากกรณียืมนาฬิกาเพื่อนหรือรับสินบนทองคำ และจะมี สส.ที่ตอนหาเสียงอยู่พรรคหนึ่งแต่เมื่อเข้าสภาแล้วก็ย้ายไปอยู่พรรคอื่นเพื่อประโยชน์ส่วนตนโดยไม่เคยขออนุญาตจากประชาชน และยังจะมี สว.ที่มีอำนาจล้นฟ้าในการตั้งองค์กรอิสระแต่เป็น สว.ที่ไม่เชื่อมโยงกับประชาชนและเสี่ยงต่อการฮั้ว และจะมี กกต.ที่ทำงานไม่มีประสิทธิภาพแค่ไหนก็ถอดถอนไม่ได้ หลายปัญหาจะต้องแก้รัฐธรรมนูญ แต่เมื่อยื่นแก้รายมาตราเข้าไปในสภากว่า 20 ร่างแต่ไม่สามารถแก้ไขได้เพราะติดเงื่อนไขต้องมีเสียง สว. 1 ใน 3 และจะทำให้เห็นว่าจริงๆ แล้วพรรคต้องการแก้เรื่องอะไรบ้าง แต่ที่ยังไม่ลงรายละเอียดเรื่องนี้เพราะว่าเมื่อได้รับความเห็นชอบให้มีรัฐธรรมนูญใหม่แล้วคนที่จะออกแบบรัฐธรรมนูญใหม่ไม่ใช่พรรคประชาชน แต่เป็นประชาชนทุกคน
ตัวแทนพรรคประชาชนกล่าวต่อว่า การเดินหน้าแก้รายมาตราคนที่จะชี้ขาดว่าแก้มาตราไหนได้หรือไม่ได้คือ สว.ที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง แต่ถ้าร่างรัฐธรรมนูญใหม่แล้วไม่ใส่เงื่อนไขนี้กลับเข้าไปในฉบับใหม่อีกคนที่จะตัดสินว่าฉบับใหม่มีเนื้อหาอย่างไรคือเสียงของประชาชนที่มาจากการทำประชามติ การทำประชามติในวันที่ 8 ก.พ.นี้จึงมีความสำคัญอย่างยิ่งหากเสียงเห็นชอบชนะก็จะเป็นการเปิดประตูบานแรกให้ประเทศในการทำรัฐธรรมนูญใหม่ แต่ถ้าแพ้ก็มีความเสี่ยงทีจะแพ้ไปอีกนานเพราะมีโอกาสที่จะแก้รัฐธรรมนูญถูกปิดหมด เขาเชื่อว่ามีคนในรัฐสภาเอาเสียงประชามติที่บอกว่าไม่เห็นชอบมาบอกว่าประชาชนชอบรัฐธรรมนูญ 60 วันที่ 8 ก.พ.เสียงเห็นชอบจึงต้องชนะให้ขาดเพื่อใช้ในการยืนยันว่าประชาชนสนับสนุนการทำรัฐธรรมนูญใหม่โดยไม่ได้เกี่ยวกับพรรคการเมืองใดพรรคการเมืองหนึ่ง
