Skip to main content
ประชาไททำหน้าที่เป็นเวที เนื้อหาและท่าที ความคิดเห็นของผู้เขียน อาจไม่จำเป็นต้องเหมือนกองบรรณาธิการ
sharethis
ระบบอ่านออกเสียงนี้ ใช้ฟังก์ชั่น Web Speech API / JavaScript ในเบราว์เซอร์

ข่าว “พรรคประชาชน” ถูกปั่นข่าวว่า จะเปิดทางให้แรงงานต่างด้าวเป็นบอร์ดประกันสังคมได้ แสดงให้เห็นการใช้ “คนต่างด้าว” เป็นเครื่องมือโจมตีพรรคการเมืองไทย 

ชวนมองย้อนดูพัฒนาการอคติต่อต่างด้าว เพื่อโหมความรู้สึกชาตินิยม ก่อนการเลือกตั้ง

โค้งสุดท้ายก่อนการเลือกตั้ง เกิดกระแสดราม่าเรื่องพรรคส้มเป็นพวกเดียวกับทีมประกันสังคมก้าวหน้า และกำลังผลักดันให้แรงงานต่างด้าวมีสิทธิเลือกตั้ง-สมัครบอร์ดประกันสังคม ถูกหยิบขึ้นมาตีกระแสโดย สส.พรรคภูมิใจไทย 

คงเป็นเรื่องจริงที่คนพรรคส้มกับประกันสังคมก้าวหน้ามีสายสัมพันธ์กัน เพราะมีอุดมการณ์สอดคล้องกัน และก็จริงว่า ทีมบอร์ดประกันสังคมนี้พูดถึงสิทธิคนต่างชาติเยอะ แต่นั่นเพราะบทบาทของพวกเขามีหน้าที่คำนึงถึงสิทธิผู้ประกันตนผู้จ่ายเงินสมทบทุนกองทุนประกันสังคม ซึ่งมีทั้งคนไทยและแรงงานต่างด้าวกว่าหนึ่งล้านคน (ประมาณ 5% ของผู้ประกันตนทั้งหมด) ดังนั้น จึงเป็นการคิดบนฐานคนทำงาน ไม่ใช่แค่สัญชาติ ไม่เช่นนั้น ทีมประกันสังคมนี้จะถูกหาว่า “เลือกปฏิบัติ”

โฆษณา - Advertising

สิ่งที่น่าสนใจคือ การที่เพจหมออนามัยขี้เม้ากับ สส.พรรคภูมิใจไทย หยิบเรื่องนี้ขึ้นมาพูดในหนึ่งสัปดาห์ก่อนเลือกตั้ง โดยกลับไปค้นเอานโยบายสามปีก่อนข้อ 14 สมัยทีมประกันสังคมก้าวหน้าหาเสียงตอนปี 66 ขึ้นมา “หาเรื่อง” แถมยังประจวบเหมาะกับวันที่ 1 กุมภาพันธ์ ซึ่งเป็นวันครบรอบเหตุรัฐประหารในเมียนมา ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่คอนเทนต์เกี่ยวกับพม่าออกมามากมาย

เหมือนมีทีมทำคอนเทนต์อนุรักษนิยมเล็งเห็นว่าประเด็นประกันสังคมกำลังฮิตติดกระแส เป็นโอกาสที่ดีจะหยิบเรื่องนี้มาแทงพรรคที่มีจุดอ่อนในเรื่องต่างด้าว

“ต่างด้าว” ประเด็นอ่อนไหวใช้โจมตี-หาเสียง เรื่องหนึ่งที่น่าสนใจมากของเลือกตั้งรอบนี้คือเรื่องของ “คนต่างด้าว” ดูเหมือนจะกลายเป็นประเด็นที่ถูกหยิบมาใช้หาเสียงหรือโจมตีพรรคการเมืองยิ่งกว่าครั้งไหนๆ พรรคการเมืองไหนที่ถูกแปะป้ายว่าทำเพื่อต่างด้าว ก็เลยเสียภาพลักษณ์ในสายตาโหวตเตอร์ชาวไทย

ช่วงตลอดปี 68 พรรคประชาชนได้สมญานามใหม่ว่าพรรคประชาชนพม่า เพราะการอภิปรายเรื่องการต่างประเทศและผู้อพยพพม่าในรัฐสภาของอดีต สส.แก้วตา - ธิษะณา ชุณหะวัณ ซึ่งถูกตัดคลิปให้สั้นขาดบริบท แถมยังมีกรณีไอโอแอบตัดต่อโลโก้พรรคมาใส่กับคลิปคนพม่า 

โฆษณา - Advertising

ด้านเพื่อไทยเอง รัฐบาลสมัยเศรษฐา-อุ๊งอิ๊งค์ สานต่อนโยบายเกี่ยวกับผู้อพยพ-ชาติพันธุ์ (ซึ่งทำต่อเนื่องมาหลายรัฐบาลแล้ว) เลยโดนปั่นโจมตีว่าสอดไส้เจตนาของพรรคเพื่อหาคะแนนนิยมจากต่างด้าวหรือเปิดช่องคอร์รัปชันทุนเทา 

ส่วนค่ายการเมืองอนุรักษนิยมก็ชูโรงภารกิจ “ปราบปรามต่างด้าวเทา” พรรคขนาดเล็กอย่างไทยภักดีเปิดตัวโฆษกและ สส.บัญชีรายชื่ออันดับ 2 คือคุณ “แอดมินจี - ชวลักษณ์ เวียงวิเศษ” หนึ่งในหัวเรี่ยวหัวแรงเพจแฉปัญหาต่างด้าว “ต่างด้าวทำอะไร” 

เวลาเดียวกัน อดีตเด็กอาชีวะปกป้องสถาบันอย่าง “เต้ อาชีวะ - อัครวุธ ไกรศรีสมบัติ” สร้างชื่อเสียงจากการเป็นอินฟลูฯ มือปราบต่างด้าว มีคนติดตามบนเฟซบุ๊กกว่าเจ็ดแสน เขาประกาศนำกลุ่ม "ไทยไม่ทน" เปิดพรรคการเมืองด้วยสโลแกนว่าคนไทยต้องมาก่อน เหมือนแนวคิด คนอเมริกันต้องมาก่อน ของทรัมป์ (แต่สุดท้ายก็ยังไม่พร้อมลงแข่งในการเลือกตั้งรอบนี้) 

เมื่อเทียบกับเลือกตั้งรอบก่อน (ปี 66) ซึ่งช่วงหาเสียง มีเวทีตัวแทน 11 พรรคการเมืองมาแสดงวิสัยทัศน์เรื่องแรงงานข้ามชาติ-ผู้อพยพ เลือกตั้งรอบนี้บรรดาพรรคพากันเงียบกริ๊บ ถ้าไม่ได้ชูธงนโยบายปราบต่างด้าว คงไม่มีใครอยากจะพูดถึงกันตอนนี้ ! 

โฆษณา - Advertising

วิวัฒนาการ "การเมืองเรื่องต่างด้าว"

ตามนิยามกฎหมายไทย "คนต่างด้าว" (alien/foreigner) หมายความว่า บุคคลธรรมดาซึ่งไม่มีสัญชาติไทย 

คนกลุ่มนี้เลยหมายถึงฝรั่งตาน้ำข้าว พม่า จีน แขก ฯลฯ​ ไม่ว่าจะอาศัยอยู่ไทยระยะยาว เป็นทีชเชอร์ แบ็กแพกเกอร์ นักเรียนหรือนักท่องเที่ยว แต่คำนี้มักจะถูกเข้าใจว่า หมายถึง "แรงงานต่างด้าว" ที่เป็นแรงงานชนชั้นกรรมมาชีพ (migrant worker) จาก 4 ประเทศเพื่อนบ้าน ได้แก่ เมียนมา กัมพูชา ลาว และเวียดนาม สถิติสำนักงานบริหารแรงงานต่างด้าวล่าสุด (พ.ย. 68) เผยว่า มีมากกว่า 3.6 ล้านคน

ความรู้สึกในไทยสอดรับกับความหวาดระแวงผู้อพยพที่เติบโตมากขึ้นทั่วโลก 5 ปีที่แล้วเกิดรัฐประหารในพม่า กองทัพเข้ายึดอำนาจและคว่ำการเลือกตั้งที่พรรคสันนิบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตย (NLD) นำโดย อองซานซูจี ชนะ ทำให้สงครามการเมืองปะทุ ประชาชนและขั้วอำนาจชาติพันธุ์พากันจับอาวุธขึ้นสู้หรือประท้วงไม่ให้ระบบราชการใต้อำนาจกองทัพเดินหน้า มีคนย้ายมาประเทศไทยจำนวนมากขึ้นอย่างมีนัยยะสำคัญเพื่อลี้ภัยการเมือง หาโอกาสเรียน-ทำงานหรือเป็นทางผ่านไปประเทศอื่นๆ ชวนสังคมไทยหันมาตะหงิดว่าบ้านของเรากำลังมีคนเข้ามาเพิ่มและเสี่ยงสร้างปัญหา 

โฆษณา - Advertising

พอมองย้อนดู ประเด็นต่างด้าวได้กลายเป็นไวรัลและวาระทางสังคมตั้งแต่ช่วงปี 67 คลิปไวรัลเด็กพม่าร้องเพลงชาติพม่าที่ศูนย์การเรียนสุราษฎร์ธานี ทำให้เกิดคำถามว่า ทำไมไทยรับดูแลเด็กกลุ่มนี้ สื่อมวลชนพากันรายงานเรื่องต่างด้าวให้แซ่ดเรื่องต่างด้าวกำลังคุกคามสิทธิคนไทย โพลสำรวจ พบว่าสาธารณะไทยไม่พอใจให้พรรคการเมืองไทยออกมาเคลื่อนไหวเพื่อสิทธิของแรงงานต่างด้าว

กระแสไม่พอใจคนพม่ามีมาเรื่อย จนเกิดเหตุปะทะชายแดนไทย-กัมพูชา โซเชียลไทยพักรบกับแนวรบตะวันตกก่อนแล้วหันมาหยิบอาวุธสู้แนวรบเขมร มือปราบต่างด้าวหันมาจับตาพฤติกรรมของแรงงานเขมรในไทย

ดูเหมือนการปรากฏขึ้นของกระแสต่อต้านคนต่างด้าวจะตอบสนองอารมณ์คนไทยหลายคนที่เจ็บปวดจากเศรษฐกิจไม่ดี ในบรรยากาศชาตินิยมลุกโหม เรามาถึงจุดที่ "ไทยไม่ทน" 

พอเป็นไวรัลและวาระทางสังคม ข้าราชการก็ต้องรีบออกมารับลูก เร่ง..กำกับต่างด้าว ทั้งออกตรวจตราเอกสารประจำตัวและออกสื่อประชาสัมพันธ์ว่าต่างด้าวต้องทำงานตามถูกกฎหมาย 

โฆษณา - Advertising

ทำไม “ต่างด้าวเทา”

“ความเทา” ของวงการคนต่างด้าวมีตั้งแต่ขบวนการจ่ายใต้โต๊ะเพื่อลักลอบข้ามชายแดนและปลอมแปลงประวัติให้มีสถานะทางกฎหมายในไทย ไปจนถึงทำอาชีพที่สงวนไว้เฉพาะคนไทย ซึ่งเป็นอาชีพที่คนไทยยังขาดศักยภาพการแข่งขัน รัฐเลยตั้งกฎสงวนไว้

แรงงานต่างด้าวคนหนึ่งอาจจะต้องฝ่าฝืนกฎหมายไทยเพราะความจำเป็น เช่น นายหม่องเป็นหมอในโรงบาลที่พม่า แสดงอารยะขัดขืนว่าไม่ยอมรับการปกครองของกองทัพพม่าเลยลาออกจากงานเพื่อประท้วง ทำให้ชายหนุ่มโดนยึดพาสสปอร์ตและขู่เอาชีวิต หม่องจึงบินไปต่างประเทศไม่ได้และต้องลี้ภัยข้ามชายแดนทางบกอย่างผิดกฎหมายมาอยู่ไทย (1.ทำผิดกฎหมายคนเข้าเมือง)

พอหม่องมาไทยแล้วจะสมัครงานหมอที่คลินิกหรือโรงพยาบาลเอกชนเหมือนเดิมไม่ได้ (2.กฎหมายไทยสงวนอาชีพนี้ โดยแพทย์ต่างชาติต้องสอบรับใบอนุญาตจากแพทยสภาและทำได้แค่ในสถานพยาบาลของหน่วยงานรัฐเท่านั้น) หม่องเลยไปทำเอกสารแสดงสถานะบุคคลในไทยเป็นบัตรชมพูของกรรมกร (3.กฎหมายไทยไม่รองรับสถานะผู้ลี้ภัย) 

นายหม่อง อาจจะไม่ได้อยากทำตัวเทา แต่เพราะความจำเป็น จึงมีข้อเสนอว่ากฎหมายไทยต้องปรับให้เหมาะสมสถานการณ์ความเป็นจริง โดยไม่ทำให้สังคมไทยเสียเปรียบด้วยเช่นกัน โดยอาจออกบัตรสถานะผู้หนีภัยให้คนกลุ่มนี้เพื่อจัดกลุ่มคนให้ชัดเจนหรือทบทวนข้อกำหนดอาชีพสงวน เช่น เปิดให้ทำอาชีพแพทย์ให้คนพม่าเฉพาะรักษาคนประเทศเดียวกันโดยตรงในจังหวัดอุตสาหกรรม-การประมง 

ได้ยินว่า ทุกวันนี้ โรงพยาบาลเอกชนหลายแห่งพากันจ้างอดีตหมอพม่าเป็นล่าม เพราะมีความรู้เทคนิคดี แต่ไม่สามารถเป็นหมอได้

แต่ที่กฎหมายไทยยังคงไม่เปลี่ยนและค้ำจุน “ความเทา” นี่ไว้อาจเพราะมีคนในชุดกากีได้ประโยชน์จากสิ่งนี้ เปิดมาต้นปีก็มีข่าวรวบขบวนการข้าราชการจัดหางาน เรียกรับสินบนเจ้าของโรงงานไทยแลกต่อบัตรทำงานต่างด้าวจีน ข่าวนายอำเภอและเจ้าหน้าที่ทะเบียนราษฎรสวมสิทธิให้ต่างด้าวพม่าเข้ามาใหม่โมเมใช้ทะเบียนบ้านชาติพันธุ์ให้ได้บัตรไทยภูเขา 10 ปี 

มือปราบต่างด้าวมักไล่กำราบต่างด้าวที่ทำผิดกฎหมายรายกรณี จึงไม่ได้ช่วยแก้ปัญหาต่างด้าวเทาอย่างแท้จริง หรือความพยายามกล่าวหาว่านโยบายรัฐใดๆ เรื่องคนต่างด้าวเป็นการ “เอื้อต่างด้าว” ดูจะเป็นการแก้ปัญหาที่ผิดหัวผิดหาง เพราะไปเน้นคัดค้านนโยบายมากกว่าหาทางลดคอร์รัปชัน

ไทยจะปฏิเสธการพึ่งพาคนต่างด้าวไม่ได้ แต่เราต้องมีระบบจัดการต่างด้าวที่ดี 

วันนี้ ไทยอาจต้องการนโยบายที่ต้อนรับคนต่างด้าวในการอยู่ในไทยเพื่อประโยชน์ของสังคมไทยในระยะยาว ดังนั้น ใช่ว่าไทยจะต้องยกเลิกนโยบายที่ต้อนรับคนต่างด้าวเลย แต่ควรจะทำให้การบังคับใช้กฎหมายนั้นเป็นไปอย่างรัดกุมและไร้ทุจริตคอร์รัปชัน

ความน่ากลัวของทัศนคติเชิงลบต่อต่างด้าว

“คนไทยเป็นเจ้าของบ้าน เมื่อแขกทำตัวไม่น่ารักก็มีสิทธิตำหนิหรือเชิญออกได้” พูดแบบนี้ก็ถูก แต่ความน่ากลัวของการเมืองเรื่องต่างด้าวคือการแบ่ง "เขา” แบ่ง “เรา” ถึงแม้มือปราบต่างด้าวจะออกตัวว่ากำราบแต่แรงงานต่างด้าวเทา คนที่ทำถูกต้องตามกฎหมายไม่ต้องกลัว แต่ผลคือภาวะหวาดระแวงคนต่างชาติในหมู่คนไทยและภาพจำเหมารวมเชิงลบต่อคนต่างด้าว ชาวเน็ตไทยพากันคำรามว่า ไล่พวกต่างด้าวกลับบ้านให้หมด!!! 

สังคมไทยไม่มีแรงงานต่างด้าวได้ไหม 

ผู้ประกอบการต่างเห็นเป็นเสียงเดียวกันว่า เป็นไปไม่ได้ ถ้าคนไทยอยากทำงานระดับล่าง (3 D: ใช้แรง-สกปรก-เสี่ยง) ก็ยินดีจ้างคนไทย แต่พอเอาเข้าจริง คนไทยก็ไม่อยากทำ 

สถิติประชากร 68 เผยยอดเด็กเกิดใหม่ในไทยต่ำสุดในรอบ 70 ปี ขณะที่ยอดผู้เสียชีวิตพุ่งสูงกว่ายอดเกิดต่อเนื่องเป็นปีที่ 5 ปัญหาโครงสร้างประชากรกำลังเป็นวาระแห่งชาติของไทย กระทรวงสาธารณสุขโปรโมทนโยบายส่งเสริมให้คนไทยมีลูก แต่ในยุคที่หนุ่มสาวพอใจจะเลี้ยงลูกแมวมากกว่าลูกคน ไทยอาจต้องหวังพึ่งแรงงานต่างด้าวช่วยเป็นกำลังขับเคลื่อนเศรษฐกิจ รมต.กระทรวงแรงงานยังเผยว่า ในอนาคต ไทยต้องใช้ต่างด้าวมาทดแทนแรงงานระดับล่างมากกว่าปัจจุบันถึง 50%

ความน่ากลัวของทัศนคติเชิงลบต่อต่างด้าวจึงเป็นการสร้างบรรยากาศไม่เป็นมิตรกับทรัพยากรบุคคลที่จำเป็นในสังคมไทย คนในราชการยังยอมรับว่า เดี๋ยวนี้จะขยับนโยบายเพื่อสิทธิประโยชน์คนกลุ่มนี้ก็ยาก เพราะกลัวกระแสตีกลับบนโซเชียล

ช่างย้อนแย้ง…หลายคนที่ออกมาหวาดกลัวคนต่างชาติ กลับเป็นลูกหลานอพยพเสียเอง ลูกจีนรักชาติที่อากงอาม่าหอบเสือผืนหมอนใบช่วงสงครามและความขัดแย้งภายในประเทศจีน ก่อนมาสร้างเนื้อสร้างตัวในไทย พร้อมกับสร้างความมั่นคั่งให้ชาติไทย 

กลุ่มฝ่ายขวาไม่ได้แค่กำลังแค่ปลูกฝังความรู้สึกเป็นศัตรูกับแรงงานต่างด้าว แต่ยังหว่านแหสร้างความเข้าใจผิดว่ากลุ่มชาติพันธุ์ในไทยเป็นพวกต่างด้าว แม้คนกลุ่มนี้จะเกิดในแผ่นดินไทยและพยายามต่อสู้อคติสังคม “ชาวเขา ชาวเรา” มาตลอด กลับกลายเป็นว่าถูกผลิตซ้ำอคติให้ไม่ใช่คนไทยอีกแล้ว

วาระ (ซ่อนเร้น) อนุรักษนิยม?

หากกระแสต่อต้านเป็นลูกบอล ไม่แน่ใจว่ามันไหลมาตามแรงโน้มถ่วงหรือมีใครตั้งใจเลี้ยงลูกมา

ฝ่ายต่อต้านต่างด้าวทั้งหลายเคยปล่อยข่าวปลอมเกี่ยวกับคนต่างด้าวหลายอย่าง ทั้งโมเมโยงว่าพรรคส้ม-แดงหนุนหลังคนพม่า หรือบิดเบือนเจตนารมย์นโยบายเพื่อชาติพันธุ์ต่างๆ… ช่องเฟซบุ๊ก และ "Tik Tok" ของหลายเพจขึ้นชื่อว่า v.1 v.2 v.3 v.4 ใช่ว่าเป็นไอ้มดแดง แต่แสดงว่าโดนรีพอร์ตว่ามีพฤติกรรมละเมิดกฎกติกาของโลกโซเชียล เพราะเผยแพร่เผยข่าวปลอม หรือใช้คำหยาบคายลดทอนความเป็นมนุษย์ 

เห็นความพยายามขยี้จุดอ่อนเรื่องนโยบายต้อนรับคนต่างด้าวของสองพรรคสีส้ม-แดงแล้ว อดคิดไม่ได้ว่าเป็นขบวนการจัดตั้งของฝ่ายอนุรักษนิยมอย่างเป็นระบบ เพื่อใช้ความหวาดระแวงคนต่างชาติในสังคมไทยมาหาคะแนนเสียงให้ตน-ทำลายคะแนนเสียงฝ่ายตรงข้าม…ใครบางคนที่กลัวจะหลุดจากบัลลังก์แห่งอำนาจ

คนไทยมีสิทธิหวงแหนในสิทธิพลเมืองไทย แต่อย่าทำให้พวกเขาหลงประเด็นและเกลียดชังต่างด้าวจนสังคมไทยเสียหายระยะยาว…แล้วจะเสียใจภายหลัง! 

 

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท
โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต
สแกน QR Code เพื่อร่วมบริจาคเงินให้กับประชาไท
ติดตามประชาไท ได้ทุกช่องทาง
โฆษณา - Advertising