- ‘มาช้า แต่มานะ’ ‘หมอตุลย์’ อดีตแกนนำกลุ่มคนเสื้อหลากสี และประชาชนรวมตัวหน้าห้างสีลม คอมเพล็กซ์ ชูป้าย "กาไม่เห็นชอบ" ประชามติร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ รับมีหลายมาตราควรแก้ไข แต่กังวลว่านักการเมืองจะมีการตัดมาตราสำคัญเกี่ยวกับจริยธรรม และการตรวจสอบนักการเมือง
- วานนี้ (5 ก.พ.) ‘รวมพลังแผ่นดินปกป้องอธิปไตย’ ตั้งโต๊ะแถลง เชิญชวนประชาชน "กาไม่เป็นชอบ" ประชามติเพื่อให้มีการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ มองอาจมีวาระแอบแฝงแก้ไขหมวด 1 และ 2 และตีความว่าการทำประชามติครั้งนี้อาจไม่ชอบด้วย รธน. และ พ.ร.บ.ประชามติ
6 ก.พ. 2569 เว็บไซต์ข่าว The Active และเพจเฟซบุ๊ก The Matter รายงานวันนี้ (6 ก.พ.) หน้าศูนย์การค้า ‘สีลม คอมเพล็กซ์’ ถนนสีลม กรุงเทพฯ เมื่อเวลาประมาณ 11.00 น. เป็นต้นมา ผศ.นพ.ตุลย์ สิทธิสมวงศ์ (หมอตุลย์) อาจารย์ประจำภาควิชาสูติศาสตร์-นรีเวชวิทยา คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และประชาชน รวมตัวกันชูป้าย รณรงค์เรียกร้องให้ประชาชน กาไม่เห็นชอบ ประชามติให้มีการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ที่จะมีขึ้นพร้อมการเลือกตั้งในวันที่ 8 ก.พ. 2569
(กลาง) ผศ.นพ.ตุลย์ สิทธิสมวงศ์ แฟ้มภาพเมื่อปี 2563
หมอตุลย์ อดีตแกนนำกลุ่มประชาชนเพื่อพิทักษ์ชาติ ศาสน์ กษัตริย์ หรือกลุ่มคนเสื้อหลากสี กล่าวถึงเหตุผลที่ไม่เห็นชอบให้มีการร่างรัฐธรรมนูญใหม่ ระบุว่า แม้ส่วนตัวเขามองว่ารัฐธรรมนูญฉบับปี 2560 จะมีปัญหาจริง และมีหลายมาตราที่ควรแก้ไข แต่เขามองว่า นักการเมืองต้องการรณรงค์การแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับนี้ เพื่อตัดมาตราสำคัญที่เกี่ยวข้องกับมาตรฐานทางจริยธรรมของนักการเมือง คุณสมบัติความซื่อสัตย์สุจริตของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง และพรรคการเมืองที่กระทำผิดรัฐธรรมนูญ และกฎหมายพรรคการเมืองออกไป
หมอตุลย์ เห็นว่า นักการเมืองที่ถูกห้ามยุ่งเกี่ยวกับการโยกย้ายงบประมาณที่ได้ผ่านพิจารณาของสภาฯ อันนำไปสู่การถอดถอนจากตำแหน่ง และการตัดสิทธิทางการเมือง การยุบพรรคการเมืองโดยเป็นอำนาจของรัฐธรรมนูญในการพิจารณา ซึ่งพรรคการเมืองที่ทำผิดก๋ถูกตัดสิทธิ์ยุบพรรค นายกรัฐมนตรีที่ทำผิดด้านมาตรฐานจริยธรรมร้ายแรงถูกถอดถอน 2 คน อีกทั้ง ยังมีกรณี สส.พรรคก้าวไกล 44 คน ที่สนับสนุนให้มีการยกเลิกมาตรา 112 รวมถึง สส. สว. 400 คน ที่ไปอนุมัติการเปลี่ยนการใช้งบประมาณแผ่นดินที่อนุมัติแล้วก็กำลังถูกสอบสวน โดย ป.ป.ช. ซึ่งนักการเมืองที่มีความต้องการให้มีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ไม่เคยพูดว่าถ้าจะร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่จะแก้มาตราไหนอย่างไร เพราะหากพยายามแก้มาตราดังกล่าวข้างต้นจะต้องถูกคัดค้านอย่างแน่นอน โดยหัวใจสำคัญของรัฐธรรมนูญฉบับปี 2560 คือการควบคุมให้นักการเมืองดำรงไว้ซึ่งมาตรฐานทางจริยธรรม
นอกจากความกังวลที่จะมีแก้ไขรัฐธรรมนูญเกี่ยวกับจริยธรรมของนักการเมืองแล้ว ยังมีแสดงความเห็นด้วยว่า รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันดีอยู่แล้ว เพราะว่าเป็นรัฐธรรมนูญปราบโกง และมีที่มาจากการทำประชามติของประชาชนในปี 2559 โดยประชาชนให้ความเห็นชอบสูงถึง 16 ล้านเสียง
ขณะที่บางคนอ้างอิงความเห็นของอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี รองหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ และแคนดิเดตนายกฯ ที่มองว่า การจัดทำประชามติร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่สิ้นเปลืองงบประมาณ (บนเวทีดีเบตของช่องเนชั่น อรรถวิชช์ ระบุว่าการจัดทำประชามติ 3 ครั้ง อาจต้องใช้งบประมาณสูงถึงเกือบ 1 หมื่นล้านบาท) และเป็นการ “ตีเช็คเปล่า” ซึ่งหมายความว่าหากกาเห็นชอบการทำประชามติวันที่ 8 ก.พ.นี้ ถือเป็นการฉีกรัฐธรรมนูญทิ้งทันที ขณะที่บางคนมองว่า รัฐธรรมนูญฉบับใหม่อาจมีการยัดไส้ จากการไม่รู้ว่าจะมีเนื้ออย่างไร
นอกจากนี้ บางส่วนยังอ้างถึงผลกระทบในมิติต่างๆ ที่เป็นข้อกังวลร้ายแรง เช่น จะนำไปสู่การ เปลี่ยนแปลงการปกครอง จะนำไปสู่การแก้ไขกฎหมายอาญา มาตรา 112 และเสี่ยงจะกระทบพระราชอำนาจ เช่น รัฐธรรมนูญ หมวด 1-2
'รวมพลังแผ่นดินฯ' รณรงค์ ไม่เห็นชอบ รธน.ใหม่
เมื่อวานนี้ (5 ก.พ.) ช่องยูทูบ สถาบันทิศทางไทย ถ่ายทอดสดออนไลน์ ระบุว่า กลุ่มรวมพลังแผ่นดินปกป้องอธิปไตย ซึ่งเป็นกลุ่มการรวมตัวกันของฝ่ายอนุรักษนิยม นำโดยพิชิต ไชยมงคล แกนนำเครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศไทย (คปท.) อานนท์ ศักดิ์วรวิชญ์ อาจารย์ประจำ คณะสถิติประยุกต์ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) จตุพร พรหมพันธ์ุ คณะหลอมรวมประชาชน สมชาย แสวงการ อดีต สว. และอื่นๆ ตั้งโต๊ะอ่านแถลงการณ์ เชิญชวนให้ประชาชนกา “ไม่เห็นชอบ” ให้มีการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ เพื่อปกป้องทิศทางของประเทศไทย และระบอบประชาธิปไตยอันมีรัฐธรรมนูญเป็นกฎหมายสูงสุดของประเทศ
พิชิต กล่าวว่า แถลงการณ์ครั้งนี้สืบเนื่องจากมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อ ธ.ค. 2568 และคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้จัดให้มีการออกเสียงประชามติพร้อมกับการเลือกตั้งทั่วไป ในวันที่ 8 ก.พ. 2569 นี้ และได้มีการส่งเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการออกเสียงประชามติ เพื่อให้ความเห็นชอบการจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่ให้แก่ประชาชน ซึ่งเอกสารดังกล่าว ประกอบกับประเด็นการออกเสียงประชามติที่ ครม.กำหนด ก่อให้เกิดความสับสนในหมู่ประชาชนอย่างยิ่งว่าจะออกเสียงประชามติเพียงใดและอย่างไร อีกทั้งได้ข่าวว่ามีกลุ่มพรรคการเมือง และกลุ่มองค์กรพัฒนาเอกชนที่ได้รับทุนสนับสนุนจากต่างชาติ พยายามเข้ามาชี้นำประชามติในการจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่ในวันที่ 8 ก.พ. 2569 เพื่อให้ประชาชนให้ความเห็นชอบ ด้วยการรณรงค์โดยการใช้ข้อมูลอันเป็นเท็จ ชี้นำการออกเสียงประชามติของประชาชน ดังนี้
นอกจากนี้ การกล่าวว่ารัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันมาจากการทำรัฐประหาร หรือการปัญหาที่มาของสมาชิกวุฒิสภาและองค์กรอิสระ หรือการใช้อำนาจขององค์กรอิสระที่ไม่สามารถตรวจสอบได้ และมีอำนาจพิเศษของสมาชิกวุฒิสภาในการให้ความเห็นชอบนายกรัฐมนตรี เป็นต้น อีกทั้ง การกล่าวว่าไม่สามารถแก้ไขรัฐธรรมนูญประเด็นดังกล่าวได้ เพราะกลไกการแก้ไขการเพิ่มเติมไม่สามารถแก้ไขได้ และจำเป็นต้องร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ขึ้นมาทั้งฉบับ อีกทั้ง ไม่ได้ชี้แจงรายละเอียดในประเด็นที่ประสงค์จะมีการบรรจุในร่างรัฐธรรมนูญใหม่แต่อย่างใด อาจมีการปิดบังเจตนาซ่อนเร้นในการยกร่างรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับที่มีความประสงค์จะเปลี่ยนหลักการในหมวดหรือเรื่องที่ต้องห้าม ไม่แก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน อันได้แก่ หมวดที่ 1 และหมวดที่ 2 อันเกี่ยวข้องกับรัฐและรูปแบบการปกครอง หลักการพื้นฐานของระบอบการปกครอง อำนาจอธิปไตย สถานะของสถาบันพระมหากษัตริย์ การใช้จ่ายงบประมาณต้องห้าม ไม่ให้มีการใช้จ่ายอำเภอใจโดยสมาชิกรัฐสภาและคณะรัฐมนตรี การปกป้องการทุจริต การป้องกันการทุจริตและประพฤติมิชอบของนักการเมือง และบทบัญญัติเกี่ยวกับมาตรฐานทางจริยธรรมของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง และมีการตัดสิทธิทางการเมืองของนักการเมืองที่กระทำการอันเป็นการฝ่าฝืนต่อรัฐธรรมนูญ และกฎหมาย ไม่ให้ต้องมีการรับโทษทางจริยธรรม เพื่อลบล้างและนิรโทษกรรมให้กับนักการเมืองที่ถูกตัดสิทธิ การรับโทษมาตรฐานทางจริยธรรมไปแล้ว ไม่ให้ต้องรับโทษดังกล่าวต่อไป
พิชิต กล่าวต่อว่า กลุ่มรวมพลังแผ่นดินปกป้องอธิปไตยขอเรียนว่า ข้อกล่าวอ้างดังกล่าวเป็นการบิดเบือนบริบทของการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญว่าไม่สามารถกระทำได้ ซึ่งไม่เป็นความจริง และเป็นการหลอกลวงประชาชน เพราะการแก้ไขรัฐธรรมนูญรายมาตราสามารถกระทำได้ ตามเงื่อนไขที่กำหนดในมาตรา หมวดที่ 15 แก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ มาตรา 256 โดยไม่มีความจำเป็นต้องยกเลิกฉบับปัจจุบัน และมีการร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ทั้งฉบับ ดังนั้น กลุ่มรวมพลังแผ่นดินฯ ขอแสดงจุดยืนต่อประชาชนคนไทยในการปกป้องรัฐธรรมนูญ ไม่ให้ถูกฉีกและทำลายการจัดทำประชามติที่ฉ้อฉล ปิดบังเจตนาที่แท้จริง ของบรรดาพรรคการเมือง และกลุ่มองค์กรพัฒนาเอกชนบางกลุ่มที่รับเงินจากต่างชาติ ทำลายประเทศไทย โดยการทำลายรัฐธรรมนูญ เพื่อผลประโยชน์ของคนบางกลุ่ม และต่างชาติที่มุ่งทำลายประเทศไทย ด้วยการแสดงพลัง ร่วมกันลงคะแนน “กาไม่เห็นชอบ” เพื่อพิทักษ์รัฐธรรมนูญ และผลประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชน
"กลุ่มรวมพลังแผ่นดินเพื่อปกป้องอธิปไตย จึงขอให้ประชาชนคนไทย ร่วมกันไปออกเสียงประชามติ ด้วยการ “กาไม่เห็นชอบ” ถ้าจะแก้ไขรายมาตรา ให้พี่น้องกาไม่เห็นชอบ พิทักษ์รัฐธรรมนูญกาไม่เห็นชอบ" พิชิต กล่าว
มีข้อสังเกตประชามติ #8กุมภา ไม่เป็นไปตาม รธน. และ พ.ร.บ.ประชามติ
พิชิต กล่าวต่อว่า ทางกลุ่มมีข้อสังเกตว่าการออกเสียงประชามติในวันที่ 8 ก.พ.นี้ น่าจะเป็นการจัดออกเสียงประชามติ ที่ไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ และ พ.ร.บ.การออกเสียงประชามติ พ.ศ. 2564 และที่แก้ไขเพิ่มเติม เมื่อ พ.ศ. 2568 เพราะใน พ.ร.บ.การออกเสียงประชามติ มาตรา 9 ได้กำหนดให้การแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญในมาตรา 9 (1) และกำหนดกลไกของการริเริ่มแก้ไขเพิ่มเติมในมาตรา 10 ซึ่งต้องมีการริเริ่ม และส่งเรื่องจากประธานรัฐสภาไปยังคณะรัฐมนตรี พร้อมกับร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติม โดยต้องมีเอกสารเรื่องที่ต้องแก้ไขเพิ่มเติมให้ประชาชนรับทราบด้วย ประชามติเพื่อให้มีการร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ในครั้งนี้ คณะรัฐมนตรี ได้ริเริ่มตั้งประเด็นคำถามขึ้นเองโดยไม่ได้ผ่านประธานรัฐสภา และประชามติในครั้งนี้เป็นการตั้งคำถามเพื่อยกเลิกรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทยฉบับปัจจุบัน ที่ผ่านการออกเสียงประชามติเมื่อ 7 ส.ค. 2559 ด้วยคะแนนเสียง ‘เห็นชอบ’ ร่างรัฐธรรมนูญฉบับปี 2560 จำนวน 16.7 ล้านเสียง หรือคิดเป็น 67% ของผู้ที่มาใช้สิทธิออกเสียงประชามติ และคะแนนเสียง “ไม่เห็นชอบ” สำหรับคำถามพ่วงให้ สว.เลือกนายกฯ จำนวน 18.1% ซึ่งการออกเสียงประชามติครั้งนี้มีผลผูกพันให้มีการยกเลิกรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันที่ไม่เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ พ.ร.บ.การออกเสียงประชามติ และคำวินิจฉัยรัฐธรรมนูญที่ 4/2564 และคำวินิจฉัยของรัฐธรรมนูญที่ 44/2564
ทั้งนี้ กลุ่มรวมพลังแผ่นดินปกป้องอธิปไตย เริ่มเคลื่อนไหวมาตั้งแต่ปี 2568 เพื่อขับไล่แพทองธาร ชินวัตร ออกจากตำแหน่งนายกฯ หลังจากที่ความตึงเครียดทางทูตระหว่างไทย-กัมพูชาพุ่งขึ้นสูง และมีการเผยแพร่คลิปเสียงสนทนาออนไลน์ระหว่างแพทองธาร และ ฮุนเซน ประธานวุฒิสภากัมพูชาและเป็นพ่อของฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชา
