องค์กรภาคประชาสังคม ยื่นหนังสือถึงวุฒิสภา ให้ติดตามการให้สิทธิประกันตัว 'เอกชัย หงส์กังวาน' ผู้ต้องขังคดีการเมือง ม.110 และได้รับการรักษาพยาบาลอย่างเหมาะสม
10 ก.ค. 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานเมื่อวานนี้ (9 ก.ค.) เวลา 09.30 น. ที่รัฐสภา แยกเกียกกาย แหวน-ณัฏฐธิดา มีวังปลา พร้อมด้วย เครือข่ายประชาชนเพื่อสิทธิทางการเมือง (Thumb Rights) แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย และเครือข่ายภาคประชาสังคม ยื่นหนังสือเพื่อขอให้ติดตามการเข้าถึงสิทธิในการรักษาพยาบาลและสิทธิในการประกันตัวของ "เอกชัย หงส์กังวาน" นักกิจกรรมทางการเมือง ซึ่งถูกขังระหว่างการพิจารณาคดีมาตรา 110 ต่อคณะกรรมาธิการพัฒนาการเมือง การมีส่วนร่วมของประชาชน สิทธิมนุษยชน สิทธิเสรีภาพ และการคุ้มครองผู้บริโภค วุฒิสภา โดยมี เทวฤทธิ์ มณีฉาย สมาชิกวุฒิสภา เป็นผู้รับหนังสือ
นัสรี พุ่มเกื้อ ตัวแทนกลุ่ม Thumb Rights ที่มายื่นหนังสือวันนี้ ระบุว่า ปัจจุบัน เอกชัยถูกควบคุมตัวอยู่ที่เรือนจำคลองเปรม เนื่องจากศาลไม่อนุญาตให้ประกันตัว โดยจดหมายที่เอกชัย ส่งออกมาด้านนอก ได้บอกเล่าถึงความทุกข์ทรมานจากอาการป่วย และความเป็นอยู่ที่ยากลำบากในเรือนจำ ภาคประชาชนจึงเดินทางไปยื่นหนังสือต่อหน่วยงานต่างๆ ทั้งในฝั่งสภาผู้แทนราษฎร และวุฒิสภา โดยมีข้อเรียกร้องสูงสุด คือ ขอให้คืนสิทธิประกันตัวในระหว่างที่คดียังไม่ถึงที่สุด หรืออย่างน้อยที่สุดคือ ต้องได้รับการรักษาพยาบาลอย่างเร่งด่วน
ด้านณัฏฐธิดา มีวังปลา ในฐานะผู้เข้าเยี่ยมเอกชัย เปิดเผยว่า ปัจจุบันเอกชัย มีสภาพร่างกายซูบผอมลงอย่างเห็นได้ชัด ล่าสุด ตรวจพบภาวะแทรกซ้อนของอวัยวะภายในหลายอาการ ได้แก่ ต่อมลูกหมากโต ตับโต และม้ามโต ซึ่งส่งผลให้มีอาการเจ็บซี่โครงด้านขวา และหายใจติดขัด จึงจำเป็นต้องส่งตัวเอกชัย ไปตรวจวินิจฉัยอย่างละเอียด และรับการรักษาในโรงพยาบาลภายนอกที่มีเครื่องมือทางการแพทย์พร้อมและทันสมัย ไม่อยากให้เกิดความสูญเสียซ้ำรอยกรณีของ 'อากง' ผู้ต้องขังคดีมาตรา 112 ที่ป่วยเป็นมะเร็งและเสียชีวิตในเรือนจำ หากหลักสิทธิมนุษยชนยังมีอยู่จริง ก็ขอให้พิจารณากรณีนี้และกรณีอื่นๆ ด้วยความเมตตา
ขณะที่เทวฤทธิ์ มณีฉาย สมาชิกวุฒิสภา กล่าวว่า คณะกรรมาธิการฯ เคยได้รับเรื่องร้องเรียนในลักษณะนี้มาแล้ว ทั้งนี้ ประเทศไทยมีพันธกรณีที่ต้องปฏิบัติตาม "ข้อกำหนดเนลสัน แมนเดลา" ซึ่งเป็นมาตรฐานขั้นต่ำของสหประชาชาติ ในการปฏิบัติต่อผู้ต้องขัง อีกทั้งงบประมาณประจำปีของกรมราชทัณฑ์ ก็มีการระบุชัดเจนถึงสิทธิของผู้ต้องขังในการเข้าถึงการรักษาพยาบาลที่ต่อเนื่องและเป็นธรรมตามหลักสากล
นอกจากนี้ ในฐานะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.สร้างเสริมสังคมสันติสุข เทวฤทธิ์ ระบุว่า เป้าหมายสูงสุดคือการผลักดันกฎหมายนิรโทษกรรมคดีที่มีแรงจูงใจทางการเมืองตลอด 20 ปีที่ผ่านมา แม้ว่าตัวร่างกฎหมายจะไม่ได้ระบุถึงประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 และมาตรา 110 ไว้โดยตรง แต่หากพิจารณาจากเจตนาและแรงจูงใจของผู้ต้องขังกลุ่มนี้ ก็ล้วนขับเคลื่อนด้วยประเด็นทางการเมืองทั้งสิ้น จึงน่าเสียดายหากจะมีใครถูกทิ้งไว้ข้างหลังในกระบวนการสร้างความสมานฉันท์นี้
สำหรับรายละเอียดในหนังสือระบุว่า จากการคุมขังครั้งก่อน เอกชัย ป่วยเป็นโรคฝีในตับเมื่อเดือน ก.ย. 2566 และปัจจุบันที่เอกชัย ถูกคุมขังอยู่ พบว่าสุขภาพเอกชัยกลับทรุดโทรมลงอีก โดยในเดือน มี.ค. 2569 มีอาการปวดบริเวณที่เคยรักษาฝีในตับจนต้องเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลราชทัณฑ์ ผลการตรวจอัลตราชาวด์ แม้ไม่พบการกลับมาของผีในตับแต่พบภาวะตับโต ม้ามโต และยังมีอาการต่อมลูกหมากโต ซึ่งยาที่ใช้รักษาส่งผลข้างเคียงให้ความดันโลหิตลดลง จนเกือบเกิดภาวะลมแดด ถึง 2 ครั้งใน เม.ย.ที่ผ่านมา
ข้อเท็จจริงดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่า เอกชัยยังคงต้องการการติดตามรักษาและพักฟื้นอย่างต่อเนื่อง ขณะที่สภาพแวดล้อมภายในเรือนจำอาจเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลให้สุขภาพของผู้ต้องขังทรุดโทรมลง อย่างไรก็ตาม ศาลฎีกาได้มีคำสั่งไม่อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวทั้ง 3 ครั้ง โดยให้เหตุผลว่าเอกชัยยังสามารถเข้าถึงการรักษาพยาบาลภายในระบบราชทัณฑ์ได้
หนังสือระบุว่า ขอให้คณะกรรมาธิการฯ ติดตามและตรวจสอบการให้สิทธิในการประกันตัวแก่เอกชัย เพื่อให้สามารถออกมารับการรักษาพยาบาลและพักฟื้นภายนอกเรือนจำได้อย่างเหมาะสม อันเป็นการคุ้มครองสิทธิขั้นพื้นฐานด้านการเข้าถึงการรักษาพยาบาลและสิทธิในการได้รับการปล่อยชั่วคราวระหว่างการพิจารณาคดี ซึ่งเป็นหลักการสำคัญของกระบวนการยุติธรรมและการคุ้มครองสิทธิมนุษยชน
สำหรับเอกชัย ถูกขังอยู่ที่เรือนจำกลางคลองเปรมตั้งแต่วันที่ 5 ก.ย. 2568 ระหว่างการพิจารณาคดีในชั้นฎีกาจากคดีตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 110 ซึ่งแม้ว่าศาลชั้นต้นจะมีคำพิพากษายกฟ้อง เนื่องจากเห็นว่าจำเลยไม่มีเจตนาขัดขวางขบวนเสด็จ แต่ศาลอุทธรณ์ได้กลับคำพิพากษาและลงโทษจำคุกเป็นเวลา 21 ปี 4 เดือน ส่งผลให้เอกชัยถูกควบคุมตัวระหว่างรอการพิจารณาคดีของศาลฎีกา จนถึงปัจจุบัน (10 ก.ค.) เอกชัย ถูกขังมาเป็นเวลา 309 วันแล้ว

