Skip to main content
sharethis
ระบบอ่านออกเสียงนี้ ใช้ฟังก์ชั่น Web Speech API / JavaScript ในเบราว์เซอร์

รัฐบาลทหารพม่าจัดตั้งคณะกรรมการชุดใหม่เพื่อจับตากิจกรรมบนโลกออนไลน์ตลอด 24 ชั่วโมง โดยแต่งตั้ง พล.ต. มินทู รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธาน ทำงานร่วมกับผู้เชี่ยวชาญทางเทคนิคเพื่อตรวจตราเนื้อหาที่ทางการกล่าวหาว่าเป็น “ข่าวปลอม” “ข้อมูลบิดเบือน” “เนื้อหาไม่เหมาะสม” และ “การโจมตีทางการเมือง” ขณะที่นักสิทธิดิจิทัลมองว่าเป็นความพยายามยกระดับการสอดแนมทางดิจิทัลและปราบปรามเสรีภาพในการแสดงออก

ข้อมูลจากรายงานข่าวของสื่อภาครัฐพม่า และกลุ่มเฝ้าจับตาอิสระต่างระบุว่า กองทัพพม่าเพิ่มความเข้มข้นในการตรวจตราสื่อสังคมออนไลน์ในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา โดยมีการจับกุมผู้ใช้งานภายในเวลาเพียงไม่กี่วันหลังจากโพสต์เนื้อหาที่ทางการเห็นว่าไม่เหมาะสมหรือไม่พึงประสงค์

สื่อของรัฐบาลทหารรายงานรายละเอียดของ 2 คดีเมื่อวันที่ 2 ก.ค.ที่ผ่านมา คดีแรก ทางการระบุว่าได้ “เปิดโปงความจริง” เบื้องหลังขบวนการกรรโชกทรัพย์ผ่านเฟซบุ๊ก โดยบุคคลสองราย คือ เญ่งชานอู (Nyein Chan Oo)  และข่ายซูยี (Khine Su Yi) ถูกกล่าวหาว่าแอบอ้างเป็นแพทย์ และใช้คำขู่ว่าผู้เสียหายจะถูกเกณฑ์ทหารเพื่อรีดไถเงิน

การจับกุมดังกล่าวเกิดขึ้นท่ามกลางบรรยากาศความหวาดกลัวจากนโยบายบังคับเกณฑ์ทหารของรัฐบาลทหารพม่า โดยมีรายงานว่าเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นมักใช้คำขู่ว่าจะเกณฑ์คนหนุ่มสาวเข้ากองทัพเป็นเครื่องมือรีดไถเงินจากครอบครัวของพวกเขา

ในอีกคดีหนึ่ง ตำรวจในเมืองพะโค ทางตอนกลางของพม่า จับกุมผู้ใช้ TikTok รายหนึ่ง ซึ่งสื่อของรัฐระบุว่าเป็นเจ้าของบัญชี “CHEERY NAING” (เชอร์รี หน่าย) ผู้ใช้รายนี้ถูกกล่าวหาว่าเผยแพร่เนื้อหาสนับสนุนรัฐบาลเอกภาพแห่งชาติ หรือ NUG และคณะกรรมการผู้แทนสมัชชาแห่งสหภาพ หรือ CRPH ซึ่งเป็นองค์กรการเมืองคู่ขนานที่รัฐบาลทหารประกาศให้เป็นองค์กรก่อการร้าย

โพสต์เฟซฯ-ขายหนังสือ-ไลฟ์วิจารณ์ไฟดับ ถูกลงโทษหนัก

คดีลักษณะเดียวกันเกิดขึ้นต่อเนื่องตลอดปี เมื่อวันที่ 25 มิ.ย.ที่ผ่านมา อูจี พ่อค้าอาหารวัย 54 ปีในนครย่างกุ้ง ถูกเพิ่มโทษจำคุกรวมเป็น 13 ปีจากโพสต์เฟซบุ๊กเพียงโพสต์เดียว ตามข้อมูลของเครือข่าย Justice Network for Political Prisoners

อูจีเคยได้รับการปล่อยตัวจากเรือนจำอินเส่งเมื่อวันที่ 4 มีนาคม ภายใต้นิรโทษกรรมของกองทัพ แต่ถูกจับกุมซ้ำที่สถานีตำรวจระหว่างลงนามในเอกสารปล่อยตัว โดยโพสต์ของเขาเปรียบเทียบกรณีที่สหรัฐฯ จับกุมประธานาธิบดีเวเนซุเอลา พร้อมระบุว่าผู้นำของพม่าก็ควรถูกดำเนินการในลักษณะเดียวกัน

นอกจากนี้ ติน ยุ้นต์ นักเขียนรางวัลดีเด่น ก็ถูกจับกุมและตัดสินจำคุก 3 ปี จากหนังสือที่มีเนื้อหาเสียดสีอดีตผู้นำทหาร ขณะที่สำนักพิมพ์และผู้ขายหนังสือออนไลน์ก็ถูกควบคุมตัวเช่นกัน ส่วน “บยูฮาร์” นักร้องฮิปฮอปชื่อดัง กำลังรับโทษจำคุก 20 ปี จากการไลฟ์สดวิจารณ์ปัญหาไฟฟ้าดับภายใต้การปกครองของมิน อ่อง หล่าย

รัฐบาลทหารยังควบคุมตัวประชาชนเกือบ 100 คน จากการวิจารณ์หรือสนับสนุนการวิจารณ์การเลือกตั้งเดือนธันวาคมถึงมกราคม ซึ่งถูกประณามอย่างกว้างขวางว่าเป็นการเลือกตั้งลวงเพื่อสืบทอดอำนาจของกองทัพ

ในเดือนตุลาคม 2568 อาธาน องค์กรเฝ้าระวังเสรีภาพในการแสดงออก บันทึกว่ามีประชาชน 15 คนถูกจับกุมจากการแสดงออกทางออนไลน์ภายในเดือนเดียว รวมถึงกรณีที่ชายคนหนึ่งถูกควบคุมตัวเพียงเพราะกด “ถูกใจ” โพสต์บนเฟซบุ๊ก

ตั้งคณะกรรมการจับตาอินเทอร์เน็ต 24 ชม.

รัฐบาลทหารพม่าประกาศยอมรับเมื่อวันที่ 30 มิถุนายนว่า ได้จัดตั้งคณะกรรมการชุดใหม่เพื่อเฝ้าติดตามกิจกรรมบนอินเทอร์เน็ตตลอด 24 ชั่วโมง คณะกรรมการนี้มี พล.ต. มิน ทู รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธาน

มิน ทู เป็นศิษย์เก่ารุ่นที่ 37 ของโรงเรียนนายร้อยทหารพม่า ก่อนรัฐประหารปี 2564 เขาเคยดำรงตำแหน่งหัวหน้าแผนกไอทีของหน่วยข่าวกรองทหาร หรือชื่ออย่างเป็นทางการว่า สำนักงานหัวหน้าฝ่ายกิจการความมั่นคงทางทหาร ต่อมาเขาได้รับแต่งตั้งเป็นรองหัวหน้าหน่วยข่าวกรองทหาร ซึ่งมีบทบาทกำกับดูแลกลไกสอบสวนของรัฐบาลทหาร

คณะกรรมการดังกล่าวได้รับการจัดตั้งตั้งแต่วันที่ 28 เม.ย.ที่ผ่านมา หรือไม่กี่สัปดาห์หลังจากมินอ่องหล่าย ผู้นำคณะรัฐประหาร ได้ขึ้นรับตำแหน่งประธานาธิบดี เจ้าหน้าที่ระบุว่าคณะกรรมการนี้จะทำงานตลอด 24 ชั่วโมงร่วมกับผู้เชี่ยวชาญทางเทคนิค เพื่อตรวจจับ “ข่าวปลอม ข้อมูลบิดเบือน เนื้อหาไม่เหมาะสม และการโจมตีทางการเมือง” บนโลกออนไลน์

ก่อนหน้าการประกาศเรื่องคณะกรรมการใหม่ 12 วัน มินทู เปิดเผยว่า ระหว่างปี 2567 ถึงเดือน พ.ค. 2569 ทางการพม่าได้ดำเนินการกับผู้ใช้ออนไลน์ 21,369 ราย ในข้อหา “โพสต์โจมตีทางการเมือง เนื้อหาไม่เหมาะสม ข่าวปลอม และข้อมูลบิดเบือน” โดยเกือบ 20,000 รายถูกดำเนินคดีภายใต้ข้อหาต่อต้านการก่อการร้าย จากข้อกล่าวหาว่าให้ทุนหรือสนับสนุนกลุ่มต่อต้านรัฐบาลทหาร ขณะที่บางรายถูกดำเนินคดีในข้อหายุยงปลุกปั่นตามประมวลกฎหมายอาญา

คณะกรรมการชุดใหม่นี้ประกอบด้วยเจ้าหน้าที่ระดับสูงจากกระทรวงการสื่อสาร กระทรวงกิจการกฎหมาย กระทรวงสารสนเทศ ธนาคารกลาง และหน่วยข่าวกรองทหาร ขณะที่ผู้ให้บริการโทรคมนาคมและธนาคารมีหน้าที่ตามกฎหมายที่จะต้องให้ความร่วมมือกับรัฐบาลทหารในการปฏิบัติตามคำสั่งต่างๆ

นักวิเคราะห์มองว่า คณะกรรมการใหม่นี้เป็นอีกหนึ่งความพยายามของรัฐบาลทหารในการฝังรากระบบสอดแนมทางดิจิทัลผ่านการจัดตั้งหน่วยงานรัฐเฉพาะกิจ ซึ่งไม่ได้มุ่งเป้าเฉพาะผู้ที่โพสต์วิจารณ์รัฐบาลทหารเท่านั้น แต่ยังรวมถึงผู้ที่แชร์หรือกดถูกใจเนื้อหาเหล่านั้นด้วย

ญัณติต นักวิจัยด้านสิทธิดิจิทัล ระบุว่า การจัดตั้งคณะกรรมการนี้มีเป้าหมายเพื่อปราบปรามเสรีภาพในการแสดงออก ลิดรอนสิทธิดิจิทัล จำกัดเสรีภาพสื่อ และเพิ่มความเข้มงวดในการสอดส่องโลกออนไลน์มากขึ้น

“นี่คือความพยายามที่จะกดปราบเสรีภาพในการพูด สิทธิดิจิทัล และเสรีภาพสื่อให้หนักขึ้นไปอีก” ญัณติต กล่าว

ตัวเลขจากกลุ่มอิสระชี้ ผู้ถูกจับจากการวิจารณ์กองทัพบนเฟซบุ๊กอาจสูงกว่าที่ปรากฏ

นอกจากตัวเลขของรัฐบาลทหารแล้ว กลุ่มติดตามอิสระ Data for Myanmar ระบุว่านับตั้งแต่รัฐประหาร ก.พ. 2564 มีประชาชนอย่างน้อย 1,993 ราย ถูกจับกุมจากกรณีที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับการวิพากษ์วิจารณ์กองทัพบนเฟซบุ๊ก โดยตัวเลขดังกล่าวรวบรวมจากการติดตามหนังสือพิมพ์ที่มีความเชื่อมโยงกับกองทัพ ไม่ใช่จากบันทึกของศาล จึงมีความเป็นไปได้ว่าจำนวนที่แท้จริงอาจสูงกว่านี้

มาตรการควบคุมโลกออนไลน์ยังมีฐานทางกฎหมายรองรับมากขึ้น หลังรัฐบาลทหารประกาศใช้กฎหมายความมั่นคงไซเบอร์เมื่อเดือน ม.ค. 2568 ซึ่งบังคับให้แพลตฟอร์มที่มีผู้ใช้มากกว่า 100,000 รายต้องเก็บรักษาข้อมูลผู้ใช้ไว้เป็นเวลา 3 ปี และกำหนดให้การใช้เครือข่ายส่วนตัวเสมือน หรือ VPN โดยไม่ได้รับอนุญาต เป็นความผิดทางอาญา

ขณะเดียวกัน กฎหมายคุ้มครองการเลือกตั้งยังถูกใช้ดำเนินคดีกับประชาชนมากกว่า 300 คนตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2568 จากกิจกรรมออนไลน์ที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้งเดือนธันวาคมถึงมกราคมของกองทัพ ตามข้อมูลของกลุ่มสิทธิมนุษยชน ALTSEAN-Burma คดีเหล่านี้รวมถึงกรณีที่การกด "ถูกใจ" โพสต์วิพากษ์วิจารณ์บนเฟซบุ๊กถูกตีความว่าเป็นการกระทำความผิดทางอาญา

ก่อนหน้านี้ กองทัพพม่ายังเพิ่มเทคโนโลยีในการตรวจตราและสอดแนมประชาชน ทั้งตามด่านตรวจและที่พักต่างๆ ภายในประเทศ รวมถึงมีการประกาศใช้ระบบติดตามตัวผ่านโทรศัพท์มือถือ โดยให้ประชาชนลงทะเบียนหมายเลขโทรศัพท์และนำข้อมูลเข้าสู่ฐานข้อมูลกลางของรัฐ ซึ่งผู้เชี่ยวชาญกังวลว่าเครื่องมือนี้อาจถูกใช้เพื่อขยายอำนาจการสอดแนมของรัฐบาลทหาร

ขณะเดียวกัน นักวิเคราะห์ยังตั้งข้อสังเกตว่า รัฐบาลทหารพม่าเพิ่มความร่วมมือกับจีนมากขึ้นในด้านเทคโนโลยีการสอดแนม ซึ่งเป็นสัญญาณว่าการบีบคั้นเสรีภาพดิจิทัลในพม่า ที่อาจทวีความเข้มข้นยิ่งขึ้น

 

เรียบเรียงจาก

Regime Launches Committee to Monitor Myanmar’s Internet 24/7, The Irrawaddy, 30-06-2026

https://www.irrawaddy.com/news/burma/regime-launches-committee-to-monitor-myanmars-internet-24-7.html 

Myanmar military intensifies social media arrests, reveals 24-hour internet monitoring, Mizzima, 03-07-2026

https://eng.mizzima.com/2026/07/03/35916 

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท
โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต
สแกน QR Code เพื่อร่วมบริจาคเงินให้กับประชาไท
ติดตามประชาไท ได้ทุกช่องทาง