Skip to main content
sharethis
ระบบอ่านออกเสียงนี้ ใช้ฟังก์ชั่น Web Speech API / JavaScript ในเบราว์เซอร์

จับตาเลือกตั้ง-ประชามติ 69 ใกล้เวลาปัญหาผุด iLaw พบประชาชนหลายคนลงทะเบียนเลือกตั้งและประชามตินอกเขตเรียบร้อยแล้ว “ชื่อหลุด” เด้งกลับให้ไปใช้สิทธิที่ภูมิลำเนาเดิม ในวันที่ 8 ก.พ. นี้ หลายกรณีต้องเดินทางข้ามจังหวัดในวันเดียวกันเพื่อใช้สิทธิเลือกตั้งและลงประชามติให้ครบ

 

6 ก.พ. 2569 จับตาเลือกตั้ง-ประชามติ 69 ใกล้เวลาปัญหาผุด iLaw พบมีประชาชนหลายคนที่ลงทะเบียนออกเสียงประชามตินอกเขตสำเร็จ แต่เมื่อเช็ครายละเอียดผู้มีสิทธิออกเสียงประชามติ “ชื่อหลุด” กลับไปอยู่ที่ภูมิลำเนาเดิม ส่งผลให้ในวันที่ 8 ก.พ. นี้ มีบางคนต้องใช้สิทธิเลือกตั้งนอกเขต และต้องกลับบ้านไปลงประชามติ หลายกรณีต้องเดินทางข้ามจังหวัดในวันเดียวกันเพื่อใช้สิทธิเลือกตั้งและลงประชามติให้ครบ

ภาพจาก คอมเม้น iLaw

โฆษณา - Advertising

iLaw รายงานพบข้อร้องเรียนมีประชาชนคนหนึ่งภูมิลำเนาจังหวัดเชียงราย แต่มาอาศัยและทำงานอยู่ที่จังหวัดเชียงใหม่หลายปีแล้ว โดยเขาได้เตรียมตัวลงทะเบียนเลือกตั้งล่วงหน้านอกเขต และเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา (1 ก.พ. 2569) ได้ไปใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้านอกเขตมาเรียบร้อยแล้ว สำหรับการออกเสียงประชามติผู้ร้องเรียนยืนยันว่าได้ลงทะเบียนขอใช้สิทธินอกเขตไว้ตั้งแต่วันแรกที่เปิดระบบ (3 ม.ค. 2569) และระบบแจ้งว่าลงทะเบียนสำเร็จ พร้อมแคปหน้าจอไว้เป็นหลักฐาน แต่เมื่อลองตรวจสอบรายชื่อล่าสุด พบว่า ชื่อของตนกลับเด้งไปอยู่ที่ภูมิลำเนาเดิมคือ เชียงราย

เมื่อโทรไปสอบถาม กกต. จังหวัดเชียงใหม่ ได้รับคำขอโทษและคำชี้แจงทำนองว่า เป็นความผิดพลาดของระบบลงทะเบียน พร้อมทั้งยอมรับว่ามีกรณีแบบนี้เกิดขึ้นหลายราย ทางออกที่เจ้าหน้าที่แนะนำคือ ให้ไปแจ้งเหตุที่ไม่ไปใช้สิทธิออกเสียงได้ iLaw ระบุ ผู้ร้องเรียนรายนี้มองว่าคำแนะนำนี้ "ไม่ถูกต้อง" เพราะตนเองตั้งใจจะไปใช้สิทธิ และทำตามขั้นตอนลงทะเบียนถูกต้องทุกอย่างแล้ว การที่เจ้าหน้าที่ให้ไปแจ้งว่า "ไปไม่ได้" จึงไม่ตรงกับความจริง เหตุผลที่แท้จริงคือ "ระบบผิดพลาด"

หรือกรณีของเบส อายุ 27 ปี หนึ่งประชาชนที่พบปัญหาคล้ายกันให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวประชาไทว่า เธอลงทะเบียนเลือกตั้งและประชามตินอกเขตเรียบร้อยแล้ว แต่ชื่อของเธอเด้งกลับแจ้งว่าต้องไปใช้สิทธิเลือกตั้ง สส. ที่ภูมิลำเนา ในวันที่ 8 ก.พ. นี้ เบสทำงานกองถ่ายที่กรุงเทพฯ ลงทะเบียนเลือกตั้งและประชามตินอกเขตผ่านแอปพลิเคชัน ThaID (ไทยดี) เพราะตัวเองรู้ว่าจะเลิกงานดึกในคืนวันที่ 7 ก.พ. 2569 และวันที่ 8 ก.พ. 2569 ยังมีงานต้องไปทำต่อแต่เช้า ไม่สะดวกกลับบ้านที่ต่างจังหวัดไปใช้สิทธิ แต่เมื่อเกิดความผิดพลาดของระบบลงทะเบียนขึ้นเบสต้องวางแผนชีวิตใหม่ เธอยืนยันที่จะรักษาสิทธิของตัวเองโดยการนั่งรถกลับบ้านที่ จ.สมุทรสาคร เพื่อไปเลือกตั้ง สส. ที่บ้าน ตอน 8.00 น. และนั่งรถกลับมาใช้สิทธิลงประชามตินอกเขตที่แถวลาดพร้าว

“ถามว่าไกลไหม ก็ห่างกัน 50-60 กิโลเมตร แผนของเบสคือคืนพรุ่งนี้ (7 ก.พ. 2569) เบสเลิกงานดึกมาก แต่เบสต้องกลับไปนอนที่บ้าน และตื่นเช้าไปกา สส. ที่บ้านก่อนให้จบตอน 8 โมง และนั่งรถจากสมุทรสาคร ซึ่งไม่มีรถไฟฟ้า ก็ต้องเรียกแกร็บ (ไปลงประชามติที่ลาดพร้าว) เพราะเราอยากไปให้ทัน เบสเช็คค่ารถแล้วประมาณ 600 บาท มันแพงนะ กาประชามติเสร็จแล้วก็ต้องนั่งรถไปทำงานที่พัฒนาการต่อ เบสต้องจ้างคนไปสแตนบายออกกองแทนเบสตอน 11 โมงก่อนอีกด้วย (เผื่อไปทำงานไม่ทัน) มันยุ่งยากขึ้น”

ทั้งหมดสร้างภาระด้านค่าใช้จ่ายให้เบสเพิ่มมากขึ้น และเสียเวลาเดินทางไปกลับ ทั้งที่เธอไม่ควรจะต้องเสียเนื่องจากวางแผนชีวิตตัวเองไว้แล้ว เบสคิดว่าระบบที่ กกต. ออกมาทำให้ประชาชนมีความสับสนตั้งแต่การลงทะเบียน และพอเกิดความผิดพลาดขึ้นก็ไม่รู้ว่าต้องติดเจ้าหน้าที่รัฐในส่วนไหนหรือเว็บไซต์ไหน เนื่องจากมีหลายเว็บไซต์เกินไป ทำไมต้องทำให้ระบบสับสนขนาดนั้นกับการเลือกตั้งหนึ่งครั้ง

“สำหรับเบสการเลือกตั้งทุกครั้งสำคัญทุกครั้ง ถามว่าเบสติดตามการเมืองมากน้อยขนาดไหน เราก็ติดตาม แต่ไม่มาก แต่เบสต้องไปใช้สิทธิที่เราควรจะต้องใช้ มันเป็นหน้าที่ของเรา และเราก็อยากทำมัน ที่เราโกรธคือแล้วถ้าเราเป็นคนเชียงใหม่ล่ะ เราจองตั๋วเครื่องบินนะ เราจะเอา ถ้าเป็นคนที่บ้านไกลกว่านี้เขาจะทำอย่างไร เขาต้องเสียสิทธินี้เหรอ มันไม่ควรเกิดขึ้นกับใครก็ตาม หรือถ้าคนคนนั้นไม่มีเงินค่ารถ เขาจะทำอย่างไรดี ไม่ควรเกิดเรื่องนี้ขึ้นเลย ฝากบอก กกต. ช่วยคิดเยอะๆ หน่อย”

iLaw แจ้งคำแนะนำสำหรับผู้มีสิทธิออกเสียงประชามติที่ชื่อหลุดจากระบบลงทะเบียนนอกเขตกลับไปภูมิลำเนา สามารถดำเนินการดังนี้

1.หากคุณมีหลักฐานยืนยันว่าลงทะเบียนสำเร็จ เช่น แคปภาพหน้าจอ แต่ตรวจสอบรายชื่อแล้วชื่อกลับไปที่ภูมิลำเนา ให้ดำเนินการดังนี้ วันนี้ให้รีบติดต่อ กกต. จังหวัด ยืนยันว่า มีหลักฐานการลงทะเบียนสำเร็จ จะสามารถใช้สิทธิในสถานที่ออกเสียงนอกเขตได้หรือไม่ และยืนยันว่าเราได้ทำตามขั้นตอนครบถ้วนตามกฎหมายแล้ว ความผิดพลาดของระบบไม่ควรตัดสิทธิประชาชน

2. หากดำเนินการตามข้อ 1 ไม่ทัน วันออกเสียงประชามติวันอาทิตย์ที่ 8 ก.พ. 2569 ให้เดินทางไปยัง หน่วยออกเสียงนอกเขตที่คุณลงทะเบียนไว้ นำหลักฐานการลงทะเบียนไปแสดงต่อกรรมการประจำหน่วย (กปน.)เพื่อยืนยันเจตจำนงอย่างสุภาพ หาก กปน. ไม่อนุญาตให้ลงคะแนนเนื่องจากไม่มีชื่อในบัญชี ให้ขอใช้สิทธิ "ทำคำร้องคัดค้าน/ทักท้วง" (แบบ อ.ส. 4/4) ยื่นต่อ กปน. ณ ที่นั้น ระบุข้อความว่า "ข้าพเจ้าได้ลงทะเบียนขอใช้สิทธิออกเสียงนอกเขตจังหวัดถูกต้องและมีหลักฐาน แต่ระบบของ กกต. ผิดพลาดทำให้ไม่มีชื่อ จึงขอสงวนสิทธิในการบันทึกไว้เป็นหลักฐานว่า ข้าพเจ้ามารายงานตัวเพื่อใช้สิทธิแล้ว แต่ถูกปฏิเสธไม่ให้ใช้สิทธิออกเสียง”

3. การแจ้งเหตุไม่ไปใช้สิทธิ หากไม่มีหลักฐานการลงทะเบียนหรือทำตาม 1 และ 2 แล้วไม่ได้ออกเสียง ต้องแจ้งเหตุเพื่อป้องกันการเสียสิทธิทางเมืองเป็นระยะเวลา 2 ปี

การแจ้งเหตุไม่ไปใช้สิทธิออกเสียงประชามติ สามารถทำได้ก่อนวันออกเสียงระหว่างวันที่ 14 ม.ค. – 7 ก.พ. 2569 และหลังวันออกเสียงระหว่างวันที่ 9 – 15 ก.พ.2569 ทางเว็บไซต์: https://boraservices.bora.dopa.go.th/election/abscausepm/

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท
โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต
สแกน QR Code เพื่อร่วมบริจาคเงินให้กับประชาไท
ติดตามประชาไท ได้ทุกช่องทาง
โฆษณา - Advertising