กกต. แถลง ชลบุรี เขต 1 ตรวจสอบละเอียดยิบทุกมิติ หลังประชาชนรวมตัวกันเฝ้าหีบเลือกตั้ง เรียกร้องให้นับคะแนนใหม่ กกต. มีมติ "ไม่นับคะแนนใหม่" ระบุ ยังไม่ปรากฏพยานหลักฐานที่ควรเชื่อได้ว่าการเลือกตั้ง สส. ชลบุรี เขต 1 เป็นไปโดยทุจริต ไม่เที่ยงธรรม หรือการนับคะแนนไม่ถูกต้อง จึงไม่มีเหตุให้นับคะแนนเลือกตั้งใหม่ ตามมาตรา 124 ประกอบข้อ 223 ของระเบียบ กกต. ว่าด้วยการเลือก สส.
ที่ ศูนย์การเลือกตั้ง สส. และออกเสียงประชามติ ชั้น 2 สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง ณรงค์ กลั่นวารินทร์ ประธานกรรมการการเลือกตั้ง แสวง บุญมี เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง พร้อมด้วย ครรชิต เจริญอินทร์ รองเลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง และว่าที่ ร.ต.ภาสกร สิริภคยาพร รองเลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง แถลงข่าว “การเลือกตั้ง สส. และการออกเสียงประชามติ”
ว่าที่ ร.ต.ภาสกร แถลงถึงจังหวัดชลบุรี เขต 1 ที่ประชาชนมีการรวมตัวกันเรียกร้องให้นับคะแนนใหม่ว่า วิธีการหลังจากนับคะแนนเสร็จ คณะกรรมการจะส่งคะแนนและนำหีบคะแนนมารวมกันตามที่กำหนด แล้วจากนั้นจะยุบรวมหีบบัตรเลือกตั้ง โดยตัดสายรัด นำเอกสาร นำถุงบัตรที่บรรจุบัตรที่นับคะแนนแล้ว มารวมกันให้ได้มาที่สุดในแต่ละหีบ เพื่อลดจจำนวนหีบบัตรให้น้อยลงที่สุด รวมถึงมีการคัดแยกเอกสารต่างๆ เพื่อจะรวบรวมทุกอย่างเพื่อไปส่งผู้อำนวยการการเลือกตั้งแต่ละจังหวัด

แต่ในส่วนของพื้นที่ชลบุรี เขต 1 ประชาชนอาจจะไม่เข้าใจสิ่งที่เกิดขึ้น แล้วไปยังจุดที่ยุบรวมหีบบัตรเลือก แล้วไปขอให้นับคะแนนใหม่ เพราะฉะนั้นเพื่อความถูกต้องและเป็นธรรม จึงได้มอบหมายให้รองเลขาธิการ กกต. ครรชิต เจริญอินทร์ ไปสอบสวนว่าเป็นไปตามกฎหมายหรือไม่
ครรชิต รองเลขาธิการ กกต. ระบุว่า มีผู้ยื่นคำร้อง 10 คน มาให้ถ้อยคำ 6 คน ซึ่งไม่ได้เห็นเหตุการณ์ด้วยตนเอง แบ่งออกเป็น 3 ประเด็นที่ยื่นคำร้อง ดังนี้
ประเด็นที่ 1 ไฟดับตอนเลือกตั้ง แต่พัดลมยังทำงาน พบว่า ผู้ร้องอ้างคลิปไฟดับพัดลมหมุน ข้อเท็จจริงคือไม่ได้เกิดดขึ้นที่ชลบุรี แต่เกิดขึ้นที่นนทบุรี และตรวจสอบเพิ่มเติมกับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคว่าในเขตที่ 1 มีไฟฟ้าดับหรือไม่ พบว่ามี 4 หน่วยที่ดับ หน่วยที่ 36 37 38 39 ตำบลแสนสุข ดับ 40 นาที แต่หน่วยที่ 37 38 39 นับคะแนนเสร็จเรียบร้อย มีเพียงหน่วยที่ 36 ที่ไม่ได้ต่อ เพราะไฟดับ พอไฟฟ้ากลับมา จึงเริ่มนับใหม่และเป็นไปด้วยความเรียบร้อยไม่มีผู้ทักท้วง
ประเด็นที่ 2 ผู้ที่มาแสดงตนกับบัตรเลือกตั้งไม่ถูกต้องตรงกัน พบว่าผู้ยื่นคำร้องไม่ได้บอกว่าหน่วยไหน แต่มีหน่วยที่ 11-15 วัดเสม็ด กรรมการรวบรวมคะแนนช้า ใช้เวลาประมาณ 3 ชม. หน่วยที่ 15 อย่างเดียว 3 ชม.ไม่เสร็จ พอไปสอบถามกับกรรมการหน่วยที่ 11-15 พบว่าใช้เวลานับไล่เลี่ยกัน ออกจากหน่วยประมาณ 1-2 ทุ่ม ไปถึงจุดส่งหีบบัตรประมาณเวลาเที่ยงคืน
ประเด็นที่ 3 การนับคะแนน อ่านบัตรเลือกตั้งไม่ถูกต้อง ผู้ยื่นคำร้องไม่ได้บอกว่าหน่วยไหน แต่เมื่อตรวจสอบจาก 160 กว่าหน่วย ไม่มีการทักท้วงการนับคะแนน
นอกจากนี้คณะกรรมการการเลือกตั้งก็ยังให้คะณตรวจสอบข้อเท็จจริงไปตรวจสอบเพิ่มเติมกรณีตามสื่อต่างๆ ว่าบัตรเลือกตั้งทำไมไม่มีการใช้สายรัดและมีบัญชีแบบขีดคะแนนไปอยู่ในถึงถังขยะ จากการตรวจสอบ กรณีของเขตเลือกตั้งที่ 1 เดิมจะไปส่งหีบบัตรที่ศาลาประชาคม แต่เนื่องจากศาลนี้ที่เคยใช้ในการเลือกตั้ง 66 พื้นที่แคบลง จึงไปขอให้สนามแบตมินตันของเทศบาลแทน เพื่อการเข้าออกของรถที่สะดวก และนำหีบบัตรไปยุบรวมตรงนั้น จากนั้นค่อยขนไปที่ศาลประชาคม จากนั้นจะส่งไปที่โกดังที่กกต.ชลบุรีเช่าอยู่ แต่ระหว่างที่กำลังยุบรวมหีบบัตรขึ้นรถดำเนินการไปแล้ว 90% แต่อีก 10% เอกสารต่างๆ ยังกองอยู่ที่พื้นสนามแบต ซึ่งสนามแบตกับศาลาประชาคมห่างกัน 500 เมตร ระหว่างที่จะขนมีมวลชนเข้าไปตรวจการทำงานของเจ้าหน้าที่ว่าถูกต้องหรือไม่จนไม่สามารถเคลื่อนย้ายรถได้ และประชาชนยังเข้าไปในพื้นที่สนาม พอเข้าไปก็จะพบกองเอกสารที่จัดเก็บไม่เรียบร้อยอยู่ ซึ่งเอกสารส่วนหนึ่งยังอยู่ในนั้น ประชาชนอ้างว่าเก็บมาจากถังขยะ แต่ในในความเป็นจริงโรงยิมไม่มีถังขยะ มีแต่กองเอกสารที่เตรียมจะเคลียร์เท่านั้น เพราะฉะนั้นเอกสารเหล่านี้ยังไม่ได้ทิ้ง
ส่วนกรณีข้อสงสัยว่าทำไมไม่ใช้สายรัดและดูไม่เรียบร้อย เพราะว่าระยะทาทางไปศาลาแค่ 500 เมตร และขอใช้พื้นที่ตรงสนามแบตถึงวันที่ 9 ก.พ. 2569 และเทศบาลก็ดันมาเร่ง เพราะวันที่ 10 ก.พ. 2569 จะใช้งานต่อ เจ้าหน้าที่เลยจะเอาเอกสารและหีบบัตรออกไปก่อน แล้วค่อยใช้พื้นที่ที่ศาลาจัดการต่อ
ส่วนคำถามว่ามีสายรัดจำนวนมาก ทำไมไม่ใช้ ความจริงแล้วสายรัดนี้มาจากหน่วยเลือกตั้ง ซึ่งจะแจกให้แต่ละหน่วยเลือกตั้ง และจะมีเผื่อไว้ 1 เส้นในกรณีขาด เมื่อบรรจุเอกสารในหีบบัตรแล้วและรัดเพื่อนำมาส่งที่สนามแบต ผู้ที่ทำหน้าที่ยุบรวมหีบก็ต้องตัดสายรัด และนำมารวมใส่ถุงแล้ว หรือพูดง่ายๆ ก็คือสายรัดถูกใช้ไปแล้ว ส่วนบางอันที่ยังสมบูรณ์อยู่ เพราะเหลือมาจากหน่วยเลือก ซึ่งในการยุบรวมหีบบัตรที่สนามแบต ไม่ได้มีสายรัดสำหรับขั้นตอนนี้ เพราะสายรัดอยู่ที่ศาลาประชาคม
สรุปก็คือ สายรัดที่เห็นว่ายังใช้ได้มาจากการเตรียมเผื่อไว้รัดที่หน่วยเลือกตั้ง ซึ่งในขั้นตอนการยุบรวมหีบบัตรที่สนามแบต จะไม่มีสายรัด แต่จะเตรียมสายรัดไว้ที่ศาลาประชาคมแทน เพราะเทศบาลมาเร่งและระยะทางอยู่ห่างกันแค่ 500 เมตร
จากการตรวจสอบข้อเท็จจริงทั้งหมด จึงสรุปได้ว่า ยังปรากฏพยานหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่าการเลือกตั้งสส. ชลบุรี เขต 1 มิได้เป็นไปสุจริตและเที่ยงธรรม หรือการนับคะแนนเป็นไปโดยไม่ถูกต้อง จึงไม่เป็นเหตุที่จะนับคะแนนเลือกตั้งใหม่ ตามมาตรา 124 ประกอบข้อ 223 ของระเบียบ กกต. ว่าด้วยการเลือก สส.
ณรงค์ ประธาน กกต. กล่าวเสริมว่า เมื่อมีเหตุการณ์เกิดขึ้น กกต. นัดประชุมทันที แต่บางเรื่องต้องมีข้อมูลเพียงพอในการวินิจฉัย จึงต้องแต่งตั้งคนสอบข้อเท็จจริง ซึ่งมีการสอบทั้งฝ่ายผู้ร้องและฝ่ายผู้ถูกร้อง และวินิจฉัยเหมือนการเขียนคำพิพากษา ดูความเชื่อมโยงของพยาน ซึ่งประเด็นที่ร้องมา ยังไม่มีอะไรเชื่อมโยง แต่ กกต. ก็ให้ไปสืบเพิ่มเติมว่าการเลือกตั้งมีความสุจริตจริงไหม และจากผลการรายงาน กกต.ใช้เวลา4-5 ชั่วโมงในการวินิจฉัย ยืนยันได้ว่า กกต. จะไม่เอาเกียรติยศและชื่อเสียงไปเสี่ยงกับเรื่องแบบนี้ กกต. ไม่ได้ตรวจสอบแค่คำร้อง แต่ยังตรวจสอบความชอบธรรมในการนับคะแนน
ครรชิต รองเลขาธิการ กกต. กล่าวถึงแบบขีดคะแนน สส. 5/11 สามารถโชว์เอามาถ่ายรูปได้ ซึ่งสิ่งที่จะบรรจุในหีบจะมีถึงชั้นใน 3 ถุงคือ บัตรดี บัตรเสีย บัตรไม่ประสงค์ลงคะแนน และถึงชั้นนอกจะประกอบไปด้วยเอกสารต่างๆ รวมทั้งแบบขีดคะแนน 5/11 จากการตรวจสอบพบว่า หน่วยที่มีการถ่ายรูป ได้เอาเอกสารเก็บไว้ในถุงชั้นนอก คือรัดถุงเสร็จก็เอาวางไว้ เมื่อแกะหีบออกจึงสามารถหยิบได้ง่าย เพราะถ้าอยู่ในถุงจะต้องมีการทำลายถุงก่อน
