งานวิจัยใหม่ระบุว่าความเสี่ยงที่โลกจะเข้าสู่ภาวะ "เตาอบ" หรือ Hothouse Earth นั้นมีมากกว่าที่เคยคิดไว้ เมื่อโลกร้อนเร็วขึ้นทุกที - เตือนโลกเสี่ยงจะข้าม "จุดเปลี่ยนสำคัญ" ตั้งแต่ป่าแอมะซอนเสื่อมโทรม ไปจนถึงชั้นดินเยือกแข็งถาวรในอาร์กติกละลาย จะยิ่งเร่งให้โลกร้อนหนักขึ้นไปอีก

ภาพจาก: PICRYL (CC)
ช่วงเดือนกุมภาพันธ์ 2025 เว็บไซต์ Yale Environment 360 รายงานว่า โลกกำลังร้อนขึ้นเร็วกว่าเดิม และอาจกระตุ้นให้เกิดจุดเปลี่ยนสำคัญหลายจุดที่ทำให้สภาพภูมิอากาศเสียสมดุลแบบลูกโซ่ งานวิจัยใหม่ระบุว่าความเสี่ยงที่โลกจะเข้าสู่ภาวะ "เตาอบ" หรือ Hothouse Earth นั้นมากกว่าที่เคยคิดไว้
วิลเลียม ริปเปิล (William Ripple) จากมหาวิทยาลัย Oregon State ผู้เขียนหลักของงานวิจัยนี้ กล่าวว่า "หลังจากสลับไปมาระหว่างยุคน้ำแข็งกับช่วงอบอุ่นมานับล้านปี สภาพภูมิอากาศโลกเข้าสู่ความเสถียรเมื่อกว่า 11,000 ปีก่อน ทำให้เกิดเกษตรกรรมและสังคมที่ซับซ้อนได้ ตอนนี้เรากำลังเคลื่อนออกจากความเสถียรนั้น และอาจกำลังเข้าสู่ยุคที่ภูมิอากาศเปลี่ยนแปลงอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน"
เมื่อ 10 ปีก่อน ประเทศต่างๆ ตั้งเป้าในความตกลงปารีสว่าจะจำกัดอุณหภูมิโลกไม่ให้สูงขึ้นเกิน 1.5 องศาเซลเซียส แต่ตอนนี้โลกน่าจะทะลุเพดานนั้นแล้ว แม้ยังไม่ถือว่าเกินเป้าอย่างเป็นทางการ เพราะจะตัดสินจากอุณหภูมิเฉลี่ย 20 ปี แต่อุณหภูมิเฉลี่ยในช่วง 3 ปีที่ผ่านมาเกิน 1.5 องศาไปแล้ว
นักวิทยาศาสตร์ระบุว่าโลกตอนนี้น่าจะร้อนเท่ากับหรือร้อนกว่าช่วงใดๆ ในรอบ 125,000 ปี ขณะที่ระดับคาร์บอนไดออกไซด์สูงที่สุดในรอบอย่างน้อย 2 ล้านปี ที่แย่กว่านั้นคือโลกร้อนเร็วขึ้นเรื่อยๆ เพราะความสามารถของโลกในการดูดซับก๊าซเรือนกระจกกำลังอ่อนแรงลง ป่าไม้ที่เคยเป็นแหล่งดูดซับคาร์บอนกลับกลายเป็นแหล่งปล่อยคาร์บอน เพราะถูกไฟป่าและภัยแล้งทำลาย ส่วนมหาสมุทรก็เริ่มดูดซับคาร์บอนไดออกไซด์ได้น้อยลง
เมื่ออุณหภูมิสูงขึ้นเกิน 1.5 องศา นักวิทยาศาสตร์เตือนว่าโลกเสี่ยงจะข้าม "จุดเปลี่ยนสำคัญ" หลายจุด ตั้งแต่ป่าแอมะซอนเสื่อมโทรมจนตายลง ไปจนถึงชั้นดินเยือกแข็งถาวรในอาร์กติกละลาย ซึ่งจะยิ่งเร่งให้โลกร้อนหนักขึ้นไปอีก ขณะนี้แผ่นน้ำแข็งกรีนแลนด์และแอนตาร์กติกาตะวันตกก็เริ่มแสดงสัญญาณไม่เสถียรแล้ว ตามงานวิจัยที่ตีพิมพ์ในวารสาร One Earth
สิ่งที่น่ากลัวคือการข้ามจุดเปลี่ยน 1 จุดอาจผลักให้โลกข้ามจุดเปลี่ยนอื่นตามมาเป็นลูกโซ่ เช่น ถ้าแผ่นน้ำแข็งกรีนแลนด์ละลาย อาจทำให้กระแสน้ำในมหาสมุทรแอตแลนติกอ่อนกำลัง ส่งผลให้ฝนตกน้อยลงเหนือป่าแอมะซอน พูดง่ายๆ คือปัญหาหนึ่งจะลามไปกระตุ้นปัญหาอื่น จนอาจนำไปสู่ภาวะ "โลกเตาอบ" ที่อุณหภูมิพุ่งสูงจนควบคุมไม่ได้
โยฮัน ร็อคสตรอม (Johan Rockström) ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยผลกระทบสภาพภูมิอากาศพ็อทซ์ดัม ในเยอรมนี ผู้ร่วมเขียนงานวิจัย กล่าวว่า "งานวิจัยของเราชี้ว่าเรายังไม่ถึงจุดนั้น แต่เราใกล้มากแล้ว"
