Skip to main content
sharethis
ระบบอ่านออกเสียงนี้ ใช้ฟังก์ชั่น Web Speech API / JavaScript ในเบราว์เซอร์

จากไอเดียนักวิ่งในญี่ปุ่น สู่เวทีโลกที่มี 34 ประเทศร่วมแข่ง SPOGOMI เปลี่ยน “ขยะ” ให้กลายเป็นสนามแข่งขันที่คนธรรมดาก็เป็นนักกีฬาได้ ภายใต้กติกาเรียบง่ายแต่ทรงพลัง จุดคำถามว่าการทำความสะอาดโลกอาจเริ่มต้นจากการแข่งขันที่ใครก็เข้าร่วมได้


ภาพจาก: Foreign Press Center Japan

เช้าวันที่ 29 ตุลาคม 2025 ย่านชิบูย่า โตเกียว กลายเป็นสนามแข่งขันที่ไม่เหมือนที่ไหนในโลก นักกีฬาจาก 33 ประเทศเดินเร็วฝ่าฝูงชน มือถือถุงพลาสติกใสและคีมหนีบขยะ บางคนก้มเก็บก้นบุหรี่ข้างรั้ว บางคนคีบขวดน้ำใต้ม้านั่ง ทั้งหมดนี้ไม่ใช่อาสาสมัครทำความสะอาดเมือง แต่คือผู้เข้าแข่งขัน SPOGOMI World Cup 2025 รายการที่มีเป้าหมายเดียว คือเก็บขยะให้ได้มากที่สุดใน 45 นาที

"สโปโกมิ" (SPOGOMI) ฟังดูเหมือนชื่อเล่นของเด็กอนุบาล แต่เบื้องหลังคำนี้คือขบวนการกีฬาที่กำลังเติบโตอย่างเงียบๆ และอาจเป็นนวัตกรรมด้านกีฬาที่น่าจับตามองที่สุดในศตวรรษนี้

จากนักวิ่งขี้เบื่อ สู่ผู้ประดิษฐ์กีฬาใหม่


เคนอิจิ มามิตสึกะ (Kenichi Mamitsuka) ผู้ให้กำเนิดกีฬา "สโปโกมิ" (SPOGOMI) | ภาพจาก: Wikimedia

เรื่องทั้งหมดเริ่มจากนักวิ่งคนหนึ่งชื่อ เคนอิจิ มามิตสึกะ (Kenichi Mamitsuka) ที่เมืองคาโกชิม่า เมื่อราว 20 ปีก่อน วันหนึ่งระหว่างวิ่งออกกำลังกายตอนเช้า เขาเหลือบเห็นขยะบนทางเท้าแล้วหยิบมันขึ้นมาโดยไม่ได้ตั้งใจ

"สิ่งที่น่าสนใจเกิดขึ้น" มามิตสึกะเล่า "ขยะที่ผมเคยรู้สึกรำคาญ ค่อยๆ กลายเป็นเป้าหมาย ผมตระหนักว่าตัวเองกำลังสนุกอยู่ เหตุผลที่มันสนุกก็เพราะผมได้เพิ่มองค์ประกอบแบบกีฬาเข้าไปโดยไม่รู้ตัว"

มามิตสึกะมีพื้นเพในการจัดกีฬาเพื่อสังคม เขาจึงไม่ปล่อยให้ความคิดนั้นหายไป เขาเริ่มวางระบบ คิดกติกา และทดลองจัดการแข่งขันในเมืองของตัวเอง กว่าจะจดทะเบียนก่อตั้ง "สโปโกมิ" อย่างเป็นทางการได้ในปี 2008 ก็ผ่านการล้มลุกคลุกคลานมาพอสมควร ในช่วงแรกเขายอมรับว่า "แทบไม่มีใครเข้าใจเลยว่าเรากำลังทำอะไร"

แต่สิ่งที่ทำให้เขาไม่ยอมแพ้คือการสังเกตว่า คนที่มาร่วมกิจกรรมไม่ใช่นักอนุรักษ์ตัวยง แต่เป็นคนทั่วไปที่ไม่เคยสนใจสิ่งแวดล้อมมาก่อน ชื่อ "สโปโกมิ" มาจาก "Sport" รวมกับ "Gomi" แปลว่าขยะในภาษาญี่ปุ่น เรียบง่ายแต่ตรงประเด็น นับตั้งแต่ก่อตั้ง มีผู้เข้าร่วมสะสมแล้วกว่า 190,000 คน เก็บขยะรวมกันกว่า 199.6 ตัน

กติกาที่ดูง่าย แต่ซ่อนความดุเดือด


ภาพจาก: Foreign Press Center Japan

กติกาของสโปโกมิฟังดูไม่ซับซ้อน ทีมละ 3 คน มีเวลา 45 นาทีเก็บขยะในพื้นที่กำหนด จากนั้นเดินกลับฐานใน 15 นาที คัดแยกขยะให้ถูกต้องใน 20 นาที แล้วชั่งน้ำหนักเพื่อคำนวณคะแนน ขยะบางชนิดอย่างก้นบุหรี่มีคะแนนพิเศษสูงกว่าปกติ ในการแข่งขันระดับโลก มีกรรมการติดตามแต่ละทีมเพื่อดูแลการปฏิบัติตามกติกา

แต่กติกาที่ฟังดูง่ายที่สุด กลับซ่อนปรัชญาสำคัญที่สุดของกีฬานี้ไว้ นั่นคือ "ห้ามวิ่ง"

"ผมต้องการให้มันเป็นการแข่งขันที่ทุกคนเข้าร่วมได้ ไม่ว่าจะอายุเท่าไหร่หรือเพศไหน" มามิตสึกะอธิบาย "กีฬาหลายชนิดแบ่งแยกเพศหรือให้รางวัลกับความสามารถทางกายล้วนๆ แต่ผมไม่ต้องการอย่างนั้น นั่นเป็นเหตุผลที่กติกาข้อแรกที่เราสร้างขึ้นคือห้ามวิ่ง"

อย่างไรก็ตาม ความเรียบง่ายของกติกาไม่ได้แปลว่าการแข่งขันจะไม่เข้มข้น ซาราห์ พาร์รี (Sarah Parry) สมาชิกทีมแชมป์โลกปี 2023 จากอังกฤษ บอกว่าชัยชนะมาจากการใช้จุดแข็งของสมาชิกแต่ละคนอย่างชาญฉลาด ทั้งความเร็วและความแข็งแกร่ง จนแบกขยะรวมกันได้กว่า 185 ปอนด์กลับมาถึงฐาน

"ถึงแม้จะไม่มีการวิ่ง แต่มันเป็นกีฬาที่เร็วมากเมื่อคุณเล่นในระดับสูงสุด" พาร์รีกล่าว

จากญี่ปุ่นสู่ 34 ประเทศ

การก้าวจากสนามแข่งในคาโกชิม่าสู่เวทีโลกใช้เวลากว่า 15 ปี แต่เมื่อสโปโกมิก้าวข้ามพรมแดนได้สำเร็จ มันก็ไม่หยุดอีกต่อไป

SPOGOMI World Cup ครั้งแรกจัดขึ้นที่โตเกียวในปี 2023 มี 21 ประเทศเข้าร่วม 2 ปีต่อมา ตัวเลขกระโดดขึ้นเป็น 34 ประเทศ ผู้เข้าร่วมในรอบคัดเลือกและรอบชิงชนะเลิศรวมกว่า 8,502 คน เก็บขยะรวมกันทะลุ 22.5 ตัน

แชมป์ปี 2025 คือทีม "Smile Story" จากญี่ปุ่น เก็บขยะได้ 74.76 กิโลกรัม คะแนนรวม 7,210 แต้ม นำทีม "The Grandline-Cleaners" จากเยอรมนีด้วยส่วนต่างน้ำหนักไม่ถึง 200 กรัม ความน่าสนใจของ Smile Story ไม่ได้อยู่แค่ถ้วยรางวัล ทั้ง 3 คนเป็นอาสาสมัครทำความสะอาดชายฝั่งในเมืองนีงาตะ ไม่ใช่นักกีฬาอาชีพ แต่เป็นคนธรรมดาที่รักสิ่งแวดล้อม

หลังรับถ้วยรางวัล พวกเขากล่าวสั้นๆ ว่า "คนที่เราแข่งด้วยไม่ใช่คู่แข่ง แต่คือเพื่อนร่วมทีมในการทำให้โลกสะอาดขึ้น"

สโปโกมิขยายตัวได้เร็วเพราะโครงสร้างที่เปิดกว้าง ไม่ต้องการสนามพิเศษ ไม่ต้องการอุปกรณ์ราคาแพง ถุงขยะกับคีมหนีบก็เพียงพอ พาร์รีซึ่งวันนี้ทำหน้าที่แอมบาสเดอร์ของกีฬานี้ยืนยันว่า ก่อนรู้จักสโปโกมิ เธอไม่เคยหยิบขยะบนถนนแม้แต่ครั้งเดียว และไม่ได้สนใจปัญหาสิ่งแวดล้อม การนำเสนอในรูปแบบการแข่งขันคือกุญแจที่ไขประตูนั้น

เก็บขยะแล้วโลกดีขึ้นจริงไหม


ภาพจาก: Foreign Press Center Japan

มาริแอนน์ คราสนี (Marianne Krasny) ศาสตราจารย์จากมหาวิทยาลัย Cornell ผู้ศึกษาเรื่องการดูแลสิ่งแวดล้อมโดยชุมชน มองว่าสโปโกมิดึงคนกลุ่มใหม่เข้ามาสัมผัสประเด็นสิ่งแวดล้อมได้จริง แต่ก็ตั้งคำถามสำคัญว่ายังไม่พอ

"กิจกรรมเก็บขยะดีมากในแง่ทำความสะอาดพื้นที่ แต่มันไม่ได้จัดการกับปัญหาพื้นฐาน" คราสนีกล่าว "ทำไมคนถึงทิ้งขยะ เราลดการใช้พลาสติกครั้งเดียวทิ้งได้ไหม"

คราสนีเสนอว่าสโปโกมิจะทรงพลังกว่านี้ หากพาผู้เข้าร่วมก้าวต่อจากการลงมือทำในระดับส่วนตัว ไปสู่การผลักดันเชิงนโยบายในระดับชุมชน

มามิตสึกะเองก็ไม่ได้มองว่าสโปโกมิคือคำตอบสุดท้าย แต่มองว่ามันคือประตูบานแรก เขาตั้งเป้าหมายระยะยาวให้สโปโกมิโด่งดังไม่ต่างจากฟุตบอลหรือเทนนิส และในโลกที่ปัญหาสิ่งแวดล้อมมักรู้สึกไกลเกินเอื้อม สโปโกมิกำลังพิสูจน์ว่าบางครั้งการเปลี่ยนแปลงไม่ได้เริ่มจากนโยบายหรือเทคโนโลยี แต่เริ่มจากการก้มลงหยิบก้นบุหรี่ข้างทาง แล้วค้นพบว่ามันสนุกกว่าที่คิด


ที่มา:
FPCJ SPOGOMI World Cup 2025 Report (Foreign Press Center Japan, 7 November 2025) 
Trash Collection Champs: Team Japan Wins SpoGomi World Cup 2025 (Nippon.com, 7 November 2025) 
Inside spogomi, the growing competitive sport of picking up trash (Becky Ferreira, 22 January 2026) 
 

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท
โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต
สแกน QR Code เพื่อร่วมบริจาคเงินให้กับประชาไท
ติดตามประชาไท ได้ทุกช่องทาง