สภาประชาสังคมชายแดนใต้ประกาศเรียกร้องรัฐบาลใหม่บรรจุการสร้างสันติภาพเป็น "วาระแห่งชาติ" (National Agenda) เนื่องในวันครบรอบ 13 ปีการพูดคุยสันติภาพ เร่งตั้งคณะพูดคุยฯ ทันทีภายใน 3 เดือน และเดินหน้าแก้ไขรัฐธรรมนูญตามเจตจำนงของประชาชน กว่า 19 ล้านเสียง

สภาประชาสังคมชายแดนใต้ นำโดยนางสาวลม้าย มานะการ ประธานสภาประชาสังคมชายแดนใต้ ได้อ่านประกาศเจตนารมณ์ ในงานสมัชชาสันติภาพชายแดนใต้ปาตานี ครั้งที่ 5 : Pa(t)tani Peace Assembly 2026 ในโอกาสครบรอบการพูดคุยสันติภาพปีที่ 13 วันเสาร์ที่ 28 กุมภาพันธ์ 2569 ณ ร้าน Chaba Roti & Coffee ต.บานา อ.เมือง จ.ปัตตานี
โดยสภาประชาสังคมชายแดนใต้และภาคีเครือข่ายได้ย้ำถึงคุณค่าของ #เดือนรอมฏอนอันประเสริฐ ในฐานะช่วงเวลาแห่งศรัทธา ความเมตตา และสันติภาพ โดยขอเรียกร้องให้
1) ขอให้ทุกฝ่าย ปฏิเสธและยุติการใช้ความรุนแรงทุกรูปแบบที่นำไปสู่การสูญเสียชีวิตและการบาดเจ็บในทุกกลุ่ม
2) ขอให้มีหลักประกันความปลอดภัยในการใช้ชีวิตประจำวันในช่วงเดือนรอมฏอนและทุกโอกาสในวันสำคัญทุกศาสนา
3) ขอให้คู่ขัดแย้งทั้งรัฐบาลและขบวนการ บี.อาร์.เอ็น. ยึดแนวทางสันติวิธี มีความอดทนอดกลั้นในการแก้ไขปัญหาชายแดนใต้/ปาตานี
ทั้งนี้ ในประเด็นสันติภาพอย่างยั่งยืนได้ขอเรียกร้อง
1) ขอให้รัฐบาลชุดใหม่ บรรจุเรื่องการสร้างสันติภาพในจังหวัดชายแดนภาคใต้ เป็นหนึ่งในนโยบายของรัฐบาลและประกาศให้เป็น "วาระแห่งชาติ" (National Agenda) พร้อมเร่งรัดการจัดตั้ง 'คณะพูดคุยเพื่อสันติภาพจังหวัดชายแดนภาคใต้' ทันทีภายใน 3 เดือนหลังจากจัดตั้งรัฐบาลใหม่
2) ขอให้รัฐบาลและรัฐสภา ดำเนินการและเดินหน้ากระบวนการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ตามเจตจำนงของประชาชน กว่า 19 ล้านเสียง ที่ออกเสียงประชามติ "เห็นชอบ" ให้มีรัฐธธรรมนูญฉบับใหม่
ประกาศเจตนารมณ์
สมัชชาสันติภาพชายแดนใต้ปาตานี ครั้งที่ 5 : Pa(t)tani Peace Assembly 2026
"เวทีเสียงของประชาสังคม : เนื่องในโอกาสครบรอบการพูดคุยสันติภาพ ปีที่ 13 (28 กุมภาพันธ์ 2569)" วันเสาร์ ที่ 28 เดือน กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569 ณ ร้าน Chaba Roti & Coffee ต.บานา อ.เมือง จ.ปัตตานี
สภาประชาสังคมชายแดนใต้ ได้เปิดพื้นที่กลางในการรับฟังเสียงจากประชาชนและภาคประชาสังคมตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ได้รับรู้ถึงเสียงความห่วงกังกล ความต้องการ และความหวัง รวมถึงความคิดเห็น มุมมองในการแสวงหาทางออกของปัญหาความขัดแย้งที่รุนแรงยืดเยื้อของพื้นที่ชายแดนใต้แห่งนี้
ในฐานะองค์กรกลางที่เปิดพื้นที่ในการสร้างความร่วมมือระหว่างองค์กรภาคประชาสังคม ภาควิชาการ ภาคศาสนา และเครือข่ายชุมชนในจังหวัดชายแดนภาคใต้ จึงขอประกาศแสดงเจตนารมณ์ ดังนี้
ประเด็นสถานการณ์ปัจจุบันห้วงเวลาของเทศกาลถือศีลอด ขอร่วมย้ำถึงคุณค่าของ เดือนรอมฏอนอันประเสริฐ ในฐานะช่วงเวลาแห่งศรัทธา ความเมตตา และสันติภาพ โดยขอเรียกร้องให้ทุกภาคส่วนร่วมกัน ดังนี้
1) ขอให้ทุกฝ้าย ปฏิเสธและยุติการใช้ความรุนแรงทุกรูปแบบที่นำไปสู่การสูญเสียชีวิตและการบาดเจ็บในทุกกลุ่ม โดยเฉพาะกลุ่มคนเปราะบาง ได้แก่ ผู้สงอาย ผู้พิการ เด็ก สตรีและผู้นำศาสนา พร้อมทั้งส่งเสริมบรรยากาศแห่งความปลอดภัย ความเข้าใจ และการอยู่ร่วมกันด้วยความเคารพในศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ท่ามกลางความแตกต่างหลากหลายในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้
2) ขอให้มีหลักประกันความปลอดภัยในการใช้ชีวิตประจำวันในช่วงเดือนรอมฏอนและทุกโอกาสในวันสำคัญทุกศาสนา การเดินทางเพื่อไปฏิบัติศาสนกิจ การจับจ่ายซื้ออาหารในท้องตลาด ตลอดจนการทำกิจกรรมต่างๆ เพื่อการดำรงชีพในชีวิตประจำวันในพื้นที่สาธารณะของพี่น้องทุกศาศาสนิกในพื้นที่ เพื่อสร้างบรรยากาศแห่งสันติภาพสำหรับทุกคนในเดือนอันประเสริฐนี้
3) ขอให้คู่ขัดแย้งทั้งรัฐบาลและขบวนการ บี.อาร์.เอ็น. ยึดแนวทางสันติวิธี มีความอดทนอดกลั้นในการแก้ไขปัญหาชายแดนใต้/ปาตานี เคารพสิทธิมนุษยชนและกฎหมายมนุษยธรรรมระหว่างประเทศ (International Humanitarian Law: IHL) และเร่งกระบวนการพูดคุยเพื่อให้เกิดรอมฎอนสันติอย่างเป็นรูปธรรม
ทั้งนี้ ขอเรียกร้องและประกาศเจตนารมณ์ในประเด็นสืบเนื่องระยะยาวเพื่อสร้างสันติภาพอย่างยั่งยืน
1) ขอให้รัฐบาลชุดใหม่ มีการบรรจุเรื่อง การสร้างสันติภาพในจังหวัดชายแดนภาคใต้ เป็นหนึ่งในนโยบายของรัฐบาลและประกาศให้เป็น "วาระแห่งชาติ" (National Agenda) พร้อมเร่งรัดการจัดตั้ง 'คณะพูดคุยเพื่อสันติภาพจังหวัดชายแดนภาคใต้' ทันทีภายใน 3 เดือนหลังจากจัดตั้งรัฐบาลใหม่
2) ขอให้รัฐบาลและรัฐสภา ดำเนินการและเดินหน้ากระบวนการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ตามเจตจำนงของประชาชน กว่า 19 ล้านเสียง ที่ออกเสียงประชามติ "เห็นชอบ" ให้มีรัฐธธรรมนูญฉบับใหม่
สภาประชาสังคมชายแดนใต้ ขอยืนยันเจตนารมณ์ในการทำงานร่วมกับทุกภาคส่วน บนพื้นฐานของความเคารพ ความไว้วางใจ และความรับผิดชอบร่วมกัน เพื่อสร้างสังคมแห่งสันติภาพ ความยุติธรรมและศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์อย่างยั่งยืน
