Skip to main content
sharethis
ระบบอ่านออกเสียงนี้ ใช้ฟังก์ชั่น Web Speech API / JavaScript ในเบราว์เซอร์

รองโฆษก กต. แถลง เรียกทูตอิหร่าน เข้าชี้แจงเหตุยิงเรือสินค้าไทย “มยุรีนารี” ระหว่างผ่านช่องแคบฮอร์มุส เบื้องต้น ยังไม่มีรายละเอียดว่ามีการแจ้งเตือนก่อนหรือไม่ พร้อมเร่งช่วยเหลือลูกเรือ 3 คนที่ยังหายสาบสูญ

 

12 มี.ค. 2569 เพจเฟซบุ๊ก NBT ถ่ายทอดสดออนไลน์วันนี้ งานแถลงข่าวศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง" ที่ทำเนียบรัฐบาล เมื่อเวลาประมาณ 11.00 น. ปาณิดล ปัจฉิมสวัสดิ์ รักษาการอธิบดี กรมสารนิเทศและรองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศไทย แถลงความคืบหน้ากรณีเรือบรรทุกสินค้าเทกอง สัญชาติไทย "มยุรี นารี" ซึ่งมีลูกเรือไทยจำนวน 23 คน ถูกโจมตีโดยไม่ทราบว่าเป็นอาวุธประเภทใด ที่ด้านท้ายเรือและห้องเครื่อง จนเป็นเหตุให้ลูกเรือต้องสละเรือ ซึ่งเหตุเกิดขึ้นระหว่างที่เรือสินค้าเดินทางผ่านช่องแคบฮอร์มุส เมื่อวานนี้ เวลา 11.00 น. ตามเวลาในประเทศไทย หลังจากออกเดินทางจากท่าเรือคาลิฟา ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) เมื่อ 11 มี.ค. 2569 เวลา 3.00 น. 

ทั้งนี้ เรือบรรทุกสินค้าประเภทเทกอง สัญชาติไทย ชื่อว่า มยุรี นารี ขนาดระวางขับประมาณ 30,000 ตัน จดทะเบียนภายใต้บริษัท พรีเชียส ชิพปิ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ PSL ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ให้บริการเรือบรรทุกสินค้าแห้งเทกองรายใหญ่ที่สุดของประเทศไทย 

ปาณิดล กล่าวว่า ได้มีการประสานงานไปยังเอกอัครราชทูต ณ กรุงดามัสกัส ประเทศโอมาน ได้ประสานไปยังกระทรวงการต่างประเทศโอมาน ตลอดเมื่อคืนนี้ และทางโอมาน สามารถช่วยเหลือลูกเรือได้ทั้งสิ้น 20 คน และนำขึ้นฝั่งที่เมืองคาซาด ประเทศโอมาน และอยู่ระหว่างส่งทีมเข้าค้นหาลูกเรืออีก 3 คนที่ยังสูญหาย

ปาณิดล ระบุว่า ตอนนี้กองทัพเรือโอมานกำลังเร่งดำเนินงานให้อยู่ และเขาจะรีบประสานไปที่สถานทูตไทย ณ กรุงดามัสกัส โดยทันทีถ้ามีความคืบหน้า แต่อุปสรรคสำคัญที่ได้รับข้อมูลมา คือเข้าใจว่าเรือมีขนาดใหญ่มาก มีความสูงถึง 7 ชั้น และข้างในมืดมาก แต่กองทัพเรือโอมาน เขาจะพยายามช่วยเหลืออย่างเต็มที่ 

รองโฆษก กต. ระบุด้วยว่า เบื้องต้น ยังไม่มีการนำเรือเข้าท่าเรือที่ประเทศโอมาน และเรือยังลอยลำอยู่ในพื้นที่ที่เกิดเหตุอยู่ และยังไม่ได้รับรายงานที่ชัดเจนว่าลูกเรือเสียชีวิตหรือยัง

นอกจากนี้ สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงดามัสกัส ได้ประสานงานกับกัปตัน และได้รับคำยืนยันว่า ลูกเรือไทยจำนวน 20 คนไม่ได้รับบาดเจ็บร้ายแรง แต่ยังต้องดูแลสภาพจิตใจ โดยผู้แทนท้องถิ่นบริษัทเจ้าของเรือ ได้พาคณะเข้าพักที่โรงแรม และจะจัดให้มีการพูดคุยกับจิตแพทย์ เพื่อฟื้นฟูสภาพจิตใจต่อไป

รองโฆษก กต. กล่าวต่อว่า สถานเอกอัครราชทูตยังอยู่ระหว่างประสานการเดินทางเข้าไปพื้นที่ดังกล่าวทางรถยนต์ เนื่องจากบริเวณดังกล่าวยังเป็นพื้นที่เขตห้ามบิน เพื่อไปเยี่ยมเยียนให้การดูแลลูกเรือไทย รวมถึงอำนวยความสะดวกในการเดินทางกลับประเทศไทย

รองโฆษก กต. ระบุด้วยว่า ข้อมูลจากกรมเจ้าท่า กระทรวงคมนาคม ระบุว่า ตอนนี้เรือสินค้าสัญชาติไทย เดินทางออกมาจากช่องแคบฮอร์มุสทั้งหมดแล้ว และไม่มีเรือสัญชาติไทยตกค้างอยู่ในพื้นที่ และ กต.กำลังเร่งประสานการค้นหา และช่วยเหลือลูกเรือทั้ง 3 คนโดยเร็วที่สุด

ทางกระทรวงการต่างประเทศ ขอเรียกร้องทุกฝ่ายให้ใช้ความอดทนอดกลั้นอย่างถึงที่สุด และใช้ช่องทางทางการทูต ประท้วงเหตุโจมตีเรือพาณิชย์ของประเทศไทย 

“ขอเรียกร้องให้ทุกฝ่ายใช้ความอดทนอดกลั้นอย่างถึงที่สุด ลดระดับความตึงเครียดทันที และกลับสู่การเจรจา เพื่อป้องกันไม่ให้สถานการณ์บานปลายและบั่นทอนเสถียรภาพของภูมิภาคและของโลก”

“ขอประท้วงความรุนแรงที่เกิดขึ้นต่อเรือพาณิชย์ และแสดงความห่วงกังวลในเรื่องนี้ด้วย” ปาณิดล กล่าว 

จุดที่เรือ มยุรี นารี ถูกยิงที่ช่องแคบฮอร์มุส เมื่อ 11 มี.ค. 2569 (ภาพจาก เฟซบุ๊กโฆษกกองทัพเรือ)

เรียกเอกอัครราชทูตอิหร่านเข้าแจง

ปาณิดล ระบุว่า เช้าวันนี้ (12 มี.ค.) มีการเรียกทูตอิหร่านเข้าพบ เพื่อหารือข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น และในช่วงเย็นวันนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศไทย ก็จะหารือทางโทรศัพท์กับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของโอมาน เพื่อหารือ และขอบคุณการให้ความช่วยเหลือลูกเรือไทย และติดตามความคืบหน้าลูกเรืออีก 3 คน

อย่างไรก็ดี รายละเอียดการหารือกับทูตอิหร่านยังไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดออกมา แต่ว่าจุดยืนของไทย ยืนยันว่าเราขอประท้วงการใช้ความรุนแรงต่อเรือพาณิชย์สัญชาติไทย และขอความแสดงความห่วงกังวลในเรื่องนี้ 

ต่อประเด็นที่สื่อถามว่ามีความชัดเจนหรือไม่ว่าทางอิหร่านได้มีการแจ้งเตือนเรือพาณิชย์ไทย ก่อนการโจมตีแล้ว ทางรองโฆษก กต. ระบุว่ายังไม่มีความชัดเจน และการเชิญทูตอิหร่านมาหารือ เพื่อสอบถามข้อเท็จจริงในเรื่องนี้ ก่อนดำเนินการต่อไป 

รองโฆษก กต. ระบุด้วยว่า วันที่ 13 มี.ค. 2569 จะมีการประชุมรัฐมนตรีการต่างประเทศอาเซียน สมัยพิเศษ ถึงสถานการณ์ในตะวันออกกลาง ซึ่งเป็นข้อริเริ่มของไทย เพื่อหารือถึงสถานการณ์และผลกระทบในภูมิภาคอาเซียน รวมถึงการแลกเปลี่ยนแนวทางการรับมือ และการเตรียมความพร้อมของอาเซียนในระยะยาว 

วันเดียวกัน สำนักข่าวไทย รายงานวันนี้ (12 มี.ค.) อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้สัมภาษณ์กับสื่อถึงความคืบหน้าในการช่วยเหลือ 3 ลูกเรือไทยที่สูญหาย หลังเรือบรรทุกสินค้าสัญชาติไทย ชื่อ "มยุรีนารี" ถูกโจมตี ขณะเดินเรือในทะเลบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ ระบุว่า ทางกระทรวงการต่างประเทศ และกระทรวงคมนาคมได้ประสานให้ความช่วยเหลืออย่างเต็มที่

ส่วนได้รับรายงานว่าลูกเรือไทยทั้ง 3 คนปลอดภัยหรือไม่ นายกรัฐมนตรี ระบุว่า ตอนนี้ได้รับรายงานในภาพรวม โดยพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม รวมถึงสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ อยู่ระหว่างการประสานงานให้เกิดความสะดวกที่สุดในการดูแลลูกเรือไทยที่อยู่ในเรือมยุรี นารี

รองปลัด กต.ไทย ประท้วงอิหร่าน และขอให้แถลงขอโทษ

เพจเฟซบุ๊ก กระทรวงการต่างประเทศ ของไทย รายงานว่า ในวันเดียวกันนี้ ศิริลักษณ์ นิยม รองปลัดกระทรวงการต่างประเทศไทย เข้าหารือกับ Nassereddin Heidari เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐอิสลามอิหร่านประจำประเทศไทย เพื่อสอบถามข้อเท็จจริงเหตุโจมตีเรือบรรทุกสินค้า “มยุรี นารี” จนได้รับความเสียหายหนัก และลูกเรือจำเป็นต้องสละเรือ ระหว่างที่เรือออกจากท่าเรือคาลิฟา และเดินทางผ่านช่องแคบฮอร์มุซ และขอประท้วงอย่างถึงที่สุดต่อความรุนแรงที่เกิดขึ้นกับเรือสัญชาติไทยและลูกเรือไทย และขอให้ทางการอิหร่าน แถลงขอโทษและชี้แจงข้อเท็จจริงต่อเหตุการณ์ดังกล่าว และหวังว่าจะไม่เกิดเหตุการณ์ลักษณะเดียวกันนี้ในอนาคต 

ขณะที่ทางเอกอัครราชทูตอิหร่าน ได้ขอแสดงความเสียใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และจะรับรายงานการประท้วงของทางการไทย ให้เมืองหลวงกรุงเตหะราน ได้รับทราบต่อไป 

รองปลัดฯ กล่าวต่อว่า ไทยมีความกังวลอย่างยิ่งต่อการลุกลามบานปลายของสถานการณ์ในภูมิภาค และเรียกร้องให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องในความขัดแย้งใช้ความยับยั้งชั่งใจ กลับเข้าสู่กระบวนการเจรจาทางการทูต รวมทั้งคำนึงถึงความปลอดภัยอย่างสูงสุดต่อชีวิตของพลเรือนในภูมิภาคด้วย และได้ใช้โอกาสนี้แสดงความขอบคุณรัฐบาลอิหร่านที่ได้ช่วยอำนวยความสะดวกให้กับการอพยพคนไทยออกจากอิหร่าน เมื่อวันที่ 7 และ 10 มี.ค. 2569 ซึ่งสำเร็จลงเรียบร้อยด้วยดี และขอให้ทางการอิหร่านดูแลความปลอดภัยของนักศึกษาไทยอีกจำนวนหนึ่งที่ยังคงพักอาศัยอยู่ในอิหร่านด้วย

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท
โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต
สแกน QR Code เพื่อร่วมบริจาคเงินให้กับประชาไท
ติดตามประชาไท ได้ทุกช่องทาง