สมาพันธ์สมานฉันท์แรงงานไทย (สสรท.) พร้อมภาคีเครือข่ายแรงงานทั้งในและนอกระบบ เดินขบวนไปยังทำเนียบรัฐบาล ยื่น 9 ข้อเรียกร้องปัญหาด้านแรงงาน ทั้งการแบกรับค่าครองชีพสูง ในวิกฤตพลังงาน การเรียกร้องการปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำ รวมถึงปัญหาประกันสังคม - กลุ่มสภาองค์การลูกจ้าง 26 แห่ง และ 1 รัฐวิสาหกิจ ยื่น 8 ข้อเรียกร้องรัฐบาล ตั้งกองทุนประกันความเสี่ยง-อัปเกรดสวัสดิการ - พรรคประชาชนร่วมขบวนวันแรงงาน ดันปฏิรูปประกันสังคม ชี้อยากเป็นสากลต้องให้ความสำคัญกับชีวิตแรงงาน - 'จุลพันธ์’ ชูแรงงานคือฟันเฟืองขับเคลื่อนประเทศ ประกาศ ‘5 ยุทธศาสตร์เร่งด่วน’ ปฏิรูปรูปประกันสังคม-พัฒนาทักษะแห่งอนาคต-คุ้มครองสิทธิเชิงรุก-เปิดตลาดแรงงานฝีมือ-สวัสดิการแรงงานแพลตฟอร์ม
1 พฤษภาคม 2569 Thai PBS รายงานว่า สมาพันธ์สมานฉันท์แรงงานไทย (สสรท.) และเครือข่ายแรงงาน นัดหมายรวมตัวบริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย เพื่อจัดกิจกรรมเดินขบวนและยื่นข้อเรียกร้องต่อรัฐบาล เนื่อในวันแรงงานแห่งชาติ 1 พ.ค.2569
จากนั้นเครือข่ายแรงงาน เดินขบวนไปยังประตู 5 ของทำเนียบรัฐบาล โดยการเดินขบวนครั้งนี้มีแรงงานหลายกลุ่มเข้าร่วม เช่น แรงงานภาคอุตสาหกรรม แรงงานนอกระบบ และแรงงานข้ามชาติ เพื่อยื่นข้อเรียกร้อง 9 ข้อ แก่รัฐบาล
โดยข้อเรียกร้อง 9 ข้อ ได้แก่ ขอให้รัฐบาลแก้ไขปัญหาพลังงาน เร่งให้สัตยาบันต่อองค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ILO) ตามที่แรงงานเรียกร้อง ปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำเป็น 712 บาท หยุดนโยบายการแปรรูปรัฐวิสาหกิจทุกรูปแบบ และปฏิรูประบบประกันสังคม
นอกจากนี้ ยังเรียกร้องให้รัฐบาลยกเลิกการจ้างงานระยะสั้น และแสดงความจริงใจในการแก้ปัญหาฝุ่นควันพิษ โดยคณะรัฐมนตรีต้องยืนยันให้รัฐสภาพิจารณาร่างพระราชบัญญัติการบริหารจัดการเพื่ออากาศสะอาด พ.ศ. .... และรัฐบาลต้องยกเลิกการใช้แร่ใยหินในทุกผลิตภัณฑ์ทันที
รวมถึงต้องกำหนดให้ “ความร้อน” เป็นภัยพิบัติสาธารณะ และจัดให้มีมาตรการคุ้มครองสุขภาพและความปลอดภัย ตลอดจนข้อเรียกร้องของแรงงานข้ามชาติ ที่ขอให้รัฐเร่งกำหนดนโยบายและมาตรการบริหารจัดการแรงงานข้ามชาติ อย่างถูกต้องตามกฎหมาย เป็นระบบ โปร่งใส และมีประสิทธิภาพ
นอกจากนี้ สมาพันธ์สมานฉันท์แรงงานไทย ยังเปิดตัวผู้สมัครเลือกตั้งคณะกรรมการประกันสังคมทั้ง 7 คน พร้อมชูนโยบายเกี่ยวกับการปฏิรูปสำนักงานประกันสังคม และการจัดทำสูตรบำนาญชราภาพที่เป็นธรรม เพื่อไม่ให้ผู้ประกันตนตามมาตรา 33 และมาตรา 39 เสียผลประโยชน์
กลุ่มสภาองค์การลูกจ้าง 26 แห่ง และ 1 รัฐวิสาหกิจ ยื่น 8 ข้อเรียกร้องรัฐบาล ตั้งกองทุนประกันความเสี่ยง-อัปเกรดสวัสดิการ
กลุ่มสภาองค์การลูกจ้าง 26 แห่ง และ 1 รัฐวิสาหกิจ ยื่น 8 ข้อเรียกร้องรัฐบาล ตั้งกองทุนประกันความเสี่ยง-อัปเกรดสวัสดิการ
สำนักข่าวไทย รายงานว่า ขบวนแรงงานจัดกิจกรรมในวันแรงงานแห่งชาติ กลุ่มสภาองค์การลูกจ้าง 26 แห่ง และ 1 รัฐวิสาหกิจ ผู้ใช้แรงงาน รวมพลังเดินขบวนเพื่อยื่นข้อเรียกร้องต่อรัฐบาล เคลื่อนจากบริเวณสะพานมัฆวานฯ ไปลานคนเมือง หน้าศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร เพื่อยื่น 8 ข้อเรียกร้องต่อผู้นำรัฐบาล โดยมีรถขยายเสียง การชูป้ายเรียกร้องเรื่องต่างๆ อาทิ ขอให้รัฐเร่งดูเรื่องค่าแรง สวัสดิการ ขอค่าแรงเท่าค่าอาหาร สส. ปรับเงินเดือนพนักงานรัฐวิสาหกิจ 10% หลังเงินเดือนข้าราชการแซงหน้า
ขณะที่ นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ซึ่งกำกับดูแลกระทรวงแรงงาน เป็นผู้รับข้อเรียกร้องจากผู้นำแรงงานพร้อมกล่าวปราศรัยกับผู้ใช้แรงงาน
นายทศพร คูณศรี ในฐานะประธานจัดงานวันแรงงานแห่งชาติปี 2569 กล่าว่า ได้ตกผลึกร่วมกันจัดทำข้อเรียกร้องวันแรงงานแห่งชาติไว้ 8 ข้อ โดยยึดข้อเรียกร้องเดิมของหลายปีที่ผ่านมา เพื่อขับเคลื่อนให้เป็นรูปธรรม มุ่งเน้นด้านความมั่นคงและสวัสดิการของผู้ใช้แรงงาน อาทิ ขอให้จัดตั้งกองทุนประกันความเสี่ยงเป็นหลักประกันให้ลูกจ้างกรณีที่นายจ้างปิดกิจการโดยไม่จ่ายค่าชดเชย, การให้ผู้ประกันตนมาตรา 33 ที่รับบำนาญแล้ว ยังคงได้รับความคุ้มครองต่อในกรณีเจ็บป่วย ทุพพลภาพ และเสียชีวิต, การเพิ่มค่าคลอดบุตรจาก 15,000 บาท เป็น 30,000 บาท, การขยายอายุผู้ที่เริ่มสมัครเป็นผู้ประกันตน จากเดิมไม่เกิน 60 ปี เป็นไม่เกิน 70 ปี, การยกเว้นภาษีเงินได้จากเงินก้อนสุดท้ายที่นายจ้างจ่ายให้ลูกจ้างไม่เกิน 1 ล้านบาท และผลักดันให้ไทยรับรองอนุสัญญาองค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ILO) ฉบับที่ 87 และ 98 ซึ่งเรียกร้องมานาน 20-30 ปี ไม่มีความคืบหน้า
นายทศพร กล่าวเพิ่มเติมว่า เรื่องค่าแรงยังแช่อยู่ที่ 400 บาท แต่ค่าครองชีพ ค่าไฟจ่อขึ้น ไม่เพียงพอกับสภาวะเศรษฐกิจปัจจุบัน ส่วนสายการผลิตด้านยานยนต์สันดาปขณะนี้กำลังจะตายหมดแล้ว อย่ามีแต่นโยบายอุ้มแต่นายทุน EV ควรปล่อยให้เป็นไปตามกลไกการตลาดและช่วยดูแลด้วย
ขณะที่ นางสาวอัปสร กฤษณะสมิต ประธานสหพันธ์แรงงานรัฐวิสาหกิจแห่งประเทศไทย (สพร.ท) เปิดเผยว่า ขอเรียกร้องสิทธิประโยชน์ สวัสดิการที่เป็นธรรม และความปลอดภัยในการทำงานของแรงงานรัฐวิสาหกิจ โดยเฉพาะประเด็นเรื่องความมั่นคงในการทำงาน ปฏิรูประบบประกันสังคมให้แรงงานทุกคนเข้าสู่ระบบประกันสังคมในมาตรฐานเดียวกันทั้งการจ่ายเงินสมทบ และสิทธิประโยชน์ การให้ผู้ประกันตนมาตรา 33 และการขึ้นปรับเงินเดือนพนักงานรัฐวิสาหกิจ 10% ให้สอดคล้องกับค่าครองชีพ
นายยศชนัน กล่าวว่า สำหรับ 8 ข้อเรียกร้อง ทางรัฐบาลจะรับไปดูแล และจะประสานกับผู้ว่าจ้าง เพื่อให้เกิดการแก้ไข ทั้งนี้ ทางกระทรวงแรงงานได้ดำเนินงานทำอย่างต่อเนื่อง ซึ่งมีในข้อเรียกร้อง รวมถึงดูแลเรื่องสถานการณ์ภัยคุกคาม ที่กระทบค่าพลังงาน ค่าไฟ โดยจะขอนำข้อเสนอต่างๆ รวมถึงทั้งข้อความจากป้ายเดินขบวน จะนำไปดูแลทั้งหมด
ด้าน นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน มอบสารวันแรงงาน 2569 ว่า กระทรวงแรงงานจะไม่หยุดนิ่ง แต่พร้อมยกระดับพี่น้องแรงงานทุกกลุ่มสู่เศรษฐกิจมูลค่าสูงอย่างเท่าเทียมในปีนี้ กระทรวงแรงงานเร่งขับเคลื่อนนโยบายผ่าน 5 ยุทธศาสตร์เร่งด่วน เพื่อสร้าง เกราะป้องกันที่เข้มแข็ง พร้อมยกระดับแรงงานทุกกลุ่มสู่เศรษฐกิจมูลค่าสูงอย่างเท่าเทียมใน 4 ปีข้างหน้า
พรรคประชาชนร่วมขบวนวันแรงงาน ดันปฏิรูปประกันสังคม ชี้อยากเป็นสากลต้องให้ความสำคัญกับชีวิตแรงงาน
สำนักข่าวไทย รายงานว่า นายวีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร สส.บัญชีรายชื่อและรองหัวหน้าพรรคประชาชน พร้อมด้วยนายเซีย จำปาทอง และนางสาวธนพร วิจันทร์ สส.บัญชีรายชื่อของพรรคประชาชน ได้มาร่วมเดินขบวนในวันแรงงานสากล ณ บริเวณถนนราชดำเนิน ไปยังลานคนเมือง
นางสาวธนพร กล่าวว่า วันนี้พรรคประชาชนได้มาร่วมกิจกรรมเดินขบวนกับพี่น้องแรงงาน เพื่อยืนยันว่าพรรคประชาชนจะอยู่เคียงข้างผู้ใช้แรงงาน พร้อมกับการรณรงค์ทวงคืนประกันสังคม ที่ปัจจุบันมีเรื่องการบริหารงานกองทุนค้านสายตาประชาชน โดยในวันนี้พรรคประชาชนจะเดินทางไปยื่นกฎหมายปฏิรูปประกันสังคม ที่อาคารรัฐสภา
ด้านนายวีระยุทธ กล่าวว่า วาระในการปฏิรูปประกันสังคมของพรรคประชาชนนั้น อยากเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารงานของกองทุนประกันสังคมซึ่งมีเงิน 2.9 ล้านล้านบาท ที่หากบริหารอย่างโปร่งใสและเป็นมืออาชีพจะสร้างดอกผลคืนกลับมาให้หยาดเหงื่อของแรงงานทุกคน เป็นเบาะรองรับเมื่อยามต้องตกงาน ทุพพลภาพ หรือยามเกษียณ
นอกจากนี้พรรคประชาชนยังยืนยันในหลักการว่า การรวมตัวของแรงงานเป็นสิทธิขั้นพื้นฐาน ซึ่งเป็นเงื่อนไขสำคัญในการเจรจา FTA กับสหภาพยุโรป และการเข้าเป็นสมาชิกของ OECD ดังนั้น ถ้าไทยอยากเข้าสู่มาตรฐานสากล ก็ยิ่งจำเป็นต้องให้ความสำคัญกับสิทธิแรงงาน การปรับตัวร่วมกันระหว่างภาคธุรกิจและภาคแรงงานจะช่วยผลักดันเศรษฐกิจให้ไปได้ไกล เป็นระบบเศรษฐกิจที่ก้าวหน้าและเป็นธรรม ผู้คนในสังคมได้เฉลี่ยทุกข์เฉลี่ยสุขกัน ซึ่งเป็นหลักการที่เรายืนยันมาตลอด
สำหรับช่วงเวลา 14.30 น. ในวันนี้ พรรคประชาชนจะมีการเดินขบวนจากสี่แยกบางโพไปอาคารรัฐสภา เพื่อรณรงค์ร่างประกันสังคมฉบับพรรคประชาชน ที่จะมีการยื่นเข้าสู่สภาผู้แทนราษฎร
'จุลพันธ์’ ชูแรงงานคือฟันเฟืองขับเคลื่อนประเทศ ประกาศ ‘5 ยุทธศาสตร์เร่งด่วน’
เพจพรรคเพื่อไทย รายงานว่า นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน กล่าวรายงานต่อ นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี ในวาระการจัดงานวันแรงงานแห่งชาติ ประจำปี 2569 ทีลานคนเมือง ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร โดยเน้นย้ำถึงบทบาทของแรงงานที่เป็น ‘เสาหลักต้นสำคัญ’ และ ‘ฟันเฟืองอันทรงพลัง’ ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย ท่ามกลางวิกฤตค่าครองชีพและการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี พร้อมประกาศ 5 ยุทธศาสตร์เร่งด่วน เพื่อสร้างรากฐานที่แข็งแกร่งให้แก่พี่น้องแรงงาน
นายจุลพันธ์ ระบุว่า วันแรงงานแห่งชาติ ไม่ใช่เพียงวันหยุดตามปฏิทินประจำปี แต่คือวาระแห่งเกียรติยศ ที่จะได้ร่วมกันสดุดีในคุณค่า ศักดิ์ศรีและจิตวิญญาณของพี่น้องผู้ใช้แรงงานทุกคน ซึ่งเปรียบเสมือน ‘เสาหลักต้นสำคัญ’ และ ‘ฟันเฟืองอันทรงพลัง’ ที่คอยขับเคลื่อนกงล้อเศรษฐกิจและสังคมไทยให้เดินหน้าอย่างมั่นคง
อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันแรงงานไทยต้องเผชิญกับปัจจัยเสี่ยงรอบด้าน ทั้งผลกระทบจากสถานการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลางที่ฉุดค่าครองชีพให้สูงขึ้น และกระแส AI Disruption ที่เข้ามาเปลี่ยนโลกการทำงาน กระทรวงแรงงานจึงเดินหน้ายกระดับทักษะแรงงานทุกกลุ่ม ทั้งในระบบ นอกระบบ และกลุ่มแรงงานแพลตฟอร์ม เพื่อก้าวสู่เศรษฐกิจมูลค่าสูงอย่างเท่าเทียมและยั่งยืน
นายจุลพันธ์ ย้ำด้วยว่า เพื่อให้สอดรับกับวิสัยทัศน์ดังกล่าว กระทรวงแรงงานจึงมุ่งมั่นขับเคลื่อนผ่าน ‘5 ยุทธศาสตร์เร่งด่วน’ เพื่อสร้างรากฐานที่แข็งแกร่งให้แก่พี่น้องแรงงาน ดังนี้
1. การปฏิรูประบบประกันสังคมยุคใหม่ มุ่งเน้นการบริหารจัดการอย่าง เป็นมืออาชีพ โดยมีการศึกษาแนวทางการคำนวณบำนาญชราภาพ หรือ สูตร CARE ให้เหมาะสมสอดคล้องกับค่าจ้างตลอดช่วงชีวิต เพื่อสวัสดิการที่มั่นคงของผู้ประกันตน
2. การพัฒนาทักษะแห่งอนาคต ภายใต้แนวคิด “เรียนได้งบ จบได้งาน” เพื่อสร้างสมดุลระหว่าง Demand และ Supply ในตลาดแรงงานอย่างแท้จริง โดยเร่งผลักดันเรื่อง AI Adoption เพื่อนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์มาเสริมศักยภาพ แรงงานไทยให้เป็นผู้ส่งออกทุนทางปัญญาในระดับสากล
3. การคุ้มครองสิทธิเชิงรุก ขับเคลื่อนโครงการ Reskill และ Upskill เพื่อสร้างทางเลือกให้นายจ้างมุ่งเน้นการพัฒนาบุคลากรแทนการเลิกจ้าง พร้อมยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยในการทำงานอย่างเป็นรูปธรรม
4. การบริหารจัดการโครงสร้างตลาดแรงงาน เร่งขยายโอกาสและเปิดตลาดแรงงานฝีมือในต่างประเทศที่ให้ผลตอบแทนสูง ควบคู่ไปกับการจัดระบบแรงงานข้ามชาติให้มีประสิทธิภาพ
5. การยกระดับแรงงานกึ่งอิสระและแรงงานแพลตฟอร์ม พัฒนาฐานข้อมูลและสร้างระบบประกันสังคมที่ยืดหยุ่น เพื่อให้พี่น้องแรงงานกึ่งอิสระและแรงงานแพลตฟอร์มได้รับการคุ้มครองและเข้าถึงสวัสดิการอย่างครอบคลุม
“ยุทธศาสตร์ทั้งหมดนี้มีเป้าหมายสูงสุดคือการพาแรงงานไทยก้าวข้ามจากความท้าทาย ไปสู่ความมั่งคั่งในเศรษฐกิจงานดี เพื่อให้ทุกท่านมีงานที่มีคุณภาพมีรายได้ที่มั่นคง และมีคุณภาพชีวิตที่สมศักดิ์ศรีอย่างแท้จริงภายในอีก 4 ปีข้างหน้า” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานกล่าว
