Skip to main content
sharethis
ระบบอ่านออกเสียงนี้ ใช้ฟังก์ชั่น Web Speech API / JavaScript ในเบราว์เซอร์

ประชาไท ประมวลและรวบรวมข้อเสนอวันแรงงานสากล หรือเมย์เดย์ ประจำปี 2569 จากหลายองค์กร เช่น สมานฉันท์แรงงานไทย เครือข่ายองค์กรด้านประชากรข้ามชาติ (MWG) แรงงานเชียงใหม่ แรงงานข้ามชาติ Bright Future สภาองค์กรลูกจ้าง ฯลฯ พวกเขามีข้อเสนอยกระดับสิทธิแรงงาน ถึงสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กระทรวงแรงงาน และรัฐบาลอย่างไรกันบ้าง 

 

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

 

แรงงานข้ามชาติ ขอรัฐทบทวนเลิกทำ CI เปลี่ยนเป็นรายได้เข้ารัฐไทย

สำหรับกลุ่ม Bright Future เป็นกลุ่มแรงงานข้ามชาติที่ขับเคลื่อนทั้งประเด็นทางการเมืองในประเทศพม่า และสิทธิสวัสดิการของพี่น้องแรงงานข้ามชาติ โดยเมื่อวันแรงงานสากล พวกเขาได้ออกมารวมตัวทำกิจกรรมเล็กที่ลานหน้าศูนย์ศิลปวัฒนธรรมกรุงเทพมหานคร หรือ BACC แยกปทุมวัน 

หนึ่งในข้อเรียกร้องของ Bright Future คือการขอให้รัฐบาลไทยยกเลิกการทำสมุดเล่มเขียว หรือ CI และอาจจะลองเปลี่ยนเป็นระบบอื่นๆ ที่เป็นรายได้ให้กับประเทศไทยแทน เนื่องจากทางกลุ่มไม่อยากจ่ายเงินให้รัฐบาลทหารพม่า นำรายได้ไปใช้ซื้ออาวุธทำสงครามกลางเมืองกับประชาชน 

บรรยากาศการชุมนุมของ Bright Future ถ่ายโดย พีระพล บุณยเกียรติ

เพื่อไทย-ปชน. เตรียมดันร่างแก้ไข พ.ร.บ.ประกันสังคม

เมื่อวันที่ 1 พ.ค.ที่ผ่านมา ฟากพรรคการเมือง อย่างพรรคประชาชน ได้มีการจัดงานวันแรงงานสากล โดยมีการเดินรณรงค์จากสี่แยกบางโพไปที่อาคารรัฐสภา เชิญชวนประชาชนร่วมผลักดันร่างแก้ไขเพิ่มเติม พ.ร.บ.ประกันสังคม ซึ่งมีเป้าหมายสำคัญในการปฏิรูประบบการบริหารและสวัสดิการประกันสังคม ทั้งหมด 4 ด้านด้วยกัน ประกอบด้วย 

  1. เรื่องความโปร่งใส เปลี่ยนระบบปิดเป็นระบบเปิด 
  • สำนักงานประกันสังคม ต้องเปิดเผยพอร์ตการลงทุนของบอร์ดประกันสังคม
  • เปิดเผยรายงานการประชุมของบอร์ดฯ
  • การใช้เงินทุกบาททุกสตางค์ ต้องเปิดเผยตรวจสอบได้
  1. บริหารแบบมืออาชีพ เปลี่ยนข้าราชการ เป็นนิติบุคคล

ปัจจุบัน เนื่องด้วยกองทุนประกันสังคมมีขนาดใหญ่ระดับล้านล้านบาท ทำให้ภารกิจการลงทุนมีความซับซ้อน เทียบเท่ากับสถาบันทางการเงินขนาดใหญ่ ระบบราชการแบบเดิมจึงมีข้อจำกัดเรื่องความคล่องตัวและการดึงดูดบุคลากรมืออาชีพ 

ดังนั้น พ.ร.บ.ที่เสนอโดยพรรคประชาชน จะเปลี่ยนให้ กองทุนประกันสังคม เป็นนิติบุคคลอิสระตามกฎหมายเฉพาะ แยกออกจากระบบราชการ เพื่อให้เกิดความคล่องตัวในการบริหาร สามารถดึงดูดมืออาชีพเข้ามาบริหารกองทุน ตั้งเป้าหมายในการลงทุนเทียบเท่ากับกองทุนระดับโลกในลักษณะเดียวกัน 

  1. ยึดโยงกับผู้ประกันตน 

เนื่องด้วยปัจจุบัน โครงสร้างของบอร์ดประกันสังคม มาจากฝ่ายรัฐบาล 7 คน ฝ่ายนายจ้าง 7 คน และฝ่ายผู้ประกันตน 7 คน ไม่สอดคล้องกับสัดส่วนของการจ่ายเงินสมทบซึ่งอยู่ที่ รัฐบาล 2.5 : นายจ้าง 5 : ผู้ประกันตน 5 

พรรคประชาชนเสนอปรับเปลี่ยนโครงสร้างบอร์ดประกันสังคม มาจาก 3 ฝ่ายเช่นเดิม แต่ไม่เกิน 13 คน โดยจำนวนของผู้แทนแต่ละฝ่ายจะมีสัดส่วนที่สอดคล้องกับสัดส่วนของการส่งเงินสมทบของแต่ละฝ่าย ประกอบด้วย 

- ผู้แทนฝ่ายรัฐบาล แต่งตั้งและถอดถอนได้โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน 

- ผู้แทนฝ่ายนายจ้าง และผู้แทนฝ่ายผู้ประกันตน มาจากการเลือกตั้งโดยตรง ผู้ประกันตนและนายจ้างสามารถเข้าชื่อกันเพื่อถอดถอนผู้แทนของตนเป็นรายบุคคลได้

นอกจากนี้ เลขาธิการสำนักงานประกันสังคมหรือประธานเจ้าหน้าที่บริหารต้องได้รับการสรรหาโดยบอร์ดฯ ผ่านกระบวนการที่เปิดเผยและมีการแข่งขัน ทำสัญญาที่มีระยะเวลาแน่นอน และมีตัวชี้วัดผลการดำเนินงานที่ชัดเจน เพื่อให้มีความยึดโยงกับผู้ประกันตนและนายจ้างมากขึ้น

  1. มาตรการสร้างความยั่งยืนของกองทุน 
  • พรรคประชาชนเสนอให้มีการปรับฐานเงินเดือนสูงสุด สำหรับการส่งเงินสมทบ โดยให้สอดคล้องกับค่าจ้างขั้นต่ำ 
  • ปรับปรุงสิทธิประโยชน์และประโยชน์ทดแทนโดยมีรัฐบาลเป็นประกัน
  • ขยายฐานผู้ประกันตน เปิดโอกาสให้คนทำงานทุกคนเข้าสู่ระบบประกันสังคม

เช่นเดียวกับทางฝั่งของพรรคเพื่อไทย มีการวางแผนเสนอร่างแก้ไข พ.ร.บ.ประกันสังคมเข้าสภาฯ โดยจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ได้โพสต์ข้อความเมื่อวานนี้ (1 พ.ค.) กล่าวแสดงความเสียใจต่อไรเดอร์ที่เสียชีวิตจากกรณีถูกนักศึกษาขับรถยนต์ยี่ห้อ BMW ชน ที่ อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี เมื่อกลางดึกของวันที่ 30 เม.ย. 2569 และได้เผยว่าจะมีการยื่นร่างแก้ไขกฎหมายประกันสังคม เพื่อให้เกิดการคุ้มครอง และมีสิทธิสวัสดิการขั้นพื้นฐาน สำหรับแรงงานทุกกลุ่ม ซึ่งรวมถึงแรงงานแพลตฟอร์ม 

"ชีวิตของคนทำงานทุกคนมีคุณค่าและมีศักดิ์ศรีเท่าเทียมกันครับ ความสูญเสียครั้งนี้ถือเป็นบทเรียนราคาแพงที่ย้ำเตือนว่าระบบสวัสดิการของรัฐต้องปรับตัวให้ทันโลกการทำงานที่เปลี่ยนไป

"ผมจะเดินหน้าผลักดันกฎหมายฉบับนี้อย่างเต็มที่ เพื่อคืนความยุติธรรมและมอบการคุ้มครองที่สมศักดิ์ศรีให้แก่พี่น้องแรงงานนอกระบบทุกคน ในฐานะฟันเฟืองสำคัญที่ช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ" จุลพันธ์ ระบุทิ้งท้าย 

เบื้องต้น ยังไม่เห็นรายละเอียด หรือหลักการคร่าวๆ ว่าตัวกฎหมายจะหน้าตาเป็นอย่างไร 

พรรคประชาชน เดินรณรงค์แก้ไข พ.ร.บ.ประกันสังคม (ที่มา: ทีมสื่อพรรคประชาชน)

จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ ร่วมงานจุฬาฯ ห่วงใยแรงงานไทย ปีที่ 2 ที่สยามสแควส์ (ที่มา: เพจเฟซบุ๊ก จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์)

สสรท. เสนอรัฐบาล 9 ข้อ เพิ่มค่าแรงขั้นต่ำ-แก้ปัญหาราคาพลังงาน

สมาพันธ์สมานฉันท์แรงงานไทย (สสรท.) และเครือข่ายแรงงาน นัดหมายรวมตัวบริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย เพื่อจัดกิจกรรมเดินขบวนและยื่นข้อเรียกร้องต่อรัฐบาล เนื่องในวันแรงงานสากล โดยทางกลุ่มมีข้อเรียกร้องทั้งหมด 9 ข้อ ดังนี้

  1. ขอให้รัฐบาลแก้ไขปัญหาพลังงาน
  2. รับอนุสัญญาองค์การแรงงานระหว่างประเทศ หรือ ILO ฉบับที่ 87 และ 98 ว่าด้วยสิทธิการเจรจาและรวมตัว 
  3. ปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำเป็น 712 บาท/วัน
  4. ยุตินโยบายแปรรูปรัฐวิสาหกิจ และนโยบายปฏิรูปประกันสังคม
  5. ยกเลิกการจ้างงานระยะสั้น
  6. แก้ไขปัญหามลพิษ ฝุ่นควัน ผ่านการผ่านร่าง พ.ร.บ.อากาศสะอาด 
  7. ยกเลิกผลิตภัณฑ์จากแร่ใยหินทุกชนิด
  8. กำหนดนโยบายและมาตรการบริหารจัดการแรงงานข้ามชาติ อย่างถูกต้องตามกฎหมาย เป็นระบบ โปร่งใส และมีประสิทธิภาพ
  9. ต้องกำหนดให้ “ความร้อน” เป็นภัยพิบัติสาธารณะ และจัดให้มีมาตรการคุ้มครองสุขภาพและความปลอดภัย

สภาองค์การลูกจ้าง 26 แห่ง และ 1 รัฐวิสาหกิจ ขอรัฐเร่งรับ ILO 87 และ 98

กลุ่มสภาองค์การลูกจ้าง 26 แห่ง และ 1 รัฐวิสาหกิจ เดินขบวนจากสะพานมัฆวานรังสรรค์ ไปลานคนเมือง หน้าศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร เพื่อยื่น 8 ข้อเรียกร้องต่อผู้นำรัฐบาล ประกอบด้วย

  1. ให้รัฐบาลเร่งรัดการรับอนุสัญญา ILO ฉบับที่ 87 และ 98 
  2. ให้รัฐบาลออกประกาศกฎหมายกองทุนประกันความเสี่ยง เพื่อรับประกันในการทำงานของลูกจ้าง
  3. งดเว้นภาษีเงินได้จากเงินเดือนเดือนสุดท้ายที่นายจ้างให้กับลูกจ้าง เมื่อพ้นสภาพการเป็นลูกจ้างทุกกรณี ทั้งรัฐวิสาหกิจ และเอกชน วงเงินไม่น้อยกว่า 1,000,000 บาท 
  4. พนักงานรัฐวิสาหกิจ สามารถเป็นผู้ประกันตน มาตรา 40 เพื่อให้ได้รับการคุ้มครองอย่างเป็นธรรม
  5. ให้กระทรวงแรงงานปรับปรุงระบบประกันสังคม ดังนี้
  • ขยายวงเงินกรณีคลอดบุตร จากเดิม 15,000 บาท เป็น 30,000 บาท
  • เมื่อผู้ประกันตนได้รับบำนาฐ ให้คงสิทธิไว้ 3 กรณี ได้แก่ เจ็บป่วย ทุพลภาพ และเสียชีวิต
  • กรณีผู้ประกันตนเข้ารับการรักษาโรคเรื้อรัง และร้ายแรง อย่างโรคมะเร็งทุกชนิด ให้ครอบคลุมถึงการใช้ยารักษาพยาบาลตามคำสั่งแพทย์
  • ขยายอายุผู้เริ่มเป็นผู้ประกันตน จากเดิม 15-60 ปี เป็น 15-75 ปี เพื่อให้เข้ากับสังคมผู้สูงวัย
  1. ให้กระทรวงแรงงานดำเนินการตรวจสอบสถานประกอบการที่มีการจ้างเหมาค่าแรง ต้องดำเนินตาม พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน อย่างเคร่งครัด
  2. รมว.แรงงาน ดำเนินการแก้ไขกฎกระทรวงที่มีข้อความตัดสิทธิลูกจ้างรายเดือนที่ทำงานล่วงเวลา ไม่ให้รับค่าล่วงเวลา 1.5 เท่า เช่นเดียวกับพนักงานรายวัน 
  3. เสนอ รมว.แรงงาน จัดตั้งคณะทำงาน เพื่อดำเนินการตามข้อเรียกร้องในวันแรงงานสากล ภายใน 30 วันนับตั้งแต่วันที่ 1 พ.ค. และต้องจัดประชุมเพื่อติดตามข้อเรียกร้องทุก 2 เดือน

กลุ่มสิทธิแรงงานข้ามชาติ ยื่นหนังสือกระทรวงแรงงาน ระงับระบบ E-WorkPermit ชั่วคราว

เครือข่ายองค์กรด้านประชากรข้ามชาติ หรือ Migrant Working Group - MWG ซึ่งเป็นภาคประชาสังคม ที่ทำงานเรื่องสิทธิและสวัสดิการของแรงงานข้ามชาติ ได้เดินทางไปยื่นหนังสือถึง จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ที่กระทรวงแรงงาน เพื่อขอให้มีการพิจารณาระงับการใช้ระบบต่ออายุใบอนุญาตทำงานของแรงงานข้ามชาติผ่านอิเล็กทรอนิกส์ (E-WorkPermit) เป็นการชั่วคราว จนกว่าระบบจะได้รับการแก้ไขจนเสร็จแล้วเรียบร้อย และค่อยกลับมาเปิดใช้งานอีกครั้ง

อดิศร เผยว่า ช่วงก่อนหน้านี้ แรงงาน และนายจ้าง ได้รับผลกระทบอย่างมากจากการพยายามทำเรื่องผ่านระบบ E-WorkPermit ไม่ว่าจะเป็น 

  • ระบบที่ล่มบ่อยมากๆ เวลาที่มีคนจำนวนมากเข้าไปใช้งานพร้อมๆ กัน 
  • ปัญหาด้านข้อมูล เนื่องจากขั้นตอนการโอนข้อมูลไปที่ระบบใหญ่ มักจะเกิดข้อผิดพลาด ข้อมูลหาย หรือข้อมูลผิด เช่น เดิมระบุว่าเพศหญิง แต่กลายเป็น ชาย หรือระบุว่าสัญชาติเวียดนาม แต่กลายเป็น กัมพูชา เป็นต้น และมีขั้นตอนระยะเวลานาน กว่าจะแก้ไขได้ทำให้ดำเนินการต่ออายุไม่ทัน 
  • เจ้าหน้าที่แจ้งปัญหาเอกสารช้า เช่นกำหนดเดดไลน์อนุมัติวันสุดท้าย คือ 30 เม.ย. 2569 แต่เจ้าหน้าที่กรมจัดหางานเพิ่งมาแจ้งว่าเอกสารมีปัญหาในวันเดดไลน์ ทำให้นายจ้าง-คนงานดำเนินการแก้ไขไม่ทัน 
  • การเปลี่ยนนายจ้าง ก็ต้องทำผ่านระบบ E-Work Permit แต่มักพบปัญหาคือ เวลาที่คนงานแจ้งเปลี่ยนนายจ้าง จะต้องไปทำใบอนุญาตทำงานที่ดำเนินการโดยบริษัท Outsource แต่ปรากฏว่าสถานที่ทำในกรุงเทพฯ และปริมณฑล มักมีคิวเต็มตลอด ทำให้คนงาน และนายจ้าง ต้องดำเนินเรื่องที่จังหวัดอื่นๆ เช่น ตาก ขอนแก่น หรือเชียงใหม่ เพื่อให้ทันเวลา กลายเป็นการสร้างภาระด้านค่าใช้จ่าย และเวลาให้กับแรงงานข้ามชาติ-นายจ้าง
  • เมื่อดำเนินการไม่ทันเวลา ก็จะไม่สามารถต่ออายุวีซาได้ ซึ่งจะมีค่าปรับวันละ 500 บาทนับตั้งแต่วีซาหมดอายุ ส่งผลให้นายจ้างบางคนต้องเสียเงินเกือบ 1 แสนบาทเพื่อจ่ายค่าปรับ และกรมการจัดหางาน ก็ไม่ได้รับผิดชอบอะไรในเรื่องนี้

ดังนั้น ข้อเสนอของอดิศร จึงมองว่า ควรมีการระงับระบบ E-Work Permit ก่อน และตั้งคณะทำงานขั้นมา 1 ชุด ซึ่งประกอบด้วย สัดส่วนทั้งผู้ใช้งาน นายจ้าง บริษัทนำเข้า คนทำระบบ และภาครัฐมาคุยร่วมกันว่า จะออกแบบ หรือแก้ไขปัญหาระบบนี้อย่างไร และเมื่อแก้ไขเสร็จแล้ว จึงเปิดระบบให้บริการอีกครั้ง เพราะหากยังดึงดันใช้ระบบนี้ต่อ อาจมีคนงานข้ามชาติกลายเป็นแรงงานผิดกฎหมายสูงถึง 600,000-700,000 คน โดยที่ภาครัฐไม่ตั้งใจ

แรงงานเชียงใหม่ เสนอดึงแรงงานทั้งหมดเข้า 'ประกันสังคม' มาตรา 33 ยกระดับสิทธิแรงงานข้ามชาติ 

แรงงานเชียงใหม่มีการจัดงานในธีม “ไม่มีประกันสังคม ไม่มีความมั่นคง” โดยมีกิจกรรมเดินขบวนเรียงร้องสิทธิแรงงานกว่า 2 กิโลเมตร จากบริเวณพุทธสถานไปยังสวนสาธารณะรถไฟเชียงใหม่ เพื่อร่วมเฉลิมฉลองวันแรงงานสากล เช่นเดียวกับหลายๆ จังหวัด อีกทั้ง มีการอ่านแถลงการณ์ข้อเสนอยกระดับสิทธิแรงงานถึงรัฐบาล โดยมีประเด็นที่น่าสนใจดังนี้ 

ข้อเสนอถึงสำนักงานประกันสังคม 

  • ดึงแรงงานทุกคนเข้าสู่ระบบประกันสังคม มาตรา 33 และขยายความคุ้มครองและสวัสดิการให้เป็นเบาะรองรับคนงานได้อย่างแท้จริง
  • เพิ่มเงินบำนาญให้เลี้ยงชีพได้จริงที่ 3,000 บาทต่อเดือน และสำนักงานประกันสังคม ควรบังคับใช้สูตรคำนวณบำนาญ CARE หรือสูตรคำนวณบำนาญจากการส่งสมทบตลอดชีพ เพื่อให้คนที่เคยอยู่ในระบบมาตรา 33 เมื่อออกจากงานประจำและเลือกส่งสมทบในมาตรา 39 ต่อ ให้คนกลุ่มนี้ได้มีบำนาญที่เหมาะสม 
  • ขยายเพดานการส่งเงินสมทบกองทุนประกันสังคม ซึ่งปัจจุบัน ส่งสมทบได้มากสุดอยู่ที่ 17,500 บาทต่อเดือน
  • เพิ่มอัตราเงินว่างงานจากเหตุสุดวิสัยเป็น 80% ของเงินเดือนเดือนสุดท้าย และเพิ่มนิยามครอบคลุมผลกระทบจากมลภาวะ และสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลง เช่น มลพิษฝุ่นพิษ น้ำปนเปื้อน และความร้อนที่ร้อนมากเกินไป 
  • เสนอให้สำนักงานประกันสังคม ออกจากระบบราชการ

ข้อเสนอสิทธิแรงงานอื่นๆ 

  • กำหนดวันทำงาน 4 วันต่อสัปดาห์ (หรือเท่ากับ 32 ชม.) จากเดิมอยู่ที่ 6 วันต่อสัปดาห์
  • กำหนดให้มีการปรับค่าแรงขั้นต่ำทุกปี
  • ทุกสภาพการจ้างงาน ทุกคน ต้องมีสิทธิรวมตัวจัดตั้งสหภาพแรงงานได้
  • ยกระดับขนส่งสาธารณะในเชียงใหม่ ที่มีคุณภาพดี ราคาเข้าถึงได้ 
  • ยกเลิก พ.ร.บ.การปราบปรามและการค้าประเวณี เพื่อไม่ให้คนที่ทำงานพนักงานบริการถูกตีตรา 

ข้อเสนอสิทธิแรงงานข้ามชาติ

  • สืบเนื่องจากสถานการณ์ทางการเมืองในประเทศเมียนมา ส่งผลให้มีประชาชนพม่าอพยพเข้ามาหางานทำในไทยจำนวนมาก ทางภาคแรงงาน จึงมีข้อเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่ยุติการกักขัง และบังคับส่งกลับแรงงานข้ามชาติพม่าในเชียงใหม่ อีกทั้ง ยกระดับด้านสิทธิแรงงาน อนุญาตให้อยู่อาศัย เข้าถึงบริการด้านสุขภาพ การศึกษา และการเดินทาง
  • ลูกหลานผู้ติดตามแรงงานข้ามชาติ สามารถเข้าถึงการปรับสถานะบุคคลได้ตามที่กฎหมายกำหนด โดยสร้างมาตรการที่ไม่ยุ่งยากซับซ้อน ใช้เวลาสั้น และโปร่งใส สามารถตรวจสอบได้
  • ลูกหลานแรงงานข้ามชาติ ต้องได้รับการคุ้มครองตามหลักสิทธิมนุษยชน ไม่ถูกจับ หรือคุมขังตามอำเภอใจ และไม่ถูกบังคับใช้แรงงาน
  • แรงงานข้ามชาติสามารถดำเนินการขึ้นทะเบียนและต่อใบอนุญาตทำงานได้ด้วยตนเองได้โดยไม่มีการปิดกั้นและดำเนินการได้ตลอดทั้งปี 
  • ระเบียบขั้นตอนการขึ้นทะเบียนและต่อใบอนุญาตทำงานแรงงานข้ามชาติต้องไม่ซับซ้อน ใช้เอกสารและค่าใช้จ่ายน้อยให้น้อยที่สุด รวมถึงมีศูนย์บริการเบ็ดเสร็จ (One Stop Service : OSS) ที่เปิดให้บริการตลอดทั้งปี เพื่อลดการพึ่งพานายจ้าง และนายหน้า ซึ่งเป็นปัจจัยที่อาจจะทำให้เกิดค่าใช้จ่ายทางอ้อมของการขึ้นทะเบียนและขอใบอนุญาตทำงานของแรงงานข้ามชาติ
  • กำหนดบทลงโทษนายหน้าหรือนายจ้างที่เรียกเก็บค่าใช้จ่ายในการขึ้นทะเบียนและต่อใบอนุญาตทำงานที่นอกเหนือจากกฎหมายกำหนด
  • กำหนดระยะเวลาของใบอนุญาตทำงานแรงงานข้ามชาติและการต่อวีซาให้สอดคล้องกับอายุของหนังสือเดินทาง หรือเอกสารบุคคลของแรงงานข้ามชาติ
  • ขยายอายุการจ้างแรงงานข้ามชาติจนถึงอายุ 60 ปี และขยายการเข้าถึงบัตรประกันสุขภาพตามอายุการจ้างงาน
  • แรงงานข้ามชาติสามารถทำงานได้ตามทักษะความสามารถ และวุฒิการศึกษา การอนุญาตทำงานมีความยืดหยุ่น ไม่จำกัดประเภทงาน และไม่ต้องขึ้นอยู่กับนายจ้างเพียงคนเดียว โดยอนุญาตให้แรงงานข้ามชาติสามารถทำงานกับนายจ้างอื่นนอกเวลาทำงานที่ระบุตามใบอนุญาตทำงานได้ เช่น แรงงานข้ามชาติที่ทำงานในภาคเกษตรสามารถไปทำงานก่อสร้างในช่วงระหว่างการดูแลรักษาเพื่อรอการเก็บเกี่ยวผลผลิต หรือแรงงานก่อสร้างสามารถไปทำงานเป็นลูกจ้างในตลาดได้ระหว่างที่นายจ้างกำลังหางานก่อสร้างแห่งใหม่
  • ผู้ติดตามแรงงานข้ามชาติทุกคนเข้าถึงสิทธิด้านสุขภาพ โดยการปรับอัตราค่าประกันสุขภาพผู้ติดตามแรงงานข้ามชาติที่อายุไม่เกิน 18 ปี เป็นอัตรา 365 บาท/ปี/คน เนื่องจากยังมีสถานะเป็นเด็กเยาวชนและไม่มีรายได้ และต้องเข้าถึงการได้รับบริการสุขภาพทุกแห่งทั้งภาครัฐและเอกชนที่ใกล้ที่สุด โดยไม่จำกัดเพียงสถานพยาบาลที่ระบุในบัตรประกันสุขภาพ โดยแรงงานข้ามชาติต้องไม่ถูกทวงถามสิทธิก่อนการรักษา และได้รับการรักษาโดยไม่บ่ายเบี่ยง
  • ผู้ติดตามแรงงานข้ามชาติทุกคนเข้าถึงสิทธิการศึกษาอย่างเท่าเทียมและต่อเนื่อง ทั้งการศึกษาในระบบ การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย และกำหนดแนวทางปฏิบัติในการเทียบโอนผลการเรียนของนักเรียนระหว่างประเทศไทย – ประเทศต้นทางที่ชัดเจน
ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท
โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต
สแกน QR Code เพื่อร่วมบริจาคเงินให้กับประชาไท
ติดตามประชาไท ได้ทุกช่องทาง