ประธานอาเซียนกดดันพม่าดำเนินการตามกรอบฉันทามติ 5 ข้อให้เป็นรูปธรรม เป็นตัวกลางเปิดประชุมระหว่างกองกำลังชาติพันธุ์บางกลุ่ม และรัฐบาลทหารพม่า เดินหน้าแก้ไขปัญหาการเมือง ดึงพม่ากลับคืนสู่อาเซียน
14 ก.ค. 2569 รัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนเรียกร้องให้พม่าแสดงความคืบหน้าที่เป็นรูปธรรมและสามารถวัดผลได้ในการดำเนินงานตามฉันทามติ 5 ข้อ หลังจัดการประชุมต่อเนื่องเกี่ยวกับวิกฤตการเมืองพม่าในกรุงเทพฯ และพัทยา ระหว่างวันที่ 12-13 ก.ค. 2560 โดยนับเป็นครั้งแรกตั้งแต่รัฐประหารปี 2564 ที่รัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนได้พบหารือโดยตรงกับรัฐมนตรีต่างประเทศพม่า
การประชุมดังกล่าวจัดขึ้นโดยมีสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของไทย เป็นเจ้าภาพ และมีมาเรีย เทเรซา พี. ลาซาโร รัฐมนตรีต่างประเทศฟิลิปปินส์ และผู้แทนพิเศษของประธานอาเซียนด้านสถานการณ์พม่า เป็นแกนนำการหารือ
ในคำแถลงของผู้แทนพิเศษของประธานอาเซียน ที่เผยแพร่ในเว็บไซต์กระทรวงการต่างประเทศ ฟิลิปปินส์ ระบุว่าเมื่อวันที่ 12 ก.ค.ที่ผ่านมา ลาซาโร ได้ประชุมทวิภาคีกับติน หม่องฉ่วย รัฐมนตรีต่างประเทศพม่า ก่อนเป็นประธานการประชุมอย่างไม่เป็นทางการระหว่างรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนกับฝ่ายพม่า โดยตินหม่องฉ่วยบรรยายสรุปเกี่ยวกับพัฒนาการล่าสุดภายในประเทศ รวมถึงความพยายามดำเนินงานตามฉันทามติ 5 ข้อ แผนสันติภาพ 100 วัน และมาตรการรับมืออาชญากรรมข้ามชาติ
รัฐมนตรีต่างประเทศฟิลิปปินส์ ย้ำว่า ฉันทามติ 5 ข้อยังคงเป็นกรอบอ้างอิงหลักในการจัดการวิกฤตพม่า พร้อมเรียกร้องให้เกิดความคืบหน้าที่เป็นรูปธรรม ทั้งการยุติความรุนแรง การส่งมอบความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม และการเปิดการเจรจาทางการเมืองที่ครอบคลุมทุกฝ่าย
สีหศักดิ์ กล่าวว่า ไทยสนับสนุนการมีปฏิสัมพันธ์กับพม่าอย่างระมัดระวังและเป็นขั้นเป็นตอน หรือ “calibrated engagement” แต่พม่าต้องตอบสนองต่อข้อกังวลของอาเซียนและประชาคมระหว่างประเทศ โดยเฉพาะการลดความรุนแรงต่อพลเรือน การขยายความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม และการส่งเสริมการเจรจาทางการเมืองอย่างทั่วถึง
เขายังเรียกร้องให้มีการปล่อยนักโทษการเมืองเพิ่มเติม และขอให้พิจารณาพัฒนาการเชิงบวกเกี่ยวกับ อองซานซูจี อดีตที่ปรึกษาแห่งรัฐ วัย 81 ปี ซึ่งยังคงถูกควบคุมตัว หลังถูกย้ายจากเรือนจำไปกักบริเวณในบ้านพัก “เราต้องการเห็นความคืบหน้าทีละขั้น” สีหศักดิ์ กล่าว
ด้านลาซาโร ระบุว่า อาเซียนคาดหวังให้พม่าใช้โอกาสนี้สร้างความคืบหน้าหรือกำหนดเกณฑ์ชี้วัดที่เป็นรูปธรรมและพิสูจน์ได้ในประเด็นหลักของฉันทามติ 5 ข้อ แม้ที่ประชุมจะยังไม่ได้กำหนดกรอบเวลาอย่างชัดเจน
“อาเซียนเรียกร้องให้มีการดำเนินการที่เป็นรูปธรรมเพื่อยุติการสู้รบ” ลาซาโร กล่าว พร้อมประกาศว่าจะนำภารกิจด้านมนุษยธรรมเดินทางเข้าพม่าในช่วงไตรมาสที่ 4 ของปีนี้ เพื่อขยายการเข้าถึงพื้นที่ที่ต้องการความช่วยเหลือ โดยข้อเสนอดังกล่าวได้รับการสนับสนุนจากผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกฝ่าย
เมื่อวันที่ 13 ก.ค.ที่ผ่านมา ลาซาโร ยังได้หารือกับกองกำลังติดอาวุธชาติพันธุ์ของพม่าบางกลุ่ม และผู้แทนคณะกรรมการความเป็นปึกแผ่นแห่งชาติและการเจรจาสร้างสันติภาพ หรือ NSPNC ซึ่งเป็นฝ่ายเจรจาของรัฐบาลทหารพม่าที่มี พล.ท.หย่าปแย เป็นประธาน เพื่อหารือแนวทางเดินหน้าการเจรจาทางการเมืองระดับชาติที่ครอบคลุมทุกฝ่าย
โดยในที่ประชุมทุกฝ่ายแสดงความเปิดกว้างต่อกระบวนการเจรจา พร้อมเน้นย้ำว่าการหารือต้องเป็นไปอย่างสร้างสรรค์ และทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องต้องเตรียมความพร้อมอย่างรอบคอบ
การประชุมครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางความพยายามของไทยในการฟื้นฟูความสัมพันธ์ระหว่างพม่ากับอาเซียน หลัง พล.อ.อาวุโส มินอ่องหล่าย ผู้นำรัฐบาลทหารพม่า ได้รับแต่งตั้งเป็นประธานาธิบดีเมื่อเดือน เม.ย.ที่ผ่านมา ภายหลังการเลือกตั้งที่ถูกวิจารณ์ว่าไม่เปิดกว้างในการแข่งขัน และไม่ครอบคลุมพื้นที่ที่ฝ่ายต่อต้านปกครอง และไม่เปิดทางให้พรรคสันนิบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตย หรือ NLD ของอองซานซูจี เข้าร่วม
อย่างไรก็ตาม ความพยายามผลักดันฉันทามติ 5 ข้อยังเผชิญอุปสรรคสำคัญ เนื่องจากอาเซียนแทบไม่สามารถสร้างความคืบหน้าในการยุติสงครามผ่านการเจรจากับทุกฝ่ายได้ ขณะที่สมาชิกรัฐสภาพม่าบางส่วนเรียกร้องให้ทบทวนแผนดังกล่าว โดยอ้างว่าฉันทามติ 5 ข้อ ทำให้พม่าไม่ได้รับการปฏิบัติอย่างเท่าเทียมในฐานะสมาชิกอาเซียน และขัดต่อหลักการไม่แทรกแซงกิจการภายในของประเทศสมาชิก
ทั้งนี้ ฉันทามติ 5 ข้อของอาเซียน ต่อสถานการณ์การเมืองในพม่า ได้แก่ 1. ยุติการใช้ความรุนเเรงและวิงวอนให้ทุกฝ่ายใช้ความยับยั้งชั่งใจ 2. ผู้นำประเทศต่างๆ เห็นพ้องกันด้วยว่า ควรมีการเริ่มเจรจาหาทางออกอย่างสันติเพื่อผลประโยชน์ต่อประชาชนในประเทศ 3. เจ้าหน้าที่พิเศษของประธานอาเซียนจะทำหน้าที่อำนวยความสะดวกในกระบวนการเจรจาเพื่อให้เกิดทางออกอย่างสันติ 4. อาเซียนจะให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม 5. ตัวเเทนพิเศษของประธานอาเซียนจะเดินทางเยือนพม่าเพื่อพบกับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง
นักวิเคราะห์ยังมองว่า ประเทศสมาชิกอาเซียนมีความเห็นแตกต่างกันมากขึ้น ระหว่างกลุ่มที่พร้อมใช้การผ่อนปรนบางส่วนเพื่อดึงพม่ากลับเข้าสู่กรอบความร่วมมือของอาเซียน ซึ่งมีไทยเป็นแกนนำ กับประเทศที่ต้องการรักษาท่าทีแข็งกร้าวต่อรัฐบาลทหาร
วิกฤตความขัดแย้งในพม่ายังคงสร้างความสูญเสียอย่างรุนแรง โดยข้อมูลจาก ACLED ซึ่งติดตามเหตุการณ์ความขัดแย้งทั่วโลกระบุว่า มีผู้เสียชีวิตจากสงครามกลางเมืองในพม่าแล้วมากกว่า 100,000 ราย นับตั้งแต่กองทัพยึดอำนาจในปี 2564
ลาซาโร ย้ำว่า แม้จะมีความเห็นแตกต่างและความคืบหน้าที่จำกัด แต่พม่ายังคงเป็นส่วนหนึ่งที่ไม่อาจแยกออกจากอาเซียน
ที่มา: แปลและเรียบเรียงจาก
ASEAN Ministers Push Stalled Peace Plan in Myanmar Talks, The Irrawaddy/AFP, 13 July 2026 https://www.irrawaddy.com/news/myanmars-crisis-the-world/asean-ministers-push-stalled-peace-plan-in-myanmar-talks.html
Secretary Lazaro Convenes Back-to-Back Meetings on Myanmar in Bangkok and Pattaya, Thailand, Department of Foreign Affairs, Republic of the Philippines, 14 July 2026 https://dfa.gov.ph/secretary-lazaro-convenes-back-to-back-meetings-on-myanmar-in-bangkok-and-pattaya-thailand/
