กรมราชทัณฑ์ ชี้แจงกรณีพักการลงโทษ 'ทักษิณ ชินวัตร' ยืนยันดำเนินการตามกฎหมายและกฎกระทรวงครบถ้วน ไม่ขัด พ.ร.บ.ราชทัณฑ์ พ.ศ.2560 พร้อมอธิบายเงื่อนไขคุณสมบัตินักโทษและลำดับการพิจารณา
ตามที่ปรากฏข่าวเรื่องการพิจารณาพักการลงโทษ ต้องเป็นนักโทษชั้นดีขึ้นไป ตามกฎกระทรวง กำหนดประโยชน์ของนักโทษเด็ดขาด และเงื่อนไขที่นักโทษเด็ดขาด ซึ่งได้รับการลดวันต้องโทษจำคุกหรือการพักการลงโทษ และได้รับการปล่อยตัวต้องปฏิบัติ (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2564 มีเนื้อหาขัดต่อพระราชบัญญัติราชทัณฑ์ พ.ศ.2560 มาตรา 52 วรรคแรก ซึ่งนายทักษิณ ชินวัตร เป็นนักโทษชั้นกลาง และจำคุกเป็นครั้งที่ 2 นั้น
เมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม 2569 กรมราชทัณฑ์ แจ้งว่า หลักเกณฑ์ตาม พ.ร.บ.ราชทัณฑ์ พ.ศ.2560 มาตรา 52 เป็นเพียงกรอบภาพรวมของสิทธิประโยชน์นักโทษเด็ดขาด 8 ประการ โดยไม่ได้กำหนดเรื่อง “ชั้นนักโทษ” ไว้โดยตรง ขณะที่กฎกระทรวงปี 2564 กำหนดรายละเอียดเพิ่มเติมว่า นักโทษตั้งแต่ “ชั้นกลางขึ้นไป” สามารถได้รับการพักการลงโทษได้ไม่เกิน 1 ใน 3 ของกำหนดโทษ ซึ่งเป็นการออกตามอำนาจของกฎหมาย และผ่านความเห็นชอบของคณะกรรมการราชทัณฑ์แล้ว จึงไม่ขัดต่อกฎหมายแม่บท
กรมราชทัณฑ์ ระบุว่า กรณีของนายทักษิณ ได้รับพระราชทานอภัยโทษเหลือโทษจำคุก 1 ปี และคำวินิจฉัยของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ให้เริ่มนับโทษใหม่ จึงไม่เข้าข่ายการกระทำผิดซ้ำตามกฎหมาย
ทั้งยังมีคุณสมบัติตามเกณฑ์ คือ เป็นนักโทษเด็ดขาดชั้นกลาง และรับโทษมาแล้วไม่น้อยกว่า 2 ใน 3 ของกำหนดโทษ จึงเข้าเงื่อนไขพิจารณาพักโทษได้
คณะอนุกรรมการพิจารณาพักการลงโทษได้ตรวจสอบข้อเท็จจริง พฤติการณ์ และคุณสมบัติครบถ้วน ตามหลักเกณฑ์กฎหมายและกฎกระทรวง โดยยืนยันว่า ไม่มีการเลือกปฏิบัติ หรือให้สิทธิประโยชน์เกินกว่าที่กฎหมายกำหนด กรมราชทัณฑ์ย้ำว่า กระบวนการทั้งหมดดำเนินการภายใต้กรอบกฎหมาย โปร่งใส และตรวจสอบได้ทุกขั้นตอน
