กรมราชทัณฑ์แจงรายงาน FIDH ปี 2569 ระบุข้อมูลสะท้อนเพียงบางส่วน ไม่ครอบคลุมข้อเท็จจริงทั้งหมดของระบบมาตรฐานการดำเนินงานทั้งหมด ยืนยันดำเนินการตามกรอบกฎหมายภายในประเทศและยึดถือหลักสิทธิมนุษยชนมาอย่างต่อเนื่อง พร้อมเดินหน้าปฏิรูปเรือนจำ ขยายแนวปฏิบัติที่ดีทั่วประเทศ เปิดรับข้อเสนอแนะบนข้อมูลที่สมดุล รอบด้านและสอดคล้องกับบริบทเฉพาะของแต่ละประเทศ
เมื่อวันที่ 25 มีนาคม 2569 กรมราชทัณฑ์ออกแถลงการณ์ชี้แจง กรณีการเผยแพร่รายงานสถานการณ์เรือนจำประเทศไทย ประจำปี พ.ศ. 2569 โดยสมาพันธ์เพื่อสิทธิมนุษยชนสากล (FIDH) และเครือข่าย ซึ่งระบุถึงสถานการณ์ความแออัดและสภาพความเป็นอยู่ในเรือนจำของประเทศไทย
กรมราชทัณฑ์ระบุว่า รายงานฉบับดังกล่าวเป็นเพียงการสะท้อนข้อมูลจากการสัมภาษณ์ผู้ต้องขังและอดีตผู้ต้องขังเพียงบางส่วน ซึ่งอาจไม่ครอบคลุมข้อเท็จจริงทั้งหมดของระบบมาตรฐานการดำเนินงานในภาพรวมของเรือนจำทั่วประเทศ นอกจากนี้ กระบวนการเก็บข้อมูลในลักษณะดังกล่าวยังมีข้อจำกัดที่อาจนำไปสู่การตีความที่คลาดเคลื่อนจากข้อเท็จจริงในเชิงระบบ
ในประเด็นเรื่องสภาพความเป็นอยู่และมาตรฐานการควบคุมตัว กรมราชทัณฑ์ยืนยันว่าได้ดำเนินการตามกรอบกฎหมายภายในประเทศและยึดถือหลักสิทธิมนุษยชนมาอย่างต่อเนื่อง โดยมีการตรวจสอบจากหน่วยงานที่กำกับดูแลทั้งภายในและภายนอกอย่างสม่ำเสมอ ซึ่งข้อมูลเชิงสถิติและผลการดำเนินงานที่เป็นรูปธรรมหลายประการได้รับการนำเสนอในรายงานฉบับนี้
สำหรับประเด็นความแออัดและจำนวนผู้ต้องขังที่เพิ่มขึ้น กรมราชทัณฑ์ชี้แจงว่าเป็นผลโดยตรงจากนโยบายด้านความมั่นคงและการปราบปรามยาเสพติดอย่างจริงจังของประเทศ ซึ่งเป็นความจำเป็นของบริบทสังคมไทย ทั้งนี้ภาครัฐได้ดำเนินมาตรการรองรับอย่างต่อเนื่อง ทั้งการใช้มาตรการทางเลือกแทนการจำคุก การบริหารจัดการพื้นที่อย่างมีประสิทธิภาพ และการยกระดับมาตรฐานความเป็นอยู่ให้สอดคล้องกับทรัพยากรที่มีอยู่
กรมราชทัณฑ์ยังระบุว่า รายงานดังกล่าวได้รับการยอมรับถึง "แนวปฏิบัติที่ดี" (Best Practices) ในเรือนจำหลายแห่ง ซึ่งสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของกรมราชทัณฑ์ในการปฏิรูปองค์กร โดยปัจจุบันอยู่ระหว่างการขยายผลความสำเร็จด้านบริการสุขภาพและการดูแลผู้ต้องขังกลุ่มเฉพาะไปยังเรือนจำทั่วประเทศอย่างเป็นรูปธรรม
กรมราชทัณฑ์ยืนยันความพร้อมในการรับฟังและเปิดกว้างต่อข้อเสนอแนะจากองค์กรระหว่างประเทศ รวมถึงสมาพันธ์เพื่อสิทธิมนุษยชนสากล (FIDH) และเครือข่าย แต่เน้นย้ำว่าการประเมินสถานการณ์ควรตั้งอยู่บนข้อมูลที่รอบด้าน สมดุล และสอดคล้องกับบริบทเฉพาะของแต่ละประเทศ
