เงินเฟ้อ เม.ย. 69 พุ่ง 2.89% สูงสุดในรอบ 38 เดือน พิษสงครามตะวันออกกลาง ทำให้ราคาอาหารจานเดียวพุ่งไม่ต่ำกว่า 5 บาท/จาน คาดเดือน พ.ค. ยังพุ่งต่อ แต่หวังนโยบายรัฐ ทั้งลดค่าไฟฟ้า มิ.ย. และสินค้าราคาต่ำไทยช่วยไทย จะชะลอการขยับขึ้นของเงินเฟ้อ
6 พฤษภาคม 2569 สำนักข่าวไทย รายงานว่า สินค้าอาหารจานเดี่ยวในหลายพื้นที่แห่ทยอยขึ้นราคา 5 บาท/จาน เช่น ที่ตลาดรัชดา ซอย 4 ก๋วยเตี๋ยว ไก่ย่าง ไก่ทอด มะม่วงยำ ต่างทยอยขึ้นราคา โดยระบุว่าวัตถุดิบ บรรจุภัณฑ์ เช่น ถุงพลาสติก แก้วน้ำ ถ้วยชาม ขึ้นราคา ตั้งแต่เกิดสงครามตะวันออกกลาง สหรัฐ-อิสราเอล บุกอิหร่าน 28 ก.พ. 69 และนำมาสู่การปิดช่องแคบฮอร์มุซ จึงจำเป็นต้องปรับราคาจำหน่าย
นายนันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) เปิดเผยว่า ดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไป (CPI) เดือน เม.ย. 69 อยู่ที่ 103.03 หรืออัตราเงินเฟ้อทั่วไป 2.89% และสูงขึ้น 2.75% จากเดือน มี.ค.ปีนี้ ซึ่งเป็นอัตราเงินเฟ้อสูงสุดในรอบ 38 เดือน
ทั้งนี้ เนื่องจากราคาน้ำมันเชื้อเพลิงในประเทศปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ตามสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง และการปิดช่องแคบฮอร์มุซที่ยังยืดเยื้อ ซึ่งผลกระทบต่อเนื่องทำให้ค่าโดยสารสาธารณะปรับตัวสูงขึ้น รวมทั้งราคาอาหารพร้อมทานปรับตัวสูงขึ้น จากการส่งผ่านต้นทุนของผู้ประกอบการไปยังราคาจำหน่าย นอกจากนี้ราคาผักสดปรับตัวสูงขึ้นจากสภาพอากาศร้อนจัด โดยสินค้า 464 รายการในการคำนวณเงินเฟ้อ เดือนเมษายน พบว่า 251 รายการ ราคาเพิ่มขึ้น ส่วน 42 รายการราคาคงเดิม และ 171 รายการราคาลดลง เมื่องแยกเป็นหมวด พบว่าหมวดอื่นๆ ที่ไม่ใช่อาหารและเครื่องดื่ม สูงขึ้น 4.14 % จากราคากลุ่มน้ำมันเชื้อเพลิง ค่าโดยสารสาธารณะ ค่าเช่าบ้าน และสิ่งที่เกี่ยวกับการทำความสะอาด ส่วนหมวดอาหารและเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์สูงขึ้น 0.98% ที่สำคัญมาจากราคาอาหารสำเร็จรูป ซึ่งจากการเก็บตัวอย่างอาหารจานเดียว 7 รายการยอดนิยม คือ ข้าวผัด ผัดซีอิ๊ว/ราดหน้า ข้าวหมูแดง ข้าวมันไก่ ส้มตำ ก๋วยเตี๋ยว ข้าวราดผัดกะเพรา จำนวน 1396 รายการ พบว่าราคาเริ่มสูงขึ้น 136 รายการ หรือ 9.74% ซึ่งอัตราราคาที่สูงขึ้น ตั้งแต่ 10-25% โดยเมนูที่มีราคา 30-40 บาท จะปรับมากสุดเทียบกับราคาเมนูเกิน 40-50 บาท ขณะที่ราคาผักสด ไข่ไก่ ข้าวสารเจ้า ไก่สด เครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ (กาแฟ น้ำดื่มบริสุทธิ์ )และปลาและสัตว์น้ำสูงขึ้น นอกจากนี้อาหารโทรสั่ง (Delivery) สูงขึ้นหลังสิ้นสุดช่วงจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายมีมากขึ้น
ขณะที่อัตราเงินเฟ้อทั่วไป เฉลี่ย 4 เดือน (ม.ค.-เม.ย. 69) อยู่ที่ 0.32% สำหรับดัชนีราคาผู้บริโภคพื้นฐาน (Core CPI) เดือนเม.ย. 69 อยู่ที่ 102.12 เพิ่มขึ้น 0.83% จากเดือนเดียวกันของปีก่อน ส่งผลให้อัตราเงินเฟ้อพื้นฐานเฉลี่ย 4 เดือน (ม.ค.-เม.ย. 69) อยู่ที่ 0.64%
“ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลาง และการปิดช่องแคบฮอร์มุซที่ยังยืดเยื้อ จึงส่งผลกระทบให้ค่าโดยสาร, ราคาอาหารสำเร็จรูปเพิ่มขึ้น จากการส่งผ่านต้นทุนวัตถุดิบและอื่นๆ ของผู้ประกอบการไปยังราคาจำหน่าย รวมถึงราคาผักสดสูงขึ้นจากสภาพอากาศร้อนจัด เศรษฐกิจไทยยังไม่เกิดภาวะ Stagflation แต่เป็นเศรษฐกิจขยายตัวต่ำและเงินเฟ้อสูงขึ้น ต้นเหตุจาก Supply Shock ต้นทุนการผลิตสูงอย่างกะทันหัน จากราคาน้ำมันและพลังงานแพง และคาดว่าจะทำให้ เงินเฟ้อ พ.ค.ยังสูงขึ้นอีก อย่างไรก็ตามกระทรวงพาณิชย์ ยังคงคาดการณ์อัตราเงินเฟ้อทั่วไปทั้งปี 2569 อยู่ระหว่าง 1.5-2.5% หรือ ค่ากลาง 2% บนสมมุติฐานจีดีพีขยายตัว 1.5-2.5% น้ำมันดิบดูไบเฉลี่ยทั้งปี 75-85 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล ค่าเงินบาท 32.5-33.5 บาทต่อเหรียญสหรัฐ แต่หากสถานการณ์ตะวันออกกลางยืดเยื้อ ราคาน้ำมันและอาหารปรับสูงต่อเนื่อง ก็มีโอกาสที่เงินเฟ้อทั้งปีจะขึ้นไปถึง 2.50-3.50%“นายนันทพงษ์ กล่าว
นายนันทพงษ์ กล่าวว่า ที่คาดว่าแนวโน้มเงินเฟ้อ เดือนพฤษภาคม 2569 ยังเป็นบวกอย่างต่อเนื่อง ประเมินจาก 1.ราคาน้ำมันขายปลีกในประเทศปรับตัวสูงขึ้นตามราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกที่ทรงตัวระดับสูง จากสถานการณ์ความตึงเครียดด้านภูมิรัฐศาสตร์ในภูมิภาคตะวันออกกลาง รวมถึงการปิดช่องแคบฮอร์มุซที่ยังคงยืดเยื้อ 2.ราคาอาหารสำเร็จรูปปรับตัวสูงขึ้นจากการที่ผู้ประกอบการส่งผ่านต้นทุนไปยังราคาจำหน่าย หลังจากได้รับแรงกดดันจากต้นทุนที่สูงขึ้นในหลายด้าน 3.ราคาเนื้อสัตว์ปรับสูงขึ้น ทั้งเนื้อสุกรและเนื้อไก่ จากต้นทุนอาหารสัตว์และต้นทุนการขนส่งที่เพิ่มขึ้น 4.ค่าใช้จ่ายในการเดินทางปรับตัวสูงขึ้น โดยเฉพาะค่าโดยสารรถประจำทาง และค่าโดยสารเครื่องบินเส้นทางภายในประเทศและระหว่างประเทศ จากราคาน้ำมันเชื้อเพลิงที่ทรงตัวในระดับสูงอย่างต่อเนื่อง และ 5. แรงกดดันด้านต้นทุนของผู้ประกอบการ โดยผู้ประกอบการรายใหญ่เริ่มส่งสัญญาณปรับราคาสินค้าอุปโภคบริโภค เพื่อสะท้อนต้นทุนวัตถุดิบและค่าขนส่งที่เพิ่มขึ้น
สำหรับปัจจัยกดดันให้อัตราเงินเฟ้อทั่วไปลดลง ได้แก่ 1. ภาครัฐดำเนินมาตรการช่วยเหลือลดภาระค่าครองชีพอย่างต่อเนื่อง อาทิ โครงการไทยช่วยไทย 2. ค่ากระแสไฟฟ้าในเดือนพฤษภาคม 2569 ลดลงเมื่อเทียบกับปี 2568 แม้จะมีการปรับเพิ่มค่า Ft รอบเดือนพฤษภาคม – สิงหาคม 2569
นอกจากนี้ ในเดือนมิถุนายน 2569 จะมีมาตรการช่วยเหลือผู้ใช้ไฟฟ้า โดยมีการปรับโครงสร้างค่าไฟฟ้าใหม่ ผู้ใช้ 200 หน่วยแรก อัตราค่าไฟฟ้าจะไม่เกิน 3 บาทต่อหน่วย และ 3. ราคาผลไม้สดที่สำคัญในประเทศยังฟื้นตัวอย่างช้าๆ รวมถึงมาตรการคนละครึ่งพลัสก็มีผลต่อเงินเฟ้อด้วย
