Skip to main content
sharethis
ระบบอ่านออกเสียงนี้ ใช้ฟังก์ชั่น Web Speech API / JavaScript ในเบราว์เซอร์

กลุ่มโรงกลั่นน้ำมันชี้แจงกรณีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) จ่อเอาผิดจากความผิดปกติในใบกำกับการขนส่งน้ำมัน เผยมีระบบควบคุม-ตรวจสอบตามมาตรฐาน ย้ำส่งข้อมูลให้รัฐครบถ้วน

สำนักข่าวไทย รายงานเมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม 2569 ว่า หลังจากที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เปิดผลการตรวจสอบกรณีน้ำมันขาดแคลน อย่างรุนแรงที่สถานีบริการน้ำมัน ในช่วงสงครามตะวันออกกลาง ว่าจากการตรวจสอบพบหลักฐาน ขบวนการ “ประวิงเวลา-กักตุนน้ำมัน” เบื้องต้นเจ้าหน้าที่กรมธุรกิจพลังงาน จะแจ้งเอาผิด 6 โรงกลั่นทั่วประเทศนั้น วันนี้บรรดาโรงกลั่นน้ำมัน ได้ชี้แจง พร้อมออกแภลงการณ์ ยืนยัน ไม่ได้กักตุนน้ำมัน - พร้อมให้ความร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐอย่างเต็มที่

นายชัยวัฒน์ โควาวิสารัช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มบริษัทบางจาก และกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัทบางจากคอ์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) เปิดเผยถึงกรณีดังกล่าว ว่า เป็นเพียงความผิดพลาดทางเทคนิค โดยเทรดเดอร์บางรายกรอกแบบฟอร์มในใบกำกับการขนส่งน้ำมันผิดพลาด หรือ ไม่ครบถ้วน เนื่องจากในแบบฟอร์มมีช่องให้กรอกหลายช่อง จึงอาจเกิดข้อผิดพลาดได้ ซึ่งไม่ร้ายแรง ตามระเบียบการแจ้งข้อมูลผิดพลาดจะมีบทลงโทษปรับตามขั้นตอนทางกฎหมาย ยืนยันไม่ใช่การกักตุนน้ำมันหรือกระทำความผิดร้ายแรง และในอดีตกรุมธุรกิจพลังงานไม่เคยมีการกำหนดให้เขียนรายละเอียดยิบย่อยขนาดนี้จึงอาจทำให้เกิดความผิดพลาดได้ง่าย ยืนยันข่าวดังกล่าวไม่กระทบธุรกิจ

ทางด้านบริษัทไทยออยล์ จำกัด (มหาชน) บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน) ยืนยัน การดำเนินงานของโรงกลั่นมีระบบควบคุม ตรวจสอบ และบันทึกข้อมูลด้านการผลิต การจัดเก็บ และการส่งมอบน้ำมันเชื้อเพลิงตามมาตรฐานที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัด ทั้งนี้ ยังให้ความสำคัญกับการดำเนินธุรกิจด้วยความโปร่งใส รอบคอบ และอยู่ภายใต้หลักธรรมาภิบาลและการกำกับดูแลกิจการที่ดีมาโดยตลอด โดยในช่วงสถานการณ์วิกฤตที่ผ่านมา บริษัทฯ ยังคงดำเนินการผลิตและส่งมอบน้ำมันเชื้อเพลิงอย่างต่อเนื่อง เพื่อรองรับความต้องการใช้พลังงานของประเทศ และช่วยรักษาเสถียรภาพด้านพลังงานให้กับประชาชนและภาคเศรษฐกิจ โดยยึดมั่นในพันธกิจการเสริมสร้างความมั่นคงทางพลังงานของประเทศเป็นสำคัญสูงสุด บริษัทพร้อมให้ความร่วมมือกับกระทรวงพลังงาน กรมสอบสวนคดีพิเศษ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างต่อเนื่อง และเชื่อมั่นว่ากระบวนการตรวจสอบของภาครัฐจะดำเนินไปตามข้อเท็จจริง ด้วยความเป็นธรรม และคำนึงถึงประโยชน์สูงสุดของประเทศและประชาชน

เช่นเดียวกับ บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ จีซี ที่ยืนยันว่า ดำเนินธุรกิจโรงกลั่นขายน้ำมันสำเร็จรูปที่หน้าโรงกลั่นเท่านั้น โดยไม่มีสถานีบริการน้ำมัน และไม่มีระบบขนส่งในซัพพลายเชน โดยบริษัท ได้ให้ความร่วมมือกับภาครัฐอย่างเต็มที่ในการเข้าตรวจสอบ ให้ข้อมูล ปฏิบัติตามนโยบายภาครัฐ รวมทั้งดำเนินการตามกฎหมายและข้อกำหนดที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัดมาโดยตลอด ในช่วงวิกฤตตะวันออกกลาง บริษัทฯ ผลิต และจำหน่ายผลิตภัณฑ์ให้แก่ลูกค้าอย่างต่อเนื่อง เพื่อช่วยรักษาเสถียรภาพและความมั่นคงทางพลังงานของประเทศ ทั้งนี้ การดำเนินงานของโรงกลั่นมีระบบการควบคุม ตรวจสอบ และบันทึกข้อมูลการเข้า-ออกของน้ำมันตามมาตรฐานอุตสาหกรรมโรงกลั่นน้ำมัน บริษัทฯ ได้ดำเนินการกลั่นและส่งมอบน้ำมันออกจากโรงกลั่นตามแผนการขายและส่งมอบอย่างครบถ้วน และได้เปิดเผยข้อมูลให้แก่ภาครัฐที่เกี่ยวข้อง บริษัทยังได้ดำเนินการเกี่ยวกับใบกำกับการขนส่งน้ำมันให้สอดคล้องกับกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้เชื่อมั่นว่า บริษัทฯ ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการกักตุน หรือ การประวิงการจำหน่ายน้ำมันเชื้อเพลิงใด ๆ ทั้งสิ้น และขอยืนยันอีกครั้งว่า ได้ดำเนินธุรกิจตามหลักธรรมาภิบาล และพร้อมที่จะประสานงานและให้ข้อมูลเพิ่มเติมแก่ทางภาครัฐ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้แก่สังคมต่อไป

บริษัท ไออาร์พีซี จำกัด (มหาชน) หรือ IRPC ได้ออกแถลงการณ์ ย้ำจุดยืนการดำเนินธุรกิจด้วยธรรมาภิบาล พร้อมร่วมมือภาครัฐตรวจสอบข้อเท็จจริงเพื่อสร้างความเชื่อมั่นแก่สังคม และขอยืนยันว่า กระบวนการดำเนินงานของโรงกลั่นอยู่ภายใต้ระบบควบคุม ตรวจสอบ และบันทึกข้อมูลการรับเข้า–จ่ายออกน้ำมันตามมาตรฐานสากล สามารถตรวจสอบย้อนหลังได้อย่างโปร่งใส โดยในช่วงเวลาดังกล่าว บริษัทฯ ยังคงดำเนินการผลิตและส่งมอบน้ำมันเชื้อเพลิงจากคลังอย่างต่อเนื่อง สอดคล้องกับความต้องการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงภายในประเทศในช่วงเวลานั้น บริษัทให้ความสำคัญสูงสุดต่อหลักธรรมาภิบาล ความโปร่งใส และความรับผิดชอบต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกภาคส่วน พร้อมให้ความร่วมมือกับกระทรวงพลังงาน กรมสอบสวนคดีพิเศษ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างต่อเนื่อง เพื่อสนับสนุนการตรวจสอบข้อเท็จจริงให้เกิดความชัดเจน และสร้างความเชื่อมั่นต่อสังคมและประชาชนต่อไป

และบริษัท สตาร์ ปิโตรเลียม รีไฟน์นิ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ SPRC ระบุ บริษัทฯ พร้อมให้ความร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องในการให้ข้อมูลและรายละเอียด เพื่อประกอบการพิจารณาตามกระบวนการที่เกี่ยวข้อง โดยในช่วงสถานการณ์ดังกล่าว บริษัทฯ ยังคงดำเนินงานและบริหารจัดการการส่งมอบผลิตภัณฑ์อย่างต่อเนื่อง เพื่อรองรับความต้องการใช้พลังงานในประเทศอย่างเหมาะสม ทั้งนี้ บริษัทฯ เชื่อมั่นว่าการดำเนินการของภาครัฐจะเป็นไปตามข้อเท็จจริง กระบวนการทางกฎหมาย และหลักความเป็นธรรมต่อทุกฝ่าย

บริษัทฯ ยึดมั่นในการดำเนินธุรกิจภายใต้หลักธรรมาภิบาล ความโปร่งใส และการปฏิบัติตามกฎหมายและข้อกำหนดที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัด โดยมีมาตรการและกระบวนการภายในในการกำกับดูแลด้านการผลิต การบริหารจัดการผลิตภัณฑ์ และการจัดส่งตามมาตรฐาน

ดีเอสไอแถลงข่าวผลการตรวจสอบกรณีน้ำมันขาดแคลนรุนแรงที่สถานบริการน้ำมันในช่วงสงครามตะวันออกกลาง

ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม 2569 เว็บไซต์กรมสอบสวนคดีพิเศษ รายงานว่า พลตำรวจโท รุทธพล  เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม นายเอกนัฐ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน พันตำรวจตรี ยุทธนา แพรดำ อธิบดีกรมสอบสวนดคีพิเศษ พลตำรวจเอก ธัชชัย ปิตะนีละบุตร รองผู้บัญชาการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ผู้แทนกรมสรรพสามิต ผู้แทนกรมธุรกิจพลังงาน ผู้แทนกรมการค้าภายใน ร่วมกันแถลงข่าวผลการตรวจสอบกรณีน้ำมันขาดแคลนรุนแรงที่สถานบริการน้ำมันในช่วงสงครามตะวันออกกลาง  

โดยกรมสอบสวนคดีพิเศษได้มีผลการดำเนินการเกี่ยวกับคดีพิเศษตามมติคณะกรรมการคดีพิเศษ (กคพ.) กรณีความผิดทางอาญาที่เกี่ยวข้องกับน้ำมันเชื้อเพลิงตามนิยามกฎหมายว่าด้วยการค้าน้ำมันเชื้อเพลิงที่มีผลกระทบจากเหตุการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลางที่เกิดจากการกระทำของผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 7 หรือมาตรา 10 หรือผู้ค้าน้ำมันไม่ว่าจะจดทะเบียนตามกฎหมายหรือไม่ โดยทำเป็นขบวนการหรือมีความซับซ้อนหรือที่ก่อให้เกิดผลกระทบอย่างร้ายแรงต่อประชาชนหรือกระบวนการภาคอุตสาหกรรม ตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม 2569 เป็นต้นไป จนกว่าเหตุการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลางจะสงบ การดำเนินการที่สำคัญ ประกอบด้วย

1. กรณีตรวจสอบการบริหารจัดการน้ำมันเชื้อเพลิงของผู้ค้าน้ำมันรายหนึ่งในพื้นที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี

DSI ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่ตรวจสอบคลังน้ำมัน พบข้อมูลเกี่ยวกับปริมาณการรับการจำหน่าย และปริมาณน้ำมันคงคลังบางประเภทที่มีลักษณะแตกต่างจากภาวะการค้าปกติในช่วงเวลาเดียวกัน โดยเฉพาะการเพิ่มขึ้นของปริมาณน้ำมันคงคลังและการลดลงของการจำหน่ายน้ำมันบางชนิดในช่วงที่มีการปรับราคาน้ำมันต่อเนื่อง ทั้งนี้ พนักงานสอบสวนคดีพิเศษจะได้รวบรวมพยานหลักฐานเพื่อพิสูจน์ข้อกล่าวหาอีกประมาณ 10 วัน หากมีหลักฐานเพียงพอจะเรียกผู้ต้องหามารับทราบข้อกล่าวหา และเปิดโอกาสให้แก้ข้อหาต่อไป โดยพิจารณาว่าเข้าข่ายฝ่าฝืนกฎหมายว่าด้วยราคาสินค้าและบริการหรือไม่

2. กรณีการสอบสวนดำเนินคดีกับบริษัทผู้ค้าน้ำมันเชื้อเพลิงในจังหวัดอ่างทอง

มีการดำเนินคดีในความผิดเกี่ยวกับการปลอมปนน้ำมันและขายน้ำมันเกินราคาแล้ว หลังจากที่ได้สอบสวนขยายผล มีมูลน่าเชื่อว่าผู้ถือหุ้นและกรรมการของบริษัทผู้ค้าน้ำมันดังกล่าว อาจเป็นผู้แทนอำพรางหรือนอมินีของบริษัท พบการสั่งจ่ายเงินของบุคคลภายนอก น่าเชื่อว่าอยู่เบื้องหลังและเป็นผู้ประกอบการที่แท้จริงปัจจุบันอยู่ระหว่างเร่งรัดสอบสวนดำเนินการ

3. กรณีตรวจสอบเอกสารกำกับการขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิงของผู้ประกอบการบางราย

กรมธุรกิจพลังงานได้ตรวจสอบข้อมูลการนำส่งเอกสารกำกับการขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิงของผู้ค้าน้ำมันประเภทโรงกลั่นบางราย และพบข้อมูลที่อาจไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ของกฎหมายที่เกี่ยวข้อง จึงส่งเรื่องให้กรมสอบสวนคดีพิเศษดำเนินคดี จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่ามีโรงกลั่นขนาดใหญ่ ฝ่าฝืนประกาศของกรมธุรกิจพลังงานที่กำหนดให้การจัดทำใบกำกับต้องลงรายการให้ครบถ้วน แต่มีการไม่ลงรายการ เช่น เลขที่ใบกำกับ ซึ่งจะมีการสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานอีกระยะหนึ่ง จึงจะสามารถพิจารณาดำเนินคดีได้

4. กรณีตรวจสอบพฤติการณ์ประวิงการจำหน่ายน้ำมันในหลายพื้นที่

DSI อยู่ระหว่างวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกในพื้นที่จังหวัดขอนแก่น สระบุรี และสมุทรสาคร โดยตรวจสอบความสัมพันธ์ของปริมาณน้ำมัน เส้นทางรถบรรทุก และช่วงเวลาการส่งมอบน้ำมัน เพื่อพิจารณาว่ามีพฤติการณ์ที่อาจเข้าข่ายการประวิงการจำหน่ายสินค้าควบคุมหรือไม่

กรมสอบสวนคดีพิเศษยืนยันว่าจะดำเนินการด้วยความรอบคอบ โปร่งใส และเป็นธรรม ตามหลักนิติธรรม โดยคำนึงถึงสิทธิของทุกฝ่าย พร้อมบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อรักษาความเชื่อมั่นของประชาชนและเสถียรภาพด้านพลังงานของประเทศ

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท
โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต
สแกน QR Code เพื่อร่วมบริจาคเงินให้กับประชาไท
ติดตามประชาไท ได้ทุกช่องทาง