Skip to main content
sharethis
ระบบอ่านออกเสียงนี้ ใช้ฟังก์ชั่น Web Speech API / JavaScript ในเบราว์เซอร์

เปิดตัวผู้สมัคร ส.ก. ‘ทีมคนทำงาน' ยืนยันจุดยืนไม่อิงพรรคการเมือง พร้อมสนับสนุนว่าที่ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. ที่มีอุดมการณ์ตรงกัน - 'ชัยวัฒน์' นำเสนอนโยบายยกระดับศูนย์ฝึกอาชีพ กทม.แปลงโฉมเป็น BANGKOK STUDIO - 'อนุชา' ชี้คนตื่นตัวอยากเลือกตั้ง ไม่หวั่นแม้กระแสเป็นรอง เชื่อ 'ประชาธิปัตย์' ยังเป็นความหวังประชาชน - สวนดุสิตโพลสำรวจความนิยมเลือกตั้ง กทม. ครั้งที่ 2 ชี้ ‘ชัชชาติ’ คะแนนนำโด่ง ส่วน ส.ก. คน กทม.ส่วนใหญ่เลือกพรรคประชาชน

เมื่อวันที่ 23 พฤษภาคม 2569 ที่โรงงานยาสูบ นายดวงฤทธิ์ เบ็ญจาธิกุล ชัยรุ่งเรือง หัวหน้าทีมคนทำงาน เปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร สก.ของกลุ่ม 26 คน ชูสโลแกน "คนทำงาน ทำกรุงเทพฯ ให้เป็นไปได้" โดยกล่าวว่า ทีมคนทำงานคือคนกรุงเทพที่มาจากหลากหลายอาชีพ มารวมตัวกัน มีเป้าหมายเดียวกันคือ การทำงานแบบอิสระให้แก่คนกรุงเทพฯ โดยจะเริ่มจากการทำสิ่งที่ดีที่สุด คือ การวางระบบและการแก้ไขข้อบัญญัติกรุงเทพมหานครให้ตอบโจทย์ความต้องการของชาวกรุงเทพฯ

ส่วนจะสนับสนุนว่าที่ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม.คนใดนั้น นายดวงฤทธิ์ กล่าวว่า ได้คุยกันในกลุ่มว่าพร้อมจะสนับสนุนคนที่มีอุดมการณ์ตรงกันมีความมุ่งมั่นที่จะทำเพื่อเมืองเพื่อคนกรุงเทพฯ จริง สำหรับสัญญลักษณ์สีเขียวที่ใช้นั้นมาจากใจ เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า สีเขียวที่ใช้มีความใกล้เคียงกันอดีตผู้ว่าฯ ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ หรือไม่ นายดวงฤทธิ์ ย้อนถามว่า ใกล้หรือไม่ แต่ตนว่าสีนี้เป็นเอกลักษณ์และสวยดี

กรณีนายต่อศักดิ์ โชติมงคล อดีตประธานที่ปรึกษาของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ในยุคสมัยของ นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ได้เดินทางเข้าร่วมงานด้วยนั้น นายดวงฤทธิ์ กล่าวว่า นายต่อศักดิ์เป็นผู้ใหญ่ที่น่ารักที่มาช่วยส่งต่อองค์ความรู้ และประสบการณ์ทำงานใน กทม. ให้กับทีม สิ่งที่มุ่งมั่นตั้งใจทำ ถ้าคนกรุงเทพฯ เห็นเป็นเรื่องดี คงพร้อมสนับสนุน ไม่ว่าจะเป็นอดีตผู้ว่าฯ หรือใครที่อยากสนับสนุนให้การทำงานสำเร็จ ทั้งนี้ ขอยืนยันไม่ใช่เป็นพรรคการเมือง เป็นทีมอิสระ

'ชัยวัฒน์' นำเสนอนโยบายยกระดับศูนย์ฝึกอาชีพ กทม.แปลงโฉมเป็น BANGKOK STUDIO

วันเดียวกันนั้น (23 พ.ค.) นายชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร หรือ ดร.โจ ว่าที่ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม.พรรคประชาชน พร้อมด้วย นส.รักชนก ศรีนอก สส.บัญชีรายชื่อ นส.พลอย เตลาน ว่าที่ผู้สมัคร สก.เขตคลองเตย และนายนิธิกร บุญยกุลเจริญ ทีมนโยบาย กทม.พรรคประชาชน ลงพื้นที่จัดกิจกรรมบริเวณ จอห์นนี มาร์เก็ต เอกมัย เพื่อนำเสนอนโยบายด้านแรงงาน โดยชูแนวทางสร้างงาน สร้างอาชีพ ให้คนกรุงเทพเข้าถึงทักษะใหม่ งานใหม่ และโอกาสใหม่ ยกระดับศูนย์ฝึกอาชีพ กทม. เป็น BANGKOK STUDIO

นายชัยวัฒน์ กล่าวว่า กทม.ควรเป็นเมืองแห่งโอกาส ให้คนได้เติบโตไปข้างหน้า ตนอยากสร้างระบบให้คนกรุงเทพได้มีโอกาสใหม่ๆ ยกระดับรายได้ ซึ่ง BANGKOK STUDIO จะเป็นพื้นที่ให้คนได้มาเรียนรู้ทักษะใหม่ๆ และมีโอกาสได้งานทำ กทม.ควรสร้างโอกาสให้แก่คนไปพร้อมๆ กับยุคสมัยที่มีการเปลี่ยนแปลง

ด้าน นส.รักชนก กล่าวว่า นอกจากการยกระดับศูนย์ฝึกอาชีพ กทม.ให้มีทักษะหลากหลายแล้ว ยังจะเพิ่มบทบาทในการจับคู่ระหว่างคนที่มาฝึกอาชีพกับผู้ประกอบการที่ต้องการหาคนทำงาน รวมถึงการพัฒนาหลักสูตรร่วมกันเพื่อให้คนหางาน สามารถได้งานทันทีที่จบหลักสูตร

ขณะที่ นส.พลอย เตลาน กล่าวว่า ปัจจุบันคนที่เรียนจบมาแล้ว อาจไม่รู้จะไปเพิ่มทักษะใหม่ๆ จากที่ไหน ดังนั้นคนกรุงเทพควรได้โอกาสนั้นจาก กทม.

ในการจัดกิจกรรมดังกล่าว มีผู้ประกอบอาชีพต่าง ๆ เช่น วินจักรยานยนต์รับจ้าง ไรเดอร์ พนักงานขายประกัน ร่วมแสดงความเห็นเกี่ยวกับการเรียนรู้เพื่อพัฒนาทักษะต่างๆ เพิ่มเติมที่จะเป็นประโยชน์ในการประกอบอาชีพในอนาคต

'อนุชา' ชี้คนตื่นตัวอยากเลือกตั้ง ไม่หวั่นแม้กระแสเป็นรอง เชื่อ 'ประชาธิปัตย์' ยังเป็นความหวังประชาชน

ด้านนายอนุชา บูรพชัยศรี ว่าที่ผู้สมัครเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. พรรคประชาธิปัตย์ พร้อมด้วย นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรค นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ ที่ปรึกษาหัวหน้าพรรค นายกรณ์ จาติกวณิช รองหัวหน้าพรรค นายสกลธี ภัททิยกุล รองหัวหน้าพรรค ดูแลพื้นที่กรุงเทพมหานคร ลงสำรวจพื้นที่ย่านสุขุมวิทซอย 4 และบริเวณริมทางเท้าบนถนนสุขุมวิท ซอย 5-11 เมื่อวันที่ 23 พ.ค.

นายอนุชา กล่าวถึงกระแสความนิยมหลังเปิดตัวลงสมัครผู้ว่าฯ กทม. ซึ่งผลโพลยังเป็นรองว่า ไม่ว่าใครจะมีคะแนนนำ สุดท้ายแล้วอยู่ที่ประชาชนชาวกรุงเทพฯ ก่อนหน้าที่จะมีการเปิดตัว แคนดิเดตหลายคน คนกรุงเทพฯ ไม่มีความรู้สึกว่า อยากจะไปเลือกตั้ง แต่ไม่กี่วันที่ผ่านมาโพลออกมาว่าคนกรุงเทพฯ อยากไปเลือกตั้ง ซึ่งมีคะแนนค่อนข้างสูง ทำให้เห็นว่าเมื่อมีการเปิดตัว หรือนำเสนอตัวผู้สมัครมากขึ้นเรื่อยๆ ทำให้คนกรุงเทพฯ มีความหวังว่ากรุงเทพฯ สามารถเป็นได้มากกว่านี้ สามารถทำอะไรได้มากกว่านี้ ซึ่งพรรคประชาธิปัตย์ก็เป็นความหวังของประชาชนโดยตลอด คิดว่าการลงพื้นที่และการนำเสนอนโยบายในอนาคต บวกกับนโยบายของ สก. ในแต่ละเขตที่มีความแตกต่างกันแต่ละพื้นที่ ก็จะทำให้ประชาชนเห็นถึงความตั้งใจของพรรคประชาธิปัตย์

จากนั้นนายอภิสิทธิ์และนายอนุชา พร้อมคณะ ได้เดินสำรวจบริเวณทางเท้า ถนนสุขุมวิท โดยได้มีการพูดคุยสอบถามกับผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์รับจ้างถึงปัญหาราคาน้ำมัน ส่งผลกระทบต่อรายได้หรือไม่ รวมถึงสอบถามถึงการได้รับเงินเยียวยาจากรัฐบาลนี้ ซึ่งผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์รับจ้างตอบชัดเจนว่าได้รับผลกระทบ รายได้ลดลง แต่ยังพออยู่ได้ โดยมีรายได้เฉลี่ยวันละราว 500 บาท ส่วนเรื่องเงินเยียวยานั้น บางคนที่ลงทะเบียนทันก็ได้รับการเยียวยา

เมื่อเดินผ่านสายสื่อสารที่รกรุงรังและอยู่เหนือศีรษะไม่มาก นายอนุชา ระบุว่า เรื่องนี้เป็นปัญหาใหญ่ที่กรุงเทพฯ จะต้องเร่งดำเนินการแก้ไขเพื่อความปลอดภัยของผู้ใช้ถนน และเพื่อสร้างทัศนียภาพที่สวยงามให้กับกรุงเทพมหานคร

สวนดุสิตโพลสำรวจความนิยมเลือกตั้ง กทม. ครั้งที่ 2 ชี้ ‘ชัชชาติ’ คะแนนนำโด่ง

24 พฤษภาคม 2569 “สวนดุสิตโพล” มหาวิทยาลัยสวนดุสิต สำรวจความคิดเห็นของคนกรุงเทพฯ เฉพาะผู้มีสิทธิเลือกตั้ง เรื่อง “การเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.คนที่ 18 (ครั้งที่ 2)” กลุ่มตัวอย่าง จำนวน 1,179 คน (สำรวจทางออนไลน์และภาคสนาม) ระหว่างวันที่ 19-22 พฤษภาคม 2569 สรุปผลได้ ดังนี้

1. คุณลักษณะของผู้ว่าฯ กทม.ที่คนกรุงเทพฯ ต้องการมากที่สุดในสถานการณ์ปัจจุบัน
อันดับ 1 มีประสบการณ์ พร้อมทำงานทันที 36.39%
อันดับ 2 คนรุ่นใหม่ มีวิสัยทัศน์ใหม่ ๆ 21.37%
อันดับ 3 ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน (เช่น ผังเมือง ความปลอดภัย) 16.12%
อันดับ 4 นักบริหารมืออาชีพ 13.23%
อันดับ 5 ผู้นำในภาวะวิกฤต 8.31%

2. คนกรุงเทพฯ อยากให้ใครเป็นผู้ว่าฯ กทม.คนต่อไป
อันดับ 1 ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ 57.68%
อันดับ 2 ชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร 17.90%
อันดับ 3 คมสัน พันธุ์วิชาติกุล 4.75%
อันดับ 4 มัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข 2.70%
อันดับ 5 อนุชา บูรพชัยศรี 1.87%
อันดับ 6 มล.กรกสิวัฒน์ เกษมศรี 1.53%
ยังไม่ตัดสินใจ 13.57%

3. คนกรุงเทพฯ คิดว่าจะเลือก สก. จากพรรคใด
อันดับ 1 พรรคประชาชน 35.20%
อันดับ 2 ผู้สมัครอิสระ 26.55%
อันดับ 3 พรรคเพื่อไทย 7.46%
อันดับ 4 พรรคประชาธิปัตย์ 6.45%
อันดับ 5 พรรคภูมิใจไทย 1.18%
อันดับ 6 พรรคอื่น ๆ 0.34%
ยังไม่ตัดสินใจ 22.82%

4. หลังจากได้ผู้ว่าฯ กทม.คนใหม่ คนกรุงเทพฯ คิดว่า กทม.จะเป็นอย่างไร 
อันดับ 1 ดีขึ้น 78.03%
อันดับ 2 เหมือนเดิม 21.54%
อันดับ 3 แย่ลง 0.43%

“กรุงเทพบินได้” ลุยสยาม เปิดนโยบายช่วยไรเดอร์ ปล่อยกู้ดอกต่ำ-ลดค่าหักแอปเหลือ 5% ตั้งสำนักงานจัดหาคู่คนกรุง

24 พฤษภาคม 2569 นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ ประธานที่ปรึกษากลุ่ม “กรุงเทพบินได้” พร้อมด้วยนายภาสพงศ์ ไชยวิริญะวาณิชย์ ผู้สมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ในนามกลุ่มกรุงเทพบินได้ และทีมรองผู้ว่าฯ ลงพื้นที่บริเวณสยามพารากอน และสยามสแควร์ เพื่อพบปะประชาชนและนำเสนอนโยบายแก้ปัญหาปากท้องคนกรุงเทพฯ นายภาสพงศ์ เปิดเผยว่า กลุ่มกรุงเทพบินได้มีนโยบายสำคัญในการแก้ปัญหาการจราจร มลพิษฝุ่น PM 2.5 และปัญหาค่าครองชีพ โดยเฉพาะการช่วยเหลือกลุ่มไรเดอร์ ผู้ค้าหาบเร่แผงลอย และแรงงานนอกระบบ ผ่านมาตรการค้ำประกันสินเชื่อ เพื่อให้เข้าถึงแหล่งทุนได้ง่ายขึ้น พร้อมขอให้ประชาชนพิจารณาสนับสนุนกลุ่มกรุงเทพบินได้ในการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.ครั้งนี้

ด้านนายมงคลกิตติ์ กล่าวว่า ขณะนี้กลุ่มไรเดอร์ได้ร้องเรียนปัญหาถูกแพลตฟอร์มหักค่ารอบส่งสูงถึง 25-40% จึงมีแนวคิดผลักดันพัฒนาแอปพลิเคชัน TEM7 เพื่อช่วยลดภาระค่าธรรมเนียม โดยตั้งเป้าหักค่าใช้จ่ายเพียงประมาณ 5% เท่านั้น เพื่อช่วยให้ไรเดอร์มีรายได้เพิ่มขึ้น นอกจากนี้ ยังมีแนวคิดปล่อยสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำให้กับวินรถจักรยานยนต์ ตุ๊กตุ๊ก และผู้ขับขี่รถสาธารณะ ที่มีประมาณ 170,000 คนวงเงินคนละ 50,000 บาท อัตราดอกเบี้ยประมาณ 2-3% ต่อปี โดยใช้กรุงเทพมหานครเป็นผู้ค้ำประกัน เพื่อช่วยเสริมสภาพคล่องในช่วงเศรษฐกิจชะลอตัว

ขณะเดียวกัน ยังมีนโยบายช่วยเหลือผู้ค้าหาบเร่แผงลอย ด้วยการปล่อยกู้ดอกเบี้ยต่ำเช่นเดียวกัน เพื่อป้องกันการกู้หนี้นอกระบบ พร้อมเปิดเผยว่า ขณะนี้กลุ่มกรุงเทพบินได้มีนโยบายรวมกว่า 30 นโยบาย หนึ่งในนโยบายที่ถูกพูดถึง คือ แนวคิดจัดตั้ง “สำนักงานจัดหาคู่” สำหรับคนกรุงเทพฯ เพื่อช่วยให้คนโสดมีโอกาสพบคู่ ผ่านระบบจับคู่ด้วย AI โดยจะมีสำนักงานประจำเขตต่างๆ ทำหน้าที่ประสานข้อมูลและนัดหมายพบปะกัน นายมงคลกิตติ์ ยังกล่าวถึงการบริหารงบประมาณของกรุงเทพมหานคร ที่มีวงเงินรวมกว่า 120,000 ล้านบาท โดยระบุว่าจะตรวจสอบโครงการจัดซื้อจัดจ้างต่างๆ อย่างละเอียด เพื่อลดงบประมาณที่เกินความจำเป็นและปัญหาคอร์รัปชัน ก่อนนำงบประมาณส่วนดังกล่าวมาพัฒนาสวัสดิการประชาชน อีกหนึ่งนโยบายสำคัญ คือ การสนับสนุนค่าใช้จ่ายด้านการศึกษาให้เด็กอายุ 0-18 ปี มีประมาณ 900,000 คน โดยเสนอจ่ายเงินช่วยเหลือวันละ 100 บาท ในวันที่ไปโรงเรียน หรือเฉลี่ยเดือนละประมาณ 2,000 บาท เพื่อช่วยลดภาระผู้ปกครองในกรุงเทพฯ

นายมงคลกิตติ์ ยังมีแนวคิดปรับปรุงภูมิทัศน์เมือง ทั้งการจัดระเบียบสายไฟ สายสื่อสาร การพัฒนาคลองแสนแสบ คลองเปรมประชากร และคลองสายต่างๆ ให้สะอาดมากขึ้น เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนนอกจากนี้ยังเสนอแนวคิดศึกษาแนวทางจัดเก็บ “ค่าเหยียบแผ่นดิน” จากนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ากรุงเทพมหานคร ผ่านสนามบินสุวรรณภูมิและดอนเมือง เพื่อนำรายได้กลับมาพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่ทั้งนี้ในช่วงเย็นจะลงพื้นที่บริเวณ สามย่านมิตรทาวน์ และเซ็นทรัลเวิลด์ ส่วนวันพรุ่งนี้ทีมกรุงเทพบินได้เตรียมเดินสายพบประชาชนในพื้นที่โรงเรียนบดินทรเดชา, เดอะมอลล์บางกะปิ และตลาดบางกะปิต่อเนื่องในวันพรุ่งนี้ เพื่อรับฟังปัญหาและนำเสนอนโยบายเพิ่มเติมต่อไป

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าบรรยากาศการลงพื้นที่บริเวณพารากอน และสยามสแควร์ ได้รับความสนใจจากกลุ่มวัยรุ่นโดยเฉพาะนักเรียนนักศึกษาที่เข้ามาขอถ่ายรูปกันจำนวนมาก บางรายเข้ามาขอทำคอนเทนต์ด้วยกันโดยให้ทำท่าแมวเหมียว และมีเด็กเข้ามาสอบถามว่าจะมีไดโนเสาร์เมื่อไหร่ และอยากให้ส่งคนไปดาวอังคาร

ที่มาเรียบเรียงจากสำนักข่าวไทย [1] [2] [3] [4]


 

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท
โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต
สแกน QR Code เพื่อร่วมบริจาคเงินให้กับประชาไท
ติดตามประชาไท ได้ทุกช่องทาง