Skip to main content
sharethis
ระบบอ่านออกเสียงนี้ ใช้ฟังก์ชั่น Web Speech API / JavaScript ในเบราว์เซอร์

พรรคประชาชนเปิดตัว 'สุรพล นิติไกรพจน์' นั่งประธานที่ปรึกษายุทธศาสตร์ทีมผู้ว่าฯ กทม. ด้านชัชชาติ เปรยไม่กังวลถูกดึงคะแนน มีทีมงานหลายสาขาที่ช่วยทำงานมากว่า 4 ปีสนับสนุน

 

2 มิ.ย. 2569 ทีมสื่อพรรคประชาชน รายงานวันนี้ (2 มิ.ย.) พรรคประชาชน เปิดเผยรายชื่อทีมบริหารผู้ว่าประชาชนแบบครบทีม โดยมี ศ.ดร. สุรพล นิติไกรพจน์ อดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ดำรงตำแหน่งเป็นประธานที่ปรึกษายุทธศาสตร์ หลังจากเมื่อวันที่ 5 พ.ค.ที่ผ่านมาได้มีการเปิดตัวทีมบริหารไปแล้ว 7 คน ซึ่งมีทั้งบุคลากรในพรรค รวมถึงบุคลากรนอกพรรค เช่น ศ.อมร พิมานมาศ นายกสมาคมวิศวกรโครงสร้างแห่งประเทศไทย และ นพ.ไพโรจน์ บุญสิริคำไชย อดีตรองเลขาธิการสภาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ

พิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ เลขาธิการพรรคประชาชน เปิดเผยว่า การเชิญ ศ.สุรพล มาเป็นประธานที่ปรึกษายุทธศาสตร์ของทีมผู้ว่าประชาชน เกิดจากพรรคเล็งเห็นว่า ศ.สุรพล นอกจากจะเป็นนักกฎหมายมหาชนระดับครู มีส่วนให้คำปรึกษากฎหมายหลายฉบับที่เกี่ยวข้องกับการกระจายอำนาจและการจัดระเบียบบริหารราชการ กทม. ศ.สุรพล ยังเป็นผู้มีประสบการณ์ในส่วนราชการ กทม. เคยได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งประธานกรรมการ (ประธานบอร์ด) บริษัท กรุงเทพธนาคม จำกัด ซึ่งเป็นวิสาหกิจของกรุงเทพมหานคร ที่ กทม. ถือหุ้น 99.98% เป็นหน่วยงานที่ กทม. ใช้ในการดำเนินโครงการสาธารณูปโภคขนาดใหญ่ที่ไม่สามารถขับเคลื่อนด้วยระบบราชการปกติได้คล่องตัวนัก เช่น โครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียว, การจัดการขยะมูลฝอยและสิ่งแวดล้อม, โครงการนำสายสื่อสารลงใต้ดิน และการบริหารจัดการเดินเรือสาธารณะ  

ดังนั้น หากชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร หรือ ดร.โจ ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. เบอร์ 10 ได้รับโอกาสให้เข้าไปบริหารกรุงเทพฯ ก็จะได้มีผู้เชี่ยวชาญที่คร่ำหวอดกับงานบริหารกลไกราชการ กทม.คอยให้คำปรึกษา เพื่อการบริหารที่มีประสิทธิภาพ และมีข้อมูลช่องโหว่ข้อผิดพลาดของการบริหารในอดีต เพื่อจะนำมาพัฒนาต่อไปได้ทันทีโดยไม่ต้องเสียเวลาเรียนรู้ใหม่

ในวันเดียวกัน ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้สมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ปี 2569 ให้ความเห็นเรื่องนี้ว่า ก็ดี เนื่องจาก สุรพล เป็นคนที่มีประสบการณ์ใน กทม.เยอะ ปัจจุบันเป็นนายกสภามหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยของ กทม. หากดูตามระเบียบจริยธรรมก็ไม่ได้ห้ามเป็นกลางทางการเมือง ซึ่งแล้วแต่วิจารณญาณของ สุรพล ถ้าหากจะอยากช่วย ให้ข้อมูลและอธิบายประเด็นต่างๆ และถ่ายทอดความรู้เกี่ยวกับการบริหารงาน กทม.ให้ประชาชนเข้าใจได้มากขึ้น

เมื่อถามว่ามีความกังวลหรือไม่ว่าจะถูกดึงคะแนนเสียงไป ชัชชาติ กล่าวว่า ไม่มีความกังวลเนื่องจากเจอกันบ่อย และสุรพล ก็อยู่มานานหลายสมัย มีความรู้ มองว่าดีแล้วจะได้ช่วยกันยิ่งมีคนช่วยกันเยอะๆ ก็จะยิ่งดี

ต่อกรณีที่สื่อถามว่ากลยุทธ์ของพรรคประชาชนมีการเปิดทีมบริหาร ทีมที่ปรึกษาครบทุกด้าน ทางทีมชัชชาติจะมีการเปิดตัวหรือไม่ ชัชชาติ กล่าวว่า จริงๆ เรามีทุกด้านเพราะทำงานมา 4 ปี มีผู้เชี่ยวชาญจากหลากหลายภาคส่วนร่วมให้คำปรึกษาครบถ้วน และมีทยอยเปิดไป แต่ส่วนใหญ่ถ้าอยู่ในวงการก็จะรู้ว่าใครที่มาช่วยเราอยู่บ้าง และผลงานพูดเสมอว่าผลงานไม่ใช่ของตนเองคนเดียว แต่เป็นผลงานของทีม และทีมก็มาจากทุกมิติ เพราะเรามีคนช่วยเป็นร้อยคนในทุกสาขา

ส่วนจะมีการเปิดตัวทีมรองผู้ว่าฯ กทม.เลยหรือไม่ ชัชชาติ กล่าวว่า "ยัง" เพราะทุกคนก็ช่วยกันหมด และเห็นอยู่แล้วเวลาเดินหาเสียง เราไม่ได้มาคนเดียวเพราะมาเป็นทีมทั้งภาคเอกชน ภาคประชาชนก็ช่วยกัน

ดร.โจ ยันสุรพล เปลี่ยนไปแล้ว หลังทราบความเลวร้านของ รปห. 

ในวันเดียวกัน มติชนออนไลน์ รายงานวันนี้ (2 มิ.ย.) สัมภาษณ์ ชัยวัฒน์ สถาวรวิจิต ผู้สมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ถึงกรณีกระแสต่อต้านการแต่งตั้งสุรพล เป็นประธานที่ปรึกษายุทธศาสตร์ทีมผู้ว่าฯ กทม. ของพรรคประชาชน 

ชัยวัฒน์ ระบุว่า ฟีดแบ๊กเรื่องนี้น่าจะมีทั้ง 2 ด้าน คือ กลุ่มคนที่อาจจะไม่ค่อยเห็นด้วย ก็อาจจะมองในอดีตของสุรพล ก็ต้องบอกว่างานการเมืองของพรรคประชาชน ตั้งแต่อนาคตใหม่ มาเป็นก้าวไกล จนมาถึงพรรคประชาชน จุดมุ่งหมายคืออยากเปลี่ยนคนที่เห็นต่างจากเรา ให้เห็นด้วยกับเรา เป็นผู้สนับสนุนเรา ผลักดันวาระทางสังคม ให้ประเทศเป็นสังคมที่ก้าวหน้า เป็นหลักการและเป้าหมายที่เราทำมาตลอด 

ชัยวัฒน์ กล่าวว่า สุรพล ก็เป็นอีกหลายๆคน ที่ในอดีตอาจจะมีบทบาททำงานเกี่ยวกับตัวประยุทธ์ ทำให้มีภาพแบบนั้น เป็นภาพที่เกิดขึ้นในอดีต แต่เมื่อรับรู้ถึงผลร้ายของรัฐประหาร ท่านก็เปลี่ยนแปลงความคิด ตอนนี้ก็มาสนับสนุนพรรคประชาชน สนับสนุนเราตั้งแต่เป็นพรรคก้าวไกล ตั้งแต่มีคดีที่ศาลรัฐธรรมนูญ ท่านก็เป็นคนหนึ่งที่กล้ามาเป็นพยานในคดียุบพรรคก้าวไกล

ต่อกรณีที่สื่อถามว่าตัดสินใจนานไหม ที่ดึงสุรพล มาร่วมงาน ชัยวัฒน์ กล่าวว่าพูดคุยกันมานานแล้ว มีการทำงานร่วมกัน พูดคุยกันมาตลอด แต่จังหวะเปิดตัวก็เป็นจังหวะนี้ เป็นช่วงที่อาจารย์เคลียร์เรื่องงาน ก็เป็นจังหวะ

เมื่อสื่อถามว่ากังวลกระทบฐานเสียง ชัยวัฒน์ กล่าวว่าก็เป็นเรื่องที่เราต้องสร้างความเข้าใจ ไม่ว่าจะเป็นจากฝ่ายพรรคประชาชนเอง ที่ต้องการเป็นพรรคมวลชนดึงคนเห็นต่างจากเรา มาเป็นพวกเดียวกับเรา ถ้าสำเร็จในการขับเคลื่อนเรื่องนี้ได้ การทำงานการเมืองก็จะประสบความสำเร็จมากขึ้น ฐานเสียงจะกว้างขึ้น แต่ก็เป็นสิทธิ์ของอ.สุรพล ที่จะออกมาสื่อสารกับเรื่องที่สังคมวิพากษ์วิจารณ์อย่างไร 

ช่วงที่ผ่านมา พรรค ปชน.โดนวิจารณ์หลายเรื่อง ทั้งในเรื่องไอโอ และสุรพล เรื่องนี้กระทบมากหรือไม่  ชัยวัฒน์ กล่าวว่าไม่ใช่เรื่องใหม่ เคยพูดกันเรื่องนี้ ก็ยืนยันว่าเราไม่มีไอโอ และจะไม่มีอีกต่อไป อิสระของการแสดงความคิดเห็นก็เป็นปัจเจกบุคคล ธิษะณา ก็มีวิจารณญาณที่จะตัดสินได้

ต่อที่สื่อถามว่าจะบริหารความรู้สึกของผู้สนับสนุนอย่างไร ชัยวัฒน์ กล่าวว่าเป็นเรื่องความคาดหวังของประชาชน และกระแสในโลกออนไลน์ มันก็มีความผันผวนเปลี่ยนแปลงที่ค่อนข้างเร็วกว่ากระแสในโลกความเป็นจริง เราก็พร้อมน้อมรับคำวิพากษ์วิจารณ์ อะไรที่เป็นข้อเท็จจริงก็พร้อมรับฟัง ปรับเปลี่ยน อะไรเป็นข่าวลวง ข่าวเท็จ ที่เกิดขึ้นบ่อยและง่ายมากก็ต้องออกมาชี้แจงข้อเท็จจริงของให้ประชาชนที่สนับสนุนเรามีวิจารณญาณ ในการตัดสินข้อมูลข่าวสาร

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท
โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต
สแกน QR Code เพื่อร่วมบริจาคเงินให้กับประชาไท
ติดตามประชาไท ได้ทุกช่องทาง