Skip to main content
sharethis
ระบบอ่านออกเสียงนี้ ใช้ฟังก์ชั่น Web Speech API / JavaScript ในเบราว์เซอร์

หลังจากที่มาดากัสการ์มีการรัฐประหารเมื่อปีที่แล้ว ก็มีความร่วมมือด้านความมั่นคงกับรัสเซียมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการส่งมอบอาวุธหรือการฝึกทหารร่วมกันกับกองกำลัง 'แอฟริกาคอร์ปส์' รวมถึงมีสัญญาณว่านอกจากเรื่องความมั่นคงแล้วรัสเซียกำลังแผ่ขยายอิทธิพลไปยังมาดากัสการ์ในด้านอื่นๆ ด้วย เป้าหมายของรัสเซียคืออะไรกันแน่

 

นับตั้งแต่ มาดากัสการ์มีการก่อรัฐประหารโดยกองทัพ เมื่อเดือน ตุลาคม 2025 ก็มีการกระชับความสัมพันธ์แน่นแฟ้นขึ้นกับรัสเซีย โดยที่ผู้นำคนใหม่คือ ประธานาธิบดี มิคาเอล รันเดรียนิรินา ได้เดินทางไปที่มอสโกเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา นับเป็นการเดินทางเยือนอย่างเป็นทางการครั้งแรกของผู้นำมาดากัสการ์ในรอบ 50 ปี

รันเดรียนิริกา เปิดเผยว่าคณะกรรมการกองทัพจะเป็นรัฐบาลชั่วคราวของประเทศหลังการรัฐประหาร โดยที่พวกเขาจะทำงานควบคู่ไปกับรัฐบาลเปลี่ยนผ่านก่อนที่จะมีการเลือกตั้งใหม่ในอีก 2 ปีข้างหน้า

หลังจากที่ รันเดรียนิริกา ยึดอำนาจเขาก็ประกาศว่าทำในสิ่งที่เรียกว่าเป็นการ "วางรากฐานใหม่" เปรียบได้กับเป็นการ "รีเซ็ต" ระบบ โดยที่ รันเดรียนิริกา อ้างว่าเป้าหมายของเขาคือการฟื้นคืนอำนาจรัฐ ต่อสู้กับการคอร์รัปชัน และฟื้นฟูความเชื่อมั่นของประชาชน

ในช่วงที่รันเดรียนิริกาเยือนรัสเซีย เขาได้กล่าวเน้นย้ำเรื่องความมุ่งหวังของประเทศในการที่จะปฏิสัมพันธ์กับหลายชาติ ถ้าหากการปฏิสัมพันธ์นั้นๆ เป็นแบบต่างฝ่ายต่างได้ รวมถึงการปฏิสัมพันธ์กับกลุ่มประเทศตลาดเกิดใหม่ขนาดใหญ่ BRICS ที่มีบราซิล จีน รัสเซีย อินเดีย แอฟริกาใต้ และประเทศอื่นๆ เป็นสมาชิก

สิ่งที่เกิดขึ้นแล้วคือความร่วมมือกับรัสเซียในเรื่องความมั่นคง โดยที่ทางการรัสเซียได้จัดหาอาวุธยุทโธปกรณ์ให้มาดากัสการ์และส่งตัวแทนไปซ้อมรบร่วมกับพวกเขา

นอกจากนี้ยังมีการวางแผนที่จะเพิ่มความร่วมมือกันในด้านอื่นๆ ระหว่างสองประเทศนี้ เช่น เรื่องการเกษตร ที่มาดากัสการ์มีโครงการปุ๋ยและเมล็ดพันธุ์จากรัสเซีย ส่วนรัสเซียก็ต้องการทรัพยากรแร่ของมาดากัสการ์

รัสเซียส่งอาวุธให้มาดากัสการ์-ฝึกทหารแอฟริกาคอร์ป

ตั้งแต่เดือนเมษายนที่ผ่านมา รัสเซียได้ทำการส่งอาวุธเข้าไปให้กับมาดากัสการ์ ไม่ว่าจะเป็น ยานเกราะสู้รบกับทหารราบ BMP-3 เป็นจำนวน 2 คัน และอุปกรณ์ป้องกันอีกหลายชิ้น โดยมีการจัดพิธีส่งมอบที่ค่ายทหารอิวาโตของมาดากัสการ์

สถานทูตรัสเซียระบุว่าพวกเขายังได้ส่ง "อาวุธขนาดเล็ก" ไปยังมาดากัสการ์ โดยให้เหตุผลว่าอาวุธยุทโธปกรณ์เหล่านี้จะนำไป "เสริมความเข้มแข็งให้กับการป้องกันประเทศ(ของมาดากัสการ์) และเพื่อพัฒนาศักยภาพของกองทัพแห่งชาติ"

นี่เป็นสัญญาณที่แสดงให้เห็นว่ามาดากัสการ์กับรัสเซียกำลังสานความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นขึ้น โดยทั้งสองชาติเริ่มสานสัมพันธ์กันจนนำมาสู้ส่งกำลังพลและอาวุธยุทโธปกรณ์ช่วยเหลือมาตั้งแต่เมื่อเดือน ธันวาคม 2025 แล้ว และมีการลำเลียงด้วยเครื่องบินที่ถูกคว่ำบาตรจากสหรัฐฯ ด้วยคือ เครื่องบิน RA-86572 โดยมีการนำเครื่องบินลำนี้ลงจอดที่ท่าอากาศยานนานาชาติ อันทานานาริโว-อิวาโต ของมาดากัสการ์

เครื่องบินลำดังกล่าวมีการลำเลียงบุคลากรตัวแทนจากรัสเซีย 40 ราย นอกจากนี้ยังมีอาวุธต่างๆ เช่น ปืนไรเฟิลจู่โจม โดรน Boomerang ที่ผลิตโดยรัสเซีย และเครื่องควบคุมโดรน

เรื่องที่ทำให้เกิดการวิพากษ์วิจารณ์คือ มีการให้รองผู้นำฝ่ายข่าวกรองของรัสเซียคือ อันเดร เอเวอริยานอฟ เป็นตัวแทนเดินทางไปยังมาดากัสการ์ด้วย

สาเหตุที่ทำให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์เป็นเพราะว่า เอเวอริยานอฟ ถูกกล่าวหาว่าเป็นผู้บัญชาการ 'แอฟริกาคอร์ปส์' ซึ่งเป็นกลุ่มกองกำลังกึ่งทหารที่รับไม้ต่อจากกลุ่มทหารรับจ้างแวกเนอร์

มีการประกาศว่า ผู้แทนจากรัสเซียเดินทางเยือนมาดากัสการ์เพื่อ "ซ้อมรบกองทัพมาดากัสการ์" โดยมีภาพออกมาในวันเดียวกันกับที่ประกาศ แสดงให้เห็นผู้ฝึกสอนชาวรัสเซียอยู่ในภาพเดียวกับ โดรน ปินไรเฟิลจู่โจม และปืนสไนเปอร์ โดยที่ประธานาธิบดีมาดากัสการ์บอกว่ามีผู้ฝึกสอนจากรัสเซียกระจายไปตามที่ต่างๆ ทั่วประเทศ 140 ราย

รัสเซียมีสื่อของตัวเองที่เรียกว่า African Initiative ที่วางตัวเองเป็น "ข้อมูลเชื่อมโยง" ระหว่างรัสเซียกับแอฟริกา สื่อแห่งนี้รายงานเรื่องการซ้อมรบระหว่างแอฟริกันคอร์ปส์กับกองทัพมาดากัสการ์โดยแบ่งออกเป็นหลายเฟส มีตั้งแต่การฝึกซ้อมเบื้องต้น การฝึกซ้อมอย่างละเอียดเกี่ยวกับวิศวกรรมการทหาร การใช้ปืนไรเฟิลจู่โจมกับปืนสไนเปอร์ การซ้อมทีมลาดตระเวณ และการซ้อมทีมควบคุมโดรนโจมตี

รันเดรียนิริกาบอกว่าการซ้อมรบเหล่านี้เป็นไปเพื่อการเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับกองทัพมาดากัสการ์ มีเป้าหมายหลักคือ "การป้องกันตนเอง" และเป้าหมายต่อมาคือการ "ต่อสู้กับกลุ่มโจรปล้นวัวเซบู" ที่ทางตอนใต้และตะวันตกของประเทศ

มอบรถบรรทุกกับเฮลิคอปเตอร์ 'เพื่อการช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม' หรือมีเหตุผลอื่นแฝง

หลังจากที่มีเหตุพายุไซโคลนฟิติยาถล่มมาดากัสการ์ รัสเซียก็ได้ส่งรถบรรทุกและเฮลิคอปเตอร์ให้กับมาดากัสการ์เป็นการเพิ่มเติม โดยอาศัยเครื่องบิน Il-76 กับ An-124 ของกระทรวงกลาโหมและการทรวงสถานการณ์ฉุกเฉินของรัสเซีย

สิ่งที่รัสเซียส่งไปกับพัสดุด้วยคือรถบรรทุก KamAZ และเฮลิคอปเตอร์ Mi-8 นอกจากนี้ยังมีการส่งอาหารเพื่อบรรเทาทุกข์ไปด้วยในช่วงระหว่างวันที่ 18 กับ 21 กุมภาพันธ์ แต่ในช่วงเวลาเดียวกันนั้นเอง เมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ ประธานาธิบดีของมาดากัสการ์ ก็ได้รับเกียรติไปเยือนกรุงมอสโกเพื่อพบปะกับวลาดิเมียร์ ปูติน เพื่อหารือกันเรื่อง "ยุคสมัยใหม่ของความร่วมมือ" กับรัสเซีย

รันเดรียนิริกาแถลงเกี่ยวกับเรื่องนี้ว่า มีการวางกำลังยานยนต์เหล่านี้เพื่อช่วยลำเลียงความช่วยเหลือทางมนุษยธรรมในโทอามิสินาและพื้นที่ห่างไกล จากนั้นก็จะส่งต่อให้กับหน่วยงานความมั่นคงเพื่อใช้ต่อสู้กับอาชญากรรมและสิ่งที่เป็นปัญหาต่อความมั่นคงต่อไป

อีวาน คลิสซิซ นักวิจัยจากศูนย์นานาชาติเพื่อการป้องกันประเทศและความมั่นคงจากเอสโทเนีย วิเคราะห์ว่า การช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมจากรัสเซียในครั้งนี้นับเป็นเครื่องมือที่รัฐบาลจะใช้สร้างภาพลักษณ์ให้ตัวเองได้ว่าพวกเขาได้ทำอะไรเพื่อประชาชน

กลัวรัฐประหารซ้อน?

มีข้อสังเกตุจากสื่อและนักวิเคราะห์ว่า รัสเซียดูจะเปิดเผยเรื่องสิ่งที่ตัวเองส่งไปยังมาดากัสการ์ แต่ก็กลับไม่ค่อยมีความโปร่งใสในเรื่องกระบวนการ เช่น เรื่องที่ว่ารัสเซียคุ้มกันบุคลากรของตัวเองในมาดากัสการ์ยังไง

สื่อ Le Monde เปิดเผยว่า "ทหารรับจ้าง" จากแอฟริกาคอร์ปส์ได้ "ให้การคุ้มกันอย่างใกล้ชิด" ต่อประธานาธิบดีเปลี่ยนผ่านและประธานสภาของมาดากัสการ์ มีหลักฐานมาจากภาพถ่ายโซเชียลมีเดียที่แสดงให้เห็นประธานสภาห้อมล้อมด้วยทหารรับจ้างรัสเซียในชุดขาว เรื่องนี้ส่งผลให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ตามมาว่าเจ้าหน้าที่ทางการมาดากัสการ์ไม่เชื่อมั่นในกองทัพของตัวเอง

เทียร์รี เวอร์คูลอน ผู้ช่วยนักวิจัยจากสถาบันความสัมพันธ์ระหว่างประเทศของฝรั่งเศส IFRI ศูนย์แอฟริกาทางใต้ของทะเลทรายซาฮารา วิเคราะห์ว่า เหตุผลที่แท้จริงที่ผู้นำคณะรัฐประหารของมาดากัสการ์เชิญหน่วยทหารรับจ้างแอฟริกาคอร์ปส์เข้าประเทศ น่าจะเป็นเพราะต้องการการคุ้มกันความปลอดภัยให้ตัวเอง เพราะ "เขากลัวว่าจะเกิดการรัฐประหารซ้อน"

ภาคประชาสังคมก็ได้ประณามเรื่องการขาดความโปร่งใสและการลิดรอนเสรีภาพหลังการรัฐประหาร นอกจากนี้ องค์กรแอมเนสตี อินเตอเนชันแนล ก็ได้เตือนเรื่อง "การจับกุมคุมขังโดยพลการ" ที่เกิดขึ้นในมาดากัสการ์ ส่งผลให้ผู้คนพากันกังขาต่อเรื่องการเพิ่มความร่วมมือกับรัสเซี

เช่น มีคำถามจากประชาชนมาดากัสการ์แบบเดียวกับนักวิเคราะห์ว่า ทำไมผู้นำถึงอาศัยกำลังทัพจากทหารรับจ้างรัสเซียแทนที่จะเป็นกองทัพของตัวเอง และปัญหาที่เกิดขึ้นกับประชาชนมาดากัสการ์คือปัญหาเรื่องการเข้าถึงน้ำและไฟฟ้า

โฮนี ราเดิร์ต องค์กร The Collective of Citizens and Civic Organisations (CCOC) ได้เรียกร้องให้มีความโปร่งใสมากขึ้นเกี่ยวกับเรื่องนี้ โดยบอกว่า "พวกเราไม่เข้าใจการปรับโครงสร้างเป็นแบบทหารเช่นนี้เลย" โดยมีคำถามว่า มีอะไรที่ให้ความชอบธรรมกับการปรับโครงสร้างเช่นนี้ เรื่องนี้เป็นสิ่งที่มีความสำคัญก่อนหน้าอย่างอื่นหรือไม่ ทั้งๆ ที่ประชาชนมาดากัสการ์ต้องการการพัฒนาในด้านอื่นๆ ก่อน อีกทั้งยังไม่มีคำอธิบายที่ชัดเจนว่าทำไมถึงมีกองกำลังจากรัสเซียมาที่มาดากัสการ์

เซตา เดรา ผู้ประสานงานทั่วไปจากสมาคม Liberty 32 กล่าวว่าการกระทำของคณะรัฐประหารมาดากัสการ์กับรัสเซียนั้นเป็น "ความร่วมมือที่ไม่โปร่งใส" ในขณะที่การสร้างความร่วมมือกันระหว่างประเทศย่อมเป็นเรื่องที่ทำได้ แต่การตกลงกันระหว่างประเทศควรจะมีความโปร่งใส เรื่องนี้จึงน่ากังวลเพราะไม่รู้ว่ารัสเซียต้องการอะไรตอบแทนจากการที่พวกเขาบริจาคให้มาดากัสการ์ และอาวุธต่างๆ ที่มาดากัสการ์ได้มาจะเอาไปใช้ทำอะไรบ้าง

ทาง CCOC เสนอว่า ถ้าหากคณะรัฐประหารของมาดากัสการ์ต้องการให้มีการเปลี่ยนแปลงระบบของประเทศแบบยกเครื่องจริง พวกเขาก็ควรจะเน้นย้ำเรื่องการปรึกษาหารือและดูแลจัดการเรื่องที่กระทบชีวิตความเป็นอยู่ของผู้คน แทนที่จะเอาเวลาไปใช้กับการสร้างความสัมพันธ์กับชาติอื่น

สาเหตุที่รัสเซียสนใจมาดากัสการ์

มีคำถามว่าแล้วทำไมรัสเซียถึงต้องให้ความสนใจกับมาดากัสการ์ เวอร์คูลอนมองว่ามาดากัสการ์มีแหล่งทองและแร่อื่นๆ อยู่ พอเกิดการเปลี่ยนแปลงผู้นำแบบเดียวกับที่เคยเกิดกับสาธารณรัฐแอฟริกากลาง ก็จะมีการกำจัดอิทธิพลยุโรปออกไป แล้วก็เริ่มหาวิธีทำเงิน

คลิสซิซ บอกว่ามาดากัสการ์นั้นยังเป็นประเทศเกาะที่อยู่ติดกับช่องแคบโมซัมบิกด้วย ซึ่งช่องทางนี้อาจจะมีความสำคัญมากขึ้นหลังจากที่เกิดปัญหาการขาดเสถียรภาพในตะวันออกกลาง โดยที่เรือสามารถใช้ช่องทางแหลมกู้ดโฮปเพื่อเป็นทางผ่านได้โดยไม่ต้องอาศัยทะเลแดง

แต่นักวิจัยก็มองว่ารัสเซียต้องการมากกกว่าแค่เรื่องผลประโยชน์ทางการค้าแต่เป็นเรื่องของอำนาจอ่อนทางการทูตด้วย พวกเขาต้องการสร้างภาพลักษณ์ต่อโลกว่าเป็น "มหาอำนาจที่สร้างประโยชน์" และเป็น "ผู้สนับสนุนรัฐบาลที่ต้องการสู้เพื่ออธิปไตยของประเทศตัวเอง" จึงมีการเข้าหาประเทศในแอฟริกาเพื่อให้ประเทศเหล่านั้นมีนโยบายการต่างประเทศที่เป็นประโยชน์กับรัสเซียมากขึ้น นอกจากนี้ในมาดากัสการ์ก็มีพรรคการเมืองใหม่สายสนับสนุนรัสเซียเปิดตัวเมื่อเดือน มีนาคม ที่ผ่านมา

มีข้อสังเกตว่าความสัมพันธ์ระหว่างมาดากัสการ์กับรัสเซียยังเกิดขึ้นในช่วงที่มาดากัสการ์มีปัญหาด้านการทูตกับฝรั่งเศสด้วย หลังจากที่อดีตประธานาธิบดีที่ถูกประท้วงต่อต้านอย่าง แอนดรี ราโจลินา หลบหนีออกจากประเทศโดยทางเครื่องบินของฝรั่งเศส ทำให้มาดากัสการ์วิพากษ์วิจารณ์ฝรั่งเศสอย่างหนักรวมถึงมีการเรียกร้องให้ไล่ทูตฝรั่งเศสออกจากประเทศ กล่าวหาว่าร่วม "กระทำการบั่นทอนเสถียรภาพ" ของประเทศ ซึ่งสถานทูตฝรั่งเศสปฏิเสธข้อกล่าวหาและตั้งข้อสงสัยถึงที่มาและแรงจูงใจเบื้องหลังของคนที่ปล่อยข่าวเรื่องนี้

 

 

เรียบเรียงจาก

Madagascar's interim leadership strengthens cooperation with Russia, Africa News, 19-030-2026

https://www.africanews.com/2026/03/19/madagascars-interim-leadership-strengthens-cooperation-with-russia/

Arms deliveries and Africa Corps training: How Russia is bolstering its presence in Madagascar, France 24

https://www.france24.com/en/africa/20260506-arms-deliveries-africa-corps-training-russia-bolstering-presence-madagascar

Russia Sends Military Trucks and Helicopters to Madagascar Under the Guise of Humanitarian Aidม, Militarnyi, 24-02-2026

https://militarnyi.com/en/news/russia-sends-trucks-helicopters-madagascar/

 

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท
โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต
สแกน QR Code เพื่อร่วมบริจาคเงินให้กับประชาไท
ติดตามประชาไท ได้ทุกช่องทาง