Skip to main content
sharethis
ระบบอ่านออกเสียงนี้ ใช้ฟังก์ชั่น Web Speech API / JavaScript ในเบราว์เซอร์

เก็ท โสภณ เผยนาทีกระทำอารยะขัดขืนปฏิเสธย้ายไปเรือนจำ หลังเจ้าหน้าที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพจะย้าย “บุ๊ค-ก้อง-จอย” ไปบางขวาง โดยไม่เต็มใจและไม่มีการแจ้งล่วงหน้า เจ้าหน้าที่มีการล็อกคอ อุ้มแยกตัวทั้งหมด เก็ทสีข้างถลอก ส่วนคนอื่นที่ถูกย้ายไปบางขวางไม่แน่ใจว่าได้รับบาดเจ็บตรงไหนบ้าง ศูนย์ทนายฯ ตั้งข้อสังเกตสถานการณ์การย้ายผู้ต้องขังจากเรือนจำพิเศษกรุงเทพไปยังเรือนจำอื่นเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่ปลายเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา

 

20 มี.ค. 2568 ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนรายงาน เมื่อวันที่ 19 มี.ค. ที่ผ่านมา เก็ท-โสภณ สุรฤทธิ์ธำรง ระบุว่า ผู้ต้องขังทางการเมืองในเรือนจำพิเศษกรุงเทพได้ทำการอารยะขัดขืนปฏิเสธการย้ายตัวไปเรือนจำอื่นของเจ้าหน้าที่ ทำให้ถูกเจ้าหน้าที่อุ้มตัว จนได้รับบาดเจ็บ

ในช่วงบ่ายของวันดังกล่าวทนายความจึงได้เข้าเยี่ยมเก็ทที่ยังถูกคุมขังอยู่ที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพ

เก็ทเล่าถึงเหตุการณ์อารยะขัดขืนย้ายเรือนจำที่เกิดขึ้นว่า ตอนเช้า (19 มี.ค. 2568) พวกเราทราบว่ามีว่าก้อง อุกฤษฏ์ กับบุ๊ค ธนายุทธ มีรายชื่อถูกย้ายเรือนจำ เขาจึงถามก้อง-บุ๊คว่า อยากย้ายไหม ทั้งสองคนไม่อยากไป เพราะรู้สึกว่าไม่ปลอดภัย ทั้ง 3 คน จึงตัดสินใจทำการอารยะขัดขืน โดยถ้ามีเจ้าหน้าที่มาอุ้มก็จะคล้องแขนกันไว้ หากจะไปก็ต้องไปด้วยกันทั้งหมด

เวลาประมาณ 9 โมงเช้า ที่แดน 4 ผู้ช่วย (ผู้ต้องขังด้วยกันเอง) เดินมาเรียกก้อง-บุ๊ค ให้ไปเตรียมตัวเพื่อย้ายไปเรือนจำอื่น ก้อง บุ๊ค และเก็ท แจ้งไปว่าไม่ไป ผู้ช่วยจึงเดินกลับไป

จากนั้นพี่หนุ่ม (สมบัติ) มาเรียกทั้งสามคนให้ไปคุยกับ ผบ.แดน 4 ว่าจะเอาอย่างไร ถ้าจะอารยะขัดขืนตรงนี้ เขาจะมาอุ้มไปเลย สรุปทั้งสามคนจึงไปคุยกับ ผบ. แดน 4 ก่อน

ผบ.แดน 4 แจ้งว่า ผบ.แดน 4 ไม่มีอำนาจเรื่องให้ย้ายเรือนจำ ถ้าอยากเจรจา พูดคุยเรื่องนี้ ให้ไปคุยกับ ผอ. ตอนแรกบอก ผบ. จะให้ไปแค่ก้องกับบุ๊ค เก็ทไม่ไว้ใจขอเข้าไปด้วย เมื่อไปถึงที่หน้าห้องเจอพัศดี แต่มี ผอ. ออกมาคุยแล้วบอกว่าให้ไปรอที่หอประชุม มีผู้คุมเดินเข้ามาคุยโดยใส่ชุดสีกากีสามคน สองคนไม่ติดชื่อ อีกหนึ่งคนติดชื่อ แต่ตัวเล็กมองไม่เห็น ถามเก็ทว่ามีชื่อย้ายเรือนจำใช่หรือไม่ ถ้ามีชื่อก็ไปนั่งต่อแถวเลย เก็ทแจ้งว่าไม่มีชื่อย้าย แต่จะมาคุยกับ ผอ. โดยที่ห้องประชุมนั้นมีการเตรียมผู้ต้องขังที่จะย้าย มีผู้คุมประมาณ 7-8 คน

ในระหว่างนั้นมี พี่จอย (สถาพร ผู้ต้องขังคดีมาตรา 112) ที่อยู่แดน 8 เดินเข้ามาด้วย พี่จอยมีชื่อถูกย้าย จึงถามพี่จอยว่าอยากย้ายเรือนจำไหม ถ้าพี่จอยไม่อยากย้ายก็แจ้งเจ้าหน้าที่ไปและอยู่ด้วยกันตรงนี้ พี่จอยก็บอกว่าเขาไม่อยากไป

จากนั้นกลุ่มผู้คุมก็เดินกันเข้ามา นำโดย ผอ. เก็ทได้บอกว่าพวกเราไม่อยากย้ายเรือนจำ เนื่องจากเป็นห่วงเรื่องความปลอดภัย คนที่ถูกย้ายไปคดียังอยู่ระหว่างอุทธรณ์ฎีกาอยู่เลย จากนั้นมีการโต้เถียงกันเรื่องย้ายเรือนจำจะไม่ปลอดภัยอย่างไร จนมีผู้คุมคนหนึ่งพูดขึ้นมาว่า ให้จับแยกเลย หากไม่ยอมก็ให้อุ้มไปเลย

เก็ท ก้อง และบุ๊ค จึงคล้องแขนกันแล้วนั่งลง ทำการอารยะขัดขืน เก็ทระบุว่า ไม่แน่ใจว่าพี่จอยคล้องแขนกับใคร

จากนั้นผู้คุมก็เข้ามาล็อคคอล็อคแขนล็อคขา เข้ามาเบียดเข้ามาแทรก แล้วแยกตัวทั้งสามคนออกจากกัน เก็ทถูกล็อคคอ ยกขาขึ้น แล้วอุ้มเดินออกไป เลยตะโกนว่าพวกเราถูกทำร้าย

เจ้าหน้าที่เบียดเข้ามาหลายคน เก็ทถูกอุ้มออกไปจากห้องประชุมในลักษณะที่มีการล็อคคอ จับแขน จับขา

ผอ. บอกกับเจ้าหน้าที่ว่าทุกคนอย่าทำร้ายน้อง และให้ผู้ช่วยเอากล้องมาถ่ายระหว่างที่พาพวกเขาออกไป เข้าใจว่ามีการบันทึกภาพตลอดทาง เมื่อออกจากหอประชุมเจ้าหน้าที่ก็ส่งตัวเก็ทให้ผู้ช่วยอุ้มตัวออกไป

ได้ยินผู้คุมตะโกนว่าเอาไปไว้ที่แดน 2 ผู้ช่วยก็อุ้มผมไป โดยมีผู้คุมเดินมาประกบอีกที ระหว่างทางเก็ทตะโกนว่ามาถ่ายอะไรตอนนี้ ตอนที่ใช้ความรุนแรงไปแล้ว

เวลาเกือบ 11 โมง มีเจ้าหน้าที่จากแดน 4 มารับตัวเก็ทกลับแดน เก็ทพบว่าที่หลังตนเองมีรอยแดง สีข้างมีรอยถลอก เขายื่นคำร้องขอตรวจนิติเวชไป พอได้ตรวจ พบว่ามีรอยแผลถลอกที่สีข้างจริง แต่ไม่ได้ถึงขั้นถูกกระทืบ หรือตั้งใจทำร้ายร่างกาย

ไม่รู้ว่าพี่จอย บุ๊ค และก้อง ที่ถูกย้ายไปที่เรือนจำบางขวาง เป็นอย่างไรบ้าง

ศูนย์ทนายฯ ตั้งข้อสังเกตสถานการณ์การย้ายผู้ต้องขังในเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ไปยังเรือนจำอื่น เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่ปลายเดือนกุมภาพันธ์ 2568 เมื่อวันที่ 4 มี.ค. 2568 ทางเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ได้ออกประกาศชี้แจงว่าการย้ายผู้ต้องขังเป็นไปตามนโยบายของกรมราชทัณฑ์ ที่กำหนดให้เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ เป็นเรือนจำสำหรับผู้ต้องขังระหว่างพิจารณาคดี ทำให้มีการย้าย “ผู้ต้องขังที่คดีเด็ดขาด” แล้ว ไปยังเรือน

มีผู้ต้องขังในคดีทางการเมือง 14 ราย รวมจอย บุ๊ค ก้อง ถูกย้ายกระจายไปยังเรือนจำกลางคลองเปรม เรือนจำกลางบางขวาง เรือนจำกลางพระนครศรีอยุธยา และเรือนจำพิเศษธนบุรี ในการย้ายตัวทั้งหมดไม่มีใครทราบล่วงหน้า แม้แต่ญาติก็ทราบภายหลัง นอกจากนี้ผู้ต้องขังทางการเมืองที่ถูกย้ายตัวไปเรือนจำอื่น จากทั้งหมด 14 คน มีผู้ต้องขังที่คดีสิ้นสุดแล้วเพียง 4 ราย ส่วนอีก 10 ราย ยังเป็นผู้ต้องขังในชั้นอุทธรณ์หรือฎีกาคดีอยู่ ไม่ใช่ผู้ต้องขังเด็ดขาด ไม่ตรงตามเงื่อนไขที่เรือนจำประกาศไว้

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท
โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต
สแกน QR Code เพื่อร่วมบริจาคเงินให้กับประชาไท
ติดตามประชาไท ได้ทุกช่องทาง