Skip to main content
sharethis
ระบบอ่านออกเสียงนี้ ใช้ฟังก์ชั่น Web Speech API / JavaScript ในเบราว์เซอร์

สมาคมสตรีกะฉิ่นแห่งประเทศไทย (KWAT) ระบุว่าการค้ามนุษย์หญิงชาวพม่าไปยังประเทศจีนเพิ่มขึ้นอย่างมากในช่วงที่พม่าเผชิญสงครามและวิกฤตเศรษฐกิจ โดยผู้หญิงจำนวนมากถูกหลอกลวงหรือขายเป็นเจ้าสาวในจีน ขณะที่รูปแบบการค้ามนุษย์ได้ขยายจากพื้นที่ชายแดนไปยังเมืองใหญ่ต่าง ๆ รวมถึงนครย่างกุ้ง

 

16 มิ.ย. 2569 ซานทอย โฆษกของสมาคมสตรีกะฉิ่นแห่งประเทศไทย (KWAT) เปิดเผยว่านับตั้งแต่ที่มีการรัฐประหารปี 2021 เป็นต้นมา ปัญหาการค้ามนุษย์ในพม่าก็มีรูปแบบที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก จากเดิมที่ก่อนหน้านี้กรณีการค้ามนุษย์มักจะกระจุกตัวอยู่ที่ชายแดนติดกับจีน แต่ในปัจจุบันเครือข่ายขบวนการค้ามนุษย์เริ่มตั้งเป้าหมายเล่นงานผู้หญิงทั่วประเทศพม่า

ถึงแม้ว่าเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองของพม่าจะเพิ่มความเข้มงวดในช่วงที่มี COVID-19 กับช่วงที่พม่ามีปัญหาความมั่นคงทางการเมือง แต่กลุ่มผู้ค้ามนุษย์ก็ยังคงหาช่องทางธรรมชาติในการลักลอบนำเหยื่อข้ามแดนไปยังจีนได้ รวมถึงมีเครือข่ายเกณฑ์คนผ่านสื่อโซเชียลออนไลน์

ซานทอย เปิดเผยอีกว่าตั้งแต่ช่วงปี 2022 จนถึงตอนนี้ เริ่มมีความยากลำบากมากขึ้นในการติดตามหาเส้นทางลำเลียงการค้ามนุษย์จากพม่าไปยังจีน นอกจากนี้การที่ชายแดนถูกสั่งปิดสัญญาณมือถือและอินเทอร์เน็ตก็ยิ่งทำให้เป็นเรื่องยากเข้าไปใหญ่ในการจะตรวจหาเครือข่ายขบวนการค้ามนุษย์รวมถึงการระบุตำแหน่งของเหยื่อ

KWAT ระบุว่าผู้หญิงที่ตกเป็นเป้าหมายค้ามนุษย์มักจะมีอายุระหว่าง 18-40 ปี มีจำนวนมากที่ถูกขายไปเพื่อบังคับให้ไปแต่งงานที่จีน และมีบางส่วนที่ถูกขายทอดต่อเรื่อยๆ หลายครั้ง เช่นมีผู้หญิงบางคนที่ถูกขายทอดต่อไปเรื่อยๆ 3-5 ครั้ง ซึ่งไม่เพียงแค่ทำลายชีวิตของพวกเธอเท่านั้นแต่ยังได้สร้างความกระทบกระเทือนต่อจิตใจอย่างรุนแรงด้วย ซานทอยบอกว่า "สิ่งที่เกิดขึ้นกับผู้หญิงเหล่านี้เป็นเรื่องที่ไร้มนุษยธรรมอย่างมาก"

รายงานเมื่อปี 2024 ของ KWAT ระบุว่า กรณีผู้ที่เคยถูกค้ามนุษย์ช่วงปี 2019-2023 มาจากพื้นที่ๆ ไม่ได้อยู่ติดกับจีน แสดงให้เห็นว่าเครือข่ายค้ามนุษย์มีการขยายตัวจากชายแดนเข้าไปทางตอนในของประเทศพม่า โดยมีกรณีผู้หญิงถูกค้ามนุษย์เพิ่มมากขึ้นจาก รัฐยะไข่ รัฐมอญ ภาคพะโค และภาคย่างกุ้ง

มีกรณีเด็กผู้หญิงอายุ 13 ปี ถูกกักตัวอยู่ที่โรงพยาบาลจิตเวชในมณฑลอานฮุย ประเทศจีน นอกจากนี้ยังมีกรณีที่ผู้หญิงถูกค้ามนุษย์ให้ไปทำงานเป็นสแกมเมอร์ออนไลน์ที่ศูนย์สแกมเมอร์ที่ตั้งอยู่ในประเทศพม่าและประเทศเพื่อนบ้าน

KWAT รายงานว่า กลุ่มค้ามนุษย์จะขายผู้หญิงที่พวกเขาได้มาในราคาตั้งแต่ 10,000 หยวน ถึง 500,000 หยวน (ราว 48,000 บาท ถึง 2.4 ล้านบาท) ผู้เผชิญการค้ามนุษย์บอกว่าพวกเขาต้องเจอกับการถูกกักขัง การบังคับให้แต่งงาน การล่วงละเมิดทางกาย และการกดขี่ล่วงละเมิดอื่นๆ

สถานการณ์เศรษฐกิจในพม่าทำให้ผู้หญิงมีความเปราะบางมากขึ้นโดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่พลัดถิ่นเนื่องจากการสู้รบและผู้ที่หนีจากความรุนแรงในครอบครัว KWAT ระบุว่ากลุ่มที่เสี่ยงถูกค้ามนุษย์มากที่สุดคือผู้หญิงพลัดถิ่นที่อาศัยอยู่ในค่าย

KWAT ระบุว่า กลุ่มติดอาวุธที่ควบคุมพื้นที่ชายแดนอยู่นั้นมักจะเน้นเรื่องการทหารและความมั่นคงแต่อย่างเดียวโดยไม่มีการป้องกันปัญหาการค้ามนุษย์และไม่มีการช่วยเหลือเยียวยาผู้รอดพ้นจากการถูกค้ามนุษย์ได้ดีพอ ผู้หญิงที่หนีจากการค้ามนุษย์มาได้มักจะเผชิญกับการตีตราและการกีดกันเลือกปฏิบัติจากสังคมหลังจากที่พวกเธอกลับบ้านแล้ว ทำให้กลายเป็นกำแพงสำหรับผู้หญิงเหล่านี้ได้การได้รับการฟื้นฟูเยียวยาและการกลับคืนสู่สังคม

ซานทอย กล่าวว่า ผู้รอดจากการค้ามนุษย์มักจะถูกปฏิบัติราวกับว่าพวกเขาทำอะไรผิดมา และมีอยู่จำนวนมากที่ยังคงเผชิญความทุกข์หลังจากที่ได้กลับบ้านแล้ว

ทาง SWAT ระบุว่าควรมีการทำให้ผู้รอดจากการค้ามนุษย์สามารถเข้าถึงการเยียวยาด้านจิตสังคมได้มากกว่านี้ ควรเน้นการช่วยเหลือเรื่องสภาพชีวิตความเป็นอยู่  และมีการฝึกวิชาชีพให้ ทาง KWAT ยังได้เรียกร้องให้ประชาคมโลกยื่นมือช่วยเหลือกลุ่มในพม่าเพื่อสนับสนุนปฏิบัติการช่วยผู้ถูกค้ามนุษย์ข้ามพรมแดน รวมถึงแก้ไขปัญหาที่เป็นต้นตอที่ก่อให้เกิดการค้ามนุษย์ในพม่า

 

 

เรียบเรียงจาก

Trafficking of Myanmar Women Spreads Beyond Border Regions, SHAN, 08-06-2026

https://english.shannews.org/archives/29800

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท
โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต
สแกน QR Code เพื่อร่วมบริจาคเงินให้กับประชาไท
ติดตามประชาไท ได้ทุกช่องทาง