Skip to main content
sharethis
ระบบอ่านออกเสียงนี้ ใช้ฟังก์ชั่น Web Speech API / JavaScript ในเบราว์เซอร์

2 ปีที่แล้ว ในเดือนกุมภาพันธ์ รัฐบาลทหารพม่าออกกฎหมายบังคับเกณฑ์ทหาร ทำให้ครอบครัวต้องเลือกว่าจะจ่ายเงินให้ทางการหรือให้ลูกหลานถูกเกณฑ์ไปรบ ส่งผลให้ชาวบ้านในบางพื้นที่มีค่าใช้จ่ายซ้ำซ้อน จากที่พวกเขาต้องจ่ายให้กับกองกำลังชาติพันธุ์อยู่แล้ว ชาวบ้านเปิดเผยว่าสภาพการรับสมัครมีลักษณะคล้ายการบังคับจับกุม การรีดไถ และการค้ามนุษย์ เยาวชนจำนวนมากหลบหนีหรือซ่อนตัว ทำให้เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นไม่สามารถทำตามโควตาได้

ทุกครั้งที่มีจดหมายของรัฐบาลกลางพม่าส่งมาถึงที่หน่วยราชการส่วนท้องถิ่น เหล่าคุณแม่ทั่วรัฐฉานต่างก็รู้สึกถึงความกลัวแบบเดียวกัน กลัวว่าในรายชื่อบังคับเกณฑ์ทหารจะมีชื่อลูกของพวกเขาอยู่ด้วยหรือไม่ ครอบครัวที่มีลูกหลานวัยหนุ่มสาวเผชิญกับความกลัวสูญเสียบุคคลที่รักอยู่ตลอดเวลา พวกเขาถูกบีบให้เหลือทางเลือกอยู่ไม่กี่ทาง คือยอมส่งลูกหลานตัวเองไปเป็นทหาร หรือจ่ายเงินใต้โต๊ะให้เป็นจำนวนมากเพื่อแลกกับการไม่ถูกเกณฑ์ทหาร หรือไม่เช่นนั้นก็จะสูญเสียพวกเขาไปตลอดกาล

อารมณ์ความรู้สึกแบบนี้ เป็นผลพวงมาจากการที่รัฐบาลทหารพม่าได้บังคับใช้กฎหมายรับราชการทหารเมื่อราวสองปีที่แล้ว คือในเดือนกุมภาพันธ์ 2024 ทำให้มีการบังคับเกณฑ์ทหารเพิ่มขึ้นทั่วประเทศ

กฎหมายดังกล่าวนี้ เดิมทีแล้วมีการประกาศใช้เมื่อปี 2010 สมัยอดีตผู้นำทหาร ตานฉ่วย แต่ในยุคที่ปกครองโดยรัฐบาลพลเรือนก็ไม่เคยมีการนำมาบังคับใช้ จนกระทั่งยุคคณะรัฐประหารของมินอ่องหล่ายก็ได้มีการนำมาประกาศบังคับใช้อีกครั้ง เพราะต้องการเติมกำลังทหารให้ฝ่ายตัวเอง หลังจากที่สูญเสียกำลังทหารจำนวนมากในการสู้รบกับฝ่ายต่อต้าน

กฎหมายดังกล่าวนี้กำหนดให้ชายอายุระหว่าง 18-35 ปี และหญิงอายุ 18-27 ปี ต้องเข้าเกณฑ์ทหาร จากสถิติจนถึงวันที่ 16 ธันวาคม 2025 รัฐบาลทหารได้ทำการเกณฑ์ทหารโดยอาศัยกฎหมายนี้รวมแล้ว 20 ผลัด สามารถเกณฑ์กำลังพลใหม่ได้ราว 100,000 นาย

สื่ออิระวดีเคยประเมินไว้ในรายงานวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2025 ว่า จากเกณฑ์ของกฎหมายนี้ ทำให้มีผู้คน 17 ล้านรายในพม่าเข้าข่ายถูกเกณฑ์ทหารได้ ในจำนวนนี้มีอยู่ 6.3 ล้านรายเป็นชาย และ 7.7 ล้านรายเป็นหญิง

อย่างไรก็ตาม ชาวบ้านต่างก็พูดกันว่า ลักษณะการเกณฑ์ทหารของกองทัพพม่ามีลักษณะคล้ายการบังคับจับกุม การรีดไถ และการค้ามนุษย์

ซึ่งองค์กรฮิวแมนไรท์นาว ซึ่งเป็นองค์กรสิทธิมนุษยชนนานาชาติที่มีฐานอยู่ในญี่ปุ่นที่มีสถานะที่ปรึกษาพิเศษขององค์การสหประชาชาติ เคยระบุไว้ในรายงานแบบเดียวกับที่ชาวบ้านพูดถึง คือเจ้าหน้าที่ภาครัฐของพม่าจะใช้วิธีจับตัวคนหนุ่มสาวไปเรียกค่าไถ่จากครอบครัว เพื่อแลกกับการที่พวกเขาจะไม่ต้องถูกบังคับเกณฑ์ทหาร โดยที่ครอบครัวของหนุ่มสาวเหล่านี้ต้องจ่ายค่าไถ่มากกว่า 3,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ (ราว 101,000 บาท)

การบังคับเกณฑ์ทหารรูปแบบนี้ ส่งผลให้คนหนุ่มสาวหลายคนหนีออกจากเมืองหรือหมู่บ้าน หรือไม่งั้นก็หลบซ่อนตัว จนทำให้เจ้าหน้าที่ทางการส่วนท้องถิ่นของพม่าบอกว่าไม่สามารถเกณฑ์คนได้ตามโควตาที่รัฐบาลกลางกำหนดไว้ เรื่องนี้ส่งผลให้ฝ่ายบริหารส่วนท้องถิ่น ผู้นำท้องถิ่น รวมถึงเจ้าหน้าที่คนเข้าเมือง ต่างก็เริ่มหันไปใช้วิธีการแสวงหานายหน้าเพื่อซื้อทหารเกณฑ์ตัวสำรองซึ่งมักจะมาจากภาคกลางของพม่า โดยมีราคาตั้งแต่ 5-6 ล้านจ๊าดต่อคน (ราว 75,000-90,000 บาท) จากนั้นเจ้าหน้าก็จะนำมาขึ้นราคาขายต่อเป็นราคา 10-11 ล้านจ๊าดต่อคน (150,000-165,000 บาท)

ซึ่งการกระทำเช่นนี้ทำให้ชาวบ้านมองว่าเริ่มมองว่ามีลักษณะแบบ "การค้ามนุษย์" ไม่เพียงเท่านั้น ในหลายพื้นที่เจ้าหน้าที่ยังใช้วิธีการเรี่ยไรเงินจากชาวบ้านเพื่อให้นำไปซื้อทหารเกณฑ์สำรองในการเกณฑ์ทหารผลัดที่ 21 โดยมีคนที่มีรายได้สูงกว่าจะถูกเก็บเงินมากกว่า แต่ก็มีการเรียกเก็บเงินแม้กระทั่งกับคนจนที่ขายฟืนหาเลี้ยงชีวิต

ภาระรายจ่ายซ้ำซ้อน

การเรี่ยไรเงินเช่นนี้กลายเป็นการสร้างภาระเพิ่มเติมให้กับประชาชนที่มีรายจ่ายจากเรื่องอื่นๆ อยู่แล้ว โดยเฉพาะในพื้นที่ๆ มีการยึดครองจากหลายกองกำลังอย่าง ปางโหลง กับ โหโปง ก็ต้องจ่ายเงินซ้ำซ้อนให้กับ "ค่าบริการ" ของเผด็จการทหาร และยังต้องจ่ายให้กับกองกำลังชาติพันธุ์อย่าง PNO/PNA ด้วย ซึ่งโดยเฉลี่ยแล้วแต่ละครัวเรือนจะต้องจ่ายเงินราว 10,000 จ๊าดต่อเดือนให้กับรัฐบาลทหาร (ราว 150 บาท) และราว 30,000-50,000 ต่อเดือนให้กับ PNO/PNA (ราว 450-740 บาท) และคนที่มียานพาหนะก็ต้องจ่ายเพิ่มอีกตามสภาพของรถซึ่งบางครั้งอาจจะสูงถึง 200,000 จ๊าด (ราว 3,000 บาท)

นอกจากนี้ยังมีกรณีที่เยาวชนในพื้นที่ถูกกดดันจากหลายด้าน พวกเขาไม่เพียงแค่ถูกกดดันให้เข้ารับราชการทหารฝ่ายรัฐบาลทหารเท่านั้น แต่ยังถูกกดดันให้เข้าร่วมกองกำลังชาติพันธุ์กลุ่มอื่นๆ ด้วย ซึ่งมีบางส่วนอ้างว่าจะช่วยยกเลิกการถูกเกณฑ์ไปเป็นทหารได้ แต่ในความเป็นจริงแล้วครอบครัวของเยาวชนเหล่านี้ก็ยังคงเผชิญการถูกคุกคามในเรื่องการเกณฑ์ทหารจากฝ่ายรัฐบาลทหาร แต่ก็ยังคงต้องจ่ายเงินให้กับกลุ่มติดอาวุธหลายกลุ่มอยู่ดี

รัฐบาลทหารเตรียมขยายการบังคับเกณฑ์ทหาร หลัง "เลือกตั้งลวงโลก" จบลง

แหล่งข่าวในพม่าเปิดเผยว่ารัฐบาลเผด็จการทหารได้เตรียมขยายการเกณฑ์ทหารมากขึ้น โดยระบุว่าภายในเดือนเมษายนที่จะถึงนี้ ทหารที่ถูกเกณฑ์ผลัดแรกที่มาจากกฎหมายบังคับเกณฑ์ทหารจะอยู่ในราชการครบ 2 ปี ทำให้ถึงกำหนดจะต้องออกจากราชการทหาร ดังนั้นแล้วรัฐบาลทหารพม่าถึงได้พยายามเกณฑ์ทหารกลุ่มใหม่เข้าไปแทน

ก่อนหน้าที่จะมีการเลือกตั้งพม่าครั้งล่าสุดก็มีการจัดประชุมสันติภาพที่เนปิดอว์ในช่วงกลางปี 2025 ในที่ประชุมมีการเรียกร้องให้ยกเลิกการกระทำที่เกี่ยวข้องกับการเกณฑ์ทหารทุกกรณีในช่วงเลือกตั้ง แต่มินอ่องหล่าย หัวหน้าคณะรัฐประหารปฏิเสธไม่ยอมรับข้อเรียกร้องนี้

อีกทั้งในช่วงเลือกตั้ง ทางการพม่ายังได้ไปเก็บรวบรวมข้อมูลทะเบียนบ้านเพื่อนำมาจัดเตรียมรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ทำให้ชาวบ้านกลัวว่าการเก็บข้อมูลครอบครัวของพวกเขาจะถูกนำมาใช้เป็นเครื่องมือในการบังคับเกณฑ์ทหารได้

มีการขยายการบังคับเกณฑ์ทหารในรัฐฉาน

ชาวบ้านในล่าเสี้ยวของรัฐฉานพูดถึงความกังวลในเรื่องการถูกเก็บข้อมูลของครอบครัวเพื่อการเกณฑ์ทหารเช่นกัน โดยที่ในล่าเสี้ยวนั้นเป็นพื้นที่ๆ กองทัพพม่าสามารถยึดพื้นที่คืนมาได้บางส่วน หลังจากที่กองกำลังโกก้าง MNDAA ล่าถอยไปเพราะแรงกดดันจากจีนเมื่อเดือน เมษายน 2025 แล้วกองทัพพม่าเริ่มกลับมาสำรวจสำมะโนประชากรอีกครั้งในวันที่ 21 มกราคม ที่ผ่านมา ทำให้ชาวบ้านกลัวว่าจะมีการบังคับเกณฑ์ทหารอีกครั้ง

ในขณะเดียวกัน กองกำลัง MNDAA ก็บังคับเกณฑ์กำลังพลจากชาวบ้านในพื้นที่ๆ พวกเขาปกครองอยู่เช่นกัน เคยมีผู้ใหญ่บ้านบางหมู่บ้านที่เดินทางไปที่ฐานทัพของ MNDAA เพื่อขอให้มีการยกเว้นการบังคับเกณฑ์กำลังพลจากหมู่บ้านของพวกเขาเพราะมีคนที่อยู่ในเกณฑ์ไม่เพียงพอ

มีชาวบ้านรายหนึ่งบอกว่า ผู้ที่ถูกเกณฑ์ไปเข้ากับกองกำลัง MNDAA จะมีลักษณะคล้ายกับเป็น "ทหารชาวบ้าน" แต่ว่าจะได้ชุดฟอร์มทหาร ได้ปืน และได้รับการฝึกการรบ เพราะ MNDAA จะสามารถส่งตัวกำลังพลเหล่านี้ไปสู้รบได้

ทั้งนี้ยังมีข่าวจาก โกก้างนิวส์เน็ตเวิร์ก เมื่อวันที่ 25 มกราคม ที่ผ่านมาระบุว่าทาง MNDAA ได้ปล่อยตัวเชลยฝ่ายรัฐบาลทหาร 500 นาย ทำให้เกิดข้อสงสัยว่าทำไมไม่ใช้เชลยเหล่านี้ แต่ยังคงมาเกณฑ์กำลังพลจากพลเรือนในพื้นที่

เมื่อเยาวชนกลายเป็น "ตัวประกัน" ของการสู้รบ ทางออกของพวกเขาคืออะไร

ทั่วทั้งรัฐฉาน ผู้คนต่างก็บอกว่าเยาวชนตกเป็นเสมือน "ตัวประกัน" ของการสู้รบระหว่างฝ่ายต่างๆ ทั้งฝ่ายกองทัพเผด็จการพม่า และกองกำลังชาติพันธุ์หลายกลุ่ม เยาวชนที่หนีจากการเกณฑ์ทหารของฝ่ายกองทัพพม่าก็มักจะไปเจอการเกณฑ์กำลังพลแบบที่กดดันในแบบเดียวกันจากพื้นที่ที่กองกำลังชาติพันธุ์ปกครองอยู่

เยาวชนรายหนึ่งจากล่าเสี้ยวกล่าวว่า "พวกเรากลัวกองทัพ แล้วพวกเราก็กลัวกองกำลังติดอาวุธด้วย เยาวชนไม่ต้องการจะสู้รบอีกต่อไปแล้ว พวกเราแค่ถูกทำให้กลายเป็นตัวประกัน"

มีบางครอบครัวที่มีฐานะหน่อยก็จะสามารถส่งลูกออกไปต่างประเทศได้ ส่วนครอบครัวที่ยากจนกว่าก็ถูกบีบเค้นอยู่ระหว่างการถูกบังคับเกณฑ์ทหาร ถูกรีดไถ หรือถูกจับกุม ทำให้เวลาที่ทางการเรียกตัวไปรับราชการทหาร มันไม่ได้รู้สึกเหมือนกับเป็นการทำหน้าที่ตามกฎหมายอีกต่อไป แต่มันเหมือนสัญญาณเตือนของความสูญเสีย ทำให้เกิดภาวะจนตรอก การพลัดถิ่น หรือในบางกรณีที่น่าเศร้าก็คือการเสียชีวิต

ทหารเกณฑ์ส่วนหนึ่ง หันไปอยู่ฝ่ายต่อต้าน

ก่อนหน้านี้ในปี 2025 เคยมีรายงานข่าวเรื่องที่คนหนุ่มสาวในพม่าถึงขั้นฆ่าตัวตายเพื่อหนี หรือเพื่อประท้วงการถูกบังคับเกณฑ์ทหาร มีบางส่วนที่เสียชีวิตในช่วงที่ผู้คนพากันอพยพหนีออกจากประเทศหลังมีการประกาศบังคับใช้กฎหมายเกณฑ์ทหาร

และในปีนี้ก็มีกรณีที่คนฆ่าตัวตายเพราะถูกบังคับเกณฑ์กำลังพลไปเป็นส่วนหนึ่งของกองกำลังชาติพันธุ์

กรณีดังกล่าวนี้คือกรณีของชายอายุ 40 ปี ในล่าเสี้ยว หลังจากที่กองทัพสหรัฐว้า USWA เรียกตัวผู้ใหญ่บ้านเพื่อขอให้มีการนำตัวชาย 100 คนไปเข้ารับการฝึกทหารกับพวกเขา ก็มีชายชื่อ Sai Lot ฆ่าตัวตายเมื่อวันที่ 20 มกราคม หลังรู้ว่ามีชื่อตัวเองอยู่ในรายชื่อด้วย โดยมีชาวบ้านบอกว่า Sai Lot ไม่มีทางออก เขาเป็นคนเดียวในบ้านที่เป็นผู้หาเลี้ยงครอบครัว

เคยมีชาวบ้านบอกว่าการฝึกทหารของกองทัพว้าในปี 2025 เคยทำให้ผู้เข้าร่วมอ่อนเพลียทั้งร่างกายและจิตใจ มีคนจำนวนมากที่หนีไปโดยทันทีเพราะสภาพที่เลวร้ายและเพราะกำแพงภาษา

แต่ในอีกมุมหนึ่งก็มีกรณีการที่ทหารเกณฑ์แปรพักตร์จากฝ่ายกองทัพพม่าไปเป็นฝ่ายต่อต้าน โดยมีข้อมูลจากกลุ่ม "พีเพิลส์โกล" ซึ่งเป็นกลุ่มทหารแปรพักตร์ผู้เคยทำการอารยะขัดขืนต่อต้านกองทัพพม่ามาก่อน จากข้อมูลระบุว่าในช่วงระหว่างเดือน มกราคม-กันยายน 2025 มี ทหาร ตำรวจ และทหารเกณฑ์ รวมแล้วมากกว่า 2,000 นาย แปรพักตร์จากกองทัพพม่ามาอยู่ฝ่ายต่อต้าน

ทางกลุ่มยังตั้งข้อสังเกตอีกว่าในช่วงหลังๆ มาพวกเขาเห็นกรณีทหารเกณฑ์แปรพักตร์มาอยู่ฝ่ายต่อต้านทีละเป็นกลุ่มมากขึ้นเรื่อยๆ แทนที่จะมาคนเดียว ซึ่งส่วนใหญ่แล้วคนที่แปรพักตร์จะมาจากภาคซะไกง์และมะเกว ที่ตั้งอยู่ทางตอนกลางของประเทศ

เรียบเรียงจาก

Fear and Fees: Shan Youth Facing Forced Conscription and Armed Group Pressure, SHAN, 30-01-2026
https://english.shannews.org/archives/29193

Forced Conscription Set to Expand After Military-Staged Election, Local Sources Say, SHAN, 08-01-2026
https://english.shannews.org/archives/29111

Thousands of Regime Forces Quit, Surrender or Are Captured Amid Conscription Drive, Irrawaddy, 10-10-2025
https://www.irrawaddy.com/news/burma/thousands-of-regime-forces-quit-surrender-or-are-captured-amid-conscription-drive.html

1 ปี พม่าบังคับเกณฑ์ทหาร หนุ่มสาวพม่าฆ่าตัวตาย ไม่อยากถูกรัฐบาลทหารเกณฑ์ไปรบ
https://prachatai.com/journal/2025/03/112341

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท
โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต
สแกน QR Code เพื่อร่วมบริจาคเงินให้กับประชาไท
ติดตามประชาไท ได้ทุกช่องทาง