เวที “Home Ward: Healing at Home” ในการประชุมวิชาการยาเสพติดแห่งชาติ ถอดบทเรียน รพ.แกลง - รพ.บางระกำ ดูแลผู้ป่วยยาเสพติดที่บ้าน เชื่อมทีมสหวิชาชีพ ครอบครัว และชุมชนร่วมติดตามต่อเนื่อง ช่วยลดการผิดนัด-หลุดจากระบบ และลดภาระหน่วยบรการ ด้าน สบยช. ชี้ Home word กลไกสำคัญหนุนทีมรักษาเข้าใจบริบทผู้ป่วยมากขึ้น เพิ่มโอกาสเข้าสู่การบำบัดอย่างต่อเนื่อง

ภาพจาก: สถาบันบำบัดรักษาและฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแห่งชาติบรมราชชนนี (สบยช.)
เวทีเสวนา “Home Ward: Healing at Home” เพื่อแลกเปลี่ยนประสบการณ์การดูแลผู้ป่วยยาเสพติดในรูปแบบ Home Ward หรือการดูแลผู้ป่วยที่บ้าน ในการประชุมวิชาการยาเสพติดแห่งชาติ เมื่อช่วงกลางเดือนมิถุนายน 2569 ที่ผ่านมา ซึ่งมีผู้แทนจากโรงพยาบาลที่ดำเนินงานจริงในพื้นที่ และผู้แทนจากสถาบันบำบัดรักษาและฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแห่งชาติบรมราชชนนี (สบยช.) ร่วมสะท้อนบทเรียน ทั้งในมิติการจัดบริการ ผลลัพธ์ต่อผู้ป่วย การทำงานร่วมกับชุมชน และข้อควรระวังในการพัฒนาระบบบริการให้ตอบโจทย์ผู้ป่วยอย่างแท้จริง
น.ส.พิไลวรรณ์ สรสิทธิ์ พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ โรงพยาบาลแกลง จ.ระยอง กล่าวว่า โรงพยาบาลแกลงเริ่มดำเนินงาน Home Ward ตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2567 ภายใต้กลุ่มงานการพยาบาลชุมชน โดยใช้ชื่อว่า “ศูนย์ผู้ป่วยนอนบ้านโรงพยาบาลแกลง” ระยะแรกเป็นบริการ Home Ward รวมทุกกลุ่มโรค แต่ภายหลังพบว่าผู้ป่วยสุราและยาเสพติดมีจำนวนเพิ่มขึ้น จึงนำรูปแบบนี้มาปรับใช้ในการดูแลผู้ป่วยกลุ่มดังกล่าว
กลุ่มเป้าหมายของ Home Ward ยาเสพติดในพื้นที่ ได้แก่ ผู้ที่มีประวัติเกี่ยวข้องกับยาเสพติดหรือการใช้สุรา โดยรับเข้าสู่ระบบจากหลายช่องทาง ทั้ง OPD ทั่วไป คลินิกยาเสพติด และผู้ป่วยที่จำหน่ายจากโรงพยาบาลธัญญารักษ์ การติดตามดูแลใช้โทรศัพท์ Line OA และการประสานงานร่วมกับผู้นำชุมชน รพ.สต. และ อสม. ในพื้นที่ โดยมีพยาบาลเวรให้คำปรึกษาผ่านไลน์ตลอด 24 ชั่วโมง
จุดสำคัญของ Home Ward คือผู้ป่วยต้องสมัครใจและพร้อมเข้าสู่กระบวนการบำบัด เพราะตลอด 14 วันของการดูแล ผู้ป่วยต้องพูดคุยกับเจ้าหน้าที่ ทำกิจกรรมบำบัด และตรวจวัดสัญญาณชีพเช้า-เย็น หากผู้ป่วยไม่ยินยอมหรือไม่พร้อม การดูแลจะขาดความต่อเนื่องและอาจติดต่อไม่ได้ในที่สุด ดังนั้น ก่อนรับเข้าระบบจึงต้องสร้างสัมพันธภาพ ทำความเข้าใจเป้าหมายของบริการ และชี้ให้เห็นข้อดี เช่น ไม่ต้องเดินทางมาโรงพยาบาลบ่อย ลดผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวัน และยังคงได้รับการดูแลจากทีมรักษาอย่างต่อเนื่อง
จากผลการดำเนินงานของโรงพยาบาลแกลง พบว่าผู้ป่วยสุราและยาเสพติดในระบบ Home Ward เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง จาก 28 รายในปี 2567 เป็น 77 รายในปี 2568 และในปี 2569 ช่วงวันที่ 1 ตุลาคม 2568 - 30 พฤษภาคม 2569 เพิ่มเป็น 237 ราย โดยมีผู้ป่วยอยู่ในระบบครบ 14 วัน จำนวน 229 ราย หรือร้อยละ 96 ขณะที่มีผู้กลับไปใช้ยาซ้ำหรือถูกจับกุม 8 ราย นอกจากนี้ การเบิกจ่ายค่ารักษาพยาบาลหลังจำหน่ายผู้ป่วยยังเป็นอีกส่วนที่ช่วยสนับสนุนการดำเนินงานของโรงพยาบาล โดยในปี 2569 เฉพาะกลุ่มผู้ป่วยสุราและยาเสพติดมีรายได้จากการเบิกจ่ายกว่า 1.03 ล้านบาท
ด้าน นางปิยพร จิตทอง พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ โรงพยาบาลบางระกำ จ.พิษณุโลก กล่าวว่า ก่อนเริ่มดำเนินงาน Home Ward พื้นที่ อ.บางระกำ มีรูปแบบการบำบัดรักษาหลากหลาย ทั้ง Matrix Program, CBTx, Family Therapy การใช้เครือข่ายชุมชน และการติดตามต่อเนื่องร่วมกับภาคีในพื้นที่ แต่ยังพบปัญหาผู้ป่วยผิดนัด หลุดจากระบบ และกลับไปเสพซ้ำ เนื่องจากความซับซ้อนของโรคยาเสพติด ผู้ป่วยบางรายขาดแรงจูงใจ มีโรคจิตเวชร่วม มีข้อจำกัดด้านการเดินทาง รายได้ อาชีพ และขาดแรงสนับสนุนจากครอบครัว
การทำ Home Ward จึงเป็นแนวทางเพื่อลดคอขวดของบริการ ลดความแออัดในโรงพยาบาล และเพิ่มความครอบคลุมของการดูแลในชุมชน โดยโรงพยาบาลบางระกำเริ่มจากการส่งบุคลากรไปอบรมกับ สบยช. และเริ่มให้บริการจากผู้ป่วยจำนวนน้อย ก่อนค่อย ๆ ขยายระบบมากขึ้น เกณฑ์รับผู้ป่วยเน้นผู้ที่อยู่ในระยะแอคทีฟไม่เกิน 1 เดือน มีที่อยู่ชัดเจน มีญาติหรือคนใกล้ชิดร่วมดูแล มีสมาร์ทโฟนและอินเทอร์เน็ตสำหรับสื่อสารกับทีมรักษา และต้องลงนามยินยอมเข้ารับบริการ
ทั้งนี้ โรงพยาบาลได้จัดทำ Care Plan รายบุคคล กำหนดเป้าหมายการดูแล ให้ความรู้กับญาติ จัดคู่มือและตารางนัด โดยปรับให้เหมาะกับบริบทของผู้ป่วยแต่ละรายตลอด 14 วัน ผลดำเนินงานปี 2567-2569 มีผู้ป่วยรวม 651 ราย ให้บริการ Home Ward 1,399 ครั้ง อัตราผิดนัดอยู่ที่ร้อยละ 15 สามารถลดภาระการใช้ทรัพยากรของคลินิกได้ร้อยละ 30 และมีรายได้รวม 28.82 ล้านบาท จากงบลงทุน 1.8 ล้านบาท สะท้อนว่าบริการนี้ช่วยทั้งด้านคุณภาพการดูแลและการบริหารจัดการทรัพยากรของหน่วยบริการ
ขณะที่ นพ.ศุภฤกษ์ นาคดิลก นายแพทย์ชำนาญการพิเศษ สถาบันบำบัดรักษาและฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแห่งชาติ (สบยช.) กล่าวว่า จุดเด่นของ Home Ward คือเปิดโอกาสให้ทีมรักษาได้พูดคุยกับผู้ป่วยอย่างเจาะลึกมากกว่าการให้บริการ OPD ทั่วไป เพราะทั้งผู้บำบัดและผู้ป่วยมีเวลาและความพร้อมในการสื่อสารมากขึ้น อีกทั้งยังได้รับข้อมูลจากญาติหรือครอบครัว ซึ่งช่วยให้ทีมรักษาเข้าใจพฤติกรรมและบริบทชีวิตของผู้ป่วยได้ชัดเจนขึ้น
สิ่งสำคัญของ Home Ward ไม่ใช่เพียงการติดตามอาการที่บ้าน แต่คือการสร้างความไว้วางใจและช่วยปรับความคิดของผู้ป่วยให้พร้อมเข้าสู่กระบวนการบำบัดอย่างต่อเนื่อง ผู้ป่วยบางรายอาจยังไม่สามารถหยุดใช้สารเสพติดได้ทันที แต่หากมีคุณภาพชีวิตดีขึ้น เข้าถึงการรักษาง่ายขึ้น มาตามนัด และไม่หลุดจากระบบ ก็ถือเป็นผลลัพธ์ที่มีความหมาย
“คีย์เวิร์ดสำคัญของ Home Ward คือการเปลี่ยนความคิดของผู้ป่วยให้พร้อมเข้าสู่การบำบัด หากผู้ป่วยมีความพร้อมมากขึ้น สามารถส่งต่อไปดูแลต่อในรูปแบบ OPD หรือ Telemedicine ได้ แต่ที่สุดแล้วต้องตอบให้ได้ว่าผู้ป่วยได้อะไร ไม่ใช่เพียงโรงพยาบาลได้อะไร เพราะเป้าหมายสำคัญคือการช่วยเหลือผู้ป่วย ครอบครัว ชุมชน และสังคมไทย” นพ.ศุภฤกษ์ กล่าว
