Skip to main content
sharethis
ระบบอ่านออกเสียงนี้ ใช้ฟังก์ชั่น Web Speech API / JavaScript ในเบราว์เซอร์

'ภราดร' แจงเหตุตัดงบสารพัดหน่วยงานเป็นเรื่องที่นายกฯ ขอความร่วมมือไว้แล้วว่าปีนี้ต้องรัดเข็มขัด ส่วนงบกลางที่เพิ่มมาเป็นงบฉุกเฉินที่นายกฯ จะใช้ได้โดยไม่ผ่านสภาแค่พันล้านบาทที่เหลือเป็นเงินสำรองจ่ายให้ กบข. 70,000 กว่าล้านกับงบแก้วิกฤติพลังงาน 12,000 ล้าน หลังจากนี้ต้องช่วยกันปฏิรูปโครงสร้างงบดึงเงินนอกงบประมาณที่หน่วยงานต่างๆ สะสมในกองทุนจำนวนหลายแสนล้านมาใช้แทนการกู้เงิน

29 มิ.ย. 2569 ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎรพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2570 ภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่ารัฐบาลไม่ปฏิเสธว่าสถานการณ์งบประมาณ 2570 เป็นอย่างที่ถูกสมาชิกสภาผู็แทนราษฎรวิจารณ์ว่าเป็นการจัดงบแบบ “หาเช้ากินค่ำ” แต่รัฐบาลนี้เพิ่งจะได้เข้ามาจัดทำร่าง พ.ร.บ.งบประมาณ เป็นปีแรกและได้เห็นปัญหาไม่ต่างจากที่มีการอภิปรายกันไป และถ้าไม่แก้ไขแล้วยังจัดโครงสร้างงบประมาณแบบเดิมประเทศไทยในอีก 2-3 ปีก็จะอยู่ไม่ได้ 

งบประมาณ 2570 นี้ส่วนที่รัฐบาลจัดหารายได้มี 3 ล้านล้านบาท ส่วนอีก 788,000 ล้านบาทเป็นเงินกู้ เงิน 3 ล้านล้านบาทใช้ไปในการจ่ายงบประจำและใช้ในการชำระหนี้ที่ก่อกันมาตั้งแต่อดีต รัฐบาลจึงมีทางเลือก 2 ทางคือทำตามน้ำทำงบประมาณแบบเดิม ขาดไม่พอก็กู้เพิ่ม หรือจะแก้ไขที่โครงสร้าง แต่ก็ยอมรับว่าไม่สามารถแก้ไขได้หมดอย่างที่ทุกคนต้องการแต่ก็จะไม่ยอมจัดงบประมาณแบบเดิมอีกด้วยการที่เงินไม่พอก็กู้เงินมาแล้วให้หน่วยงานรับงบไปทำโครงการที่สัญญาไว้กับประชาชน 

ภราดรได้กล่าวถึงแนวทางที่รัฐมนตรีกระทรวงการคลังอย่างเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาส พยายามปรับโคงสร้างและรักษาวินัยการเงินการคลังเคร่งครัด โดยในปีนี้ไม่ได้กู้เพิ่มมากกว่าเดิมจากปีที่แล้ว และหากดูแผนการคลังระยะปานกลางที่ 4 หน่วยงาน พยายามวางแผนร่วมกัน ตัวเลขการขาดดุลงบประมาณที่ลดลงเรื่อยๆ และถ้าไม่ทำเช่นนี้วันนี้ปีต่อๆ ก็จะต้องเจอปัญหาอีกเช่นกัน แล้วรัฐบาลนี้ก็ไม่ได้อยู่ตลอดไปรัฐบาลหน้าก็จะต้องมาเผชิญปัญหาเดียวกัน จึงต้องเริ่มต้นรักษาวินัยทางการคลังกันอย่างเคร่งครัดตั้งแต่ปีนี้

งบประจำที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยยะสำคัญทำให้งบลงทุนลดลงต่ำกว่าเดิมถึง 70,000 ล้านบาท จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่ทุกกระทรวงทบวงกรมจะได้รับงบประมาณลดลงทั้งหมดมีเพียงไม่กี่กระทรวงเท่านั้นที่ได้รับจัดสรรเพิ่มเติมด้วยเหตุผลต่างๆ และด้วยโครงสร้างงบประมาณเดิมแบบที่เป็นอยู่ก็ไม่สามารถตอบสนองต่อความต้องการของประชาชนครบถ้วนไม่ได้ เช่นการเพิ่มเบี้ยผู้สูงอายุหรือเบี้ยคนพิการที่เป็นอยู่ตอนนี้รัฐบาลก็รู้ว่าไม่พอ หรือการแก้ไขปัญหาโครงสร้างการจัดการน้ำ ไม่ใช่ว่ารัฐบาลไม่อยากทำ แต่งบประมาณที่มีอยู่บีบรัดใครก็ตามที่จะมาเป็นรัฐบาล 

ภราดรกล่าวต่อว่า รัฐบาลนี้ก็ได้เริ่มต้นที่จะรักษาวินัยทางการคลังอย่างเคร่งครัดโดยไม่พยายามไปยืมเงินคงคลังมาใช้ แต่พยายามสร้างโครงสร้างงบประมาณให้มีความโปร่งใสเพิ่มขึ้น 

แนวทางการจัดสรรงบประมาณปี 70 นายกรัฐมนตรีได้ประกาศนโยบายถึงทุกหน่วยงานว่าให้ช่วยรัดเข็มขัด โครงการไหนไม่จำเป็นเร่งด่วนเช่น งบประจำสำหรับเดินทางสัมมนาต่างประเทศของหน่วยงานราชการก็ให้งด ส่วนโครงการที่จำเป็นต้องไปก็เอาแต่เฉพาะคนที่เกี่ยวข้องไปเท่านั้นเพื่อลดรายจ่าย การจ้างคนเพิ่มก็ส่งสัญญาณไปที่หน่วยรับงบประมาณให้ลดบุคลากรลง และลดการลงทุนที่ไม่จำเป็นแล้วก็ได้ตัดงบของกระทรวงคมนาคมไป 30,000 กว่าล้านบาท แต่ไม่ใช่ลดการลงทุนของประเทศแต่เปลี่ยนแหล่งเงินจากที่ใช้ภาษีของประชาชนให้ไปหาช่องทางเงินทุนอื่น เช่น ไทยแลนด์ฟิวเจอร์ฟันด์หรือไปร่วมลงทุนกับเอกชน 

ภราดรยังได้กล่าวต่อว่า รัฐบาลได้ให้หน่วยงานลดการสร้างตึกอาคารสำนักงาน ไปจนถึงการทำงบประมาณฐานศูนย์ไม่ได้ตั้งงบทบไปจากฐานงบที่หน่วยงานเคยได้เพราะตั้งใจลดโครงการที่ไม่จำเป็นและซ้ำซ้อน เช่น งบกลุ่มจังหวัดที่บางจังหวัดได้ไปถึง 20,000 ล้านบาทปีนี้ก็ลดมาเหลือ 4,000 ล้านบาท ซึ่งทางกระทรวงมหาดไทยก็พร้อมตัดเพราะเห็นว่าโครงการที่ทางจังหวัดเสนอขึ้นมาส่วนใหญ่เป็นโครงการที่ทับซ้อนกับหน่วยงานฟังก์ชั่นอื่นๆ เช่น กรมทางหลวง กรมโยธาธิการ แล้วถ้างานเหล่านี้สำคัญจริงจะต้องไปอยู่ในงบฟังก์ชั่น ไม่ใช่ไปอยู่กับงบพัฒนาจังหวัดที่จะต้องเอาไว้ใช้กับการพัฒนาศักยภาพและเพิ่มโอกาสให้กับประชาชนในจังหวัด

ส่วนของงบกลางที่เพิ่มมาสูงกว่าปีที่แล้วที่อภิปรายกันว่าจะให้นายกฯ สามารถใช้งบกันได้โดยไม่ต้องผ่านสภานั้น  ไม่ได้เป็นเช่นนั้น เพราะงบกลางที่เพิ่มข้นมาคืองบส่วนที่ใช้จำเป็นเร่งด่วนและหน่วยงานราชการไม่ได้ตั้งงบไว้และที่เพิ่มมาก็ 1,000 ล้านบาทเท่านั้น แต่ที่เพิ่มเยอะก็คือส่วนของเบี้ยหวัดบำเหน็จบำนาญที่จะทำให้โปร่งใสขึ้นในส่วนของเงินสำรองที่จะต้องจ่ายให้กับ กบข. ซึ่งปีนี้จะต้องเอาเงินงบกลางจ่ายให้กับ กบข.ถึง 71,400 ล้านบาท และก็มีบกลางที่มีการตั้งหมวดใหม่มาคือ “งบแก้วิกฤติพลังงาน” ตั้งมา 12,000 ล้านบาท 

ภราดรกล่าวย้อนไปว่ารัฐบาลต้องกู้เงินมาใช้ 700,000 ล้านบาทดอกเบี้ย 3-4% ต่อปีในขณะที่ยังมีหลายหน่วยงานในประเทศอย่างองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่มีเงินสะสมอยู่ถึง 600,000 ล้านบาทที่ใช้ได้ และยังมีกองทุนหมุนเหวียนต่างๆ อีกหลายแสนล้านบาท มีหน่วยงานภาครัฐที่เก็บเงินนอกงบประมาณจำนวนมหาศาล แต่รัฐบาลกลางต้องกู้เงินทุกปีเป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้อง แล้วต้องมาปฏิรูปโครงสร้างงบประมาณทั้งหมด 

จึงอยากจะชวนเพื่อนสมาชิกมาช่วยกันวางโครงสร้างงบประมาณใหม่ต้องปฏิรูปงบประมาณทั้งหมดตั้งแต่ขาเข้า ทั้งการจัดเก็บการหารายได้อย่าง Global minimum tax ที่พยายามเก็บภาษีจากบริษัทต่างชาติที่เลี่ยงภาษี เก็บภาษีศุลกากรการนำเข้าตั้งแต่บาทแรกก็จะช่วยผู้ประกอบการแล้วก็ยังจะช่วยสถานะทางการเงินของรัฐบาลด้วย ซึ่งต้องช่วยกันออกแบบโครงสร้างงบประมาณให้ตอบโจทย์ประเทศนี้มากที่สุด อย่างเช่นการนำเงินสะสม เงินกองทุนหมุนเวียนต่างๆ เข้ามาในระบบงบประมาณ ที่จะช่วยให้ประเทศนี้มีโครงสร้างงบประมาณที่ตอบโจทย์ประเทศนี้มากขึ้น

ภราดรกกล่าวว่าหลังจากลงมติผ่านวาระ 1 ไปแล้ว ก็อยากขอให้คณะกรรมาธิการที่ตั้งขึ้นมาหลังจากมาช่วยกันในปีนี้ช่วยกันตัดลดงบประมาณที่ไม่มีความจำเป็นให้มากที่สุดแล้วเอางบประมาณที่ตัดได้นี้ไปให้กับหน่วยงานที่จะไม่ขัดกับมาตรา 144 รัฐธรรมนูญและให้กับหน่วยงานที่จำเป็นที่สุดเช่นงบวิจัยที่ถูกตัดไปหลายพันล้านบาทแทน หรือมีความจำเป็นเร่งด่วน เป็นต้น

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท
โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต
สแกน QR Code เพื่อร่วมบริจาคเงินให้กับประชาไท
ติดตามประชาไท ได้ทุกช่องทาง