'กาบิ' ใน Attack on Titan ชีวิตที่เปลือยเปล่า ผลผลิตของ 'ค่าย' และชาตินิยมสำนึกผิด

ประชาไททำหน้าที่เป็นเวที เนื้อหาและท่าที ความคิดเห็นของผู้เขียน อาจไม่จำเป็นต้องเหมือนกองบรรณาธิการ

ในช่วงเดือนที่ผ่านมา หลายคนที่ติดตามอนิเมะชื่อดัง Attack on Titan มาถึง EP.8 “กระสุนสังหาร” ต่างสบถคำด่าทอเด็กสาวคนหนึ่งที่ริอาจสังหารหนึ่งในมิตรสหายทหารฝึกหัดรุ่นที่ 104 ของเอเรน เยเกอร์ ตัวเอกของเรื่องอย่างซาช่า เบราส์ ซึ่งที่จริงแล้วพวกเขาเป็นคนชนชาติเดียวกัน “ผ่าพิภพไททัน” ในตอนนี้ชวนให้เราตั้งคำถามว่าอะไรเป็นสาเหตุและแนวคิดเบื้องหลังการกระทำของกาบิ บราวน์ ที่ทำให้เธอกระทำเช่นนั้นกับคนที่เป็นมนุษย์เหมือนกัน และแถมยังเป็นคนชาติเดียวกันกับเธอ ความเป็นทหารเพียงอย่างเดียวหรือที่ทำให้เป็นเช่นนั้น?

สำหรับ Attack on Titan ฉบับมังงะได้รับการตีพิมพ์ครั้งแรกในปี 2552 และถูกดัดแปลงเป็นอนิเมะออกฉายสู่สายตาชาวโลกในปี 2556 ซึ่งได้รับความนิยมอย่างมากจากแฟนการ์ตูนญี่ปุ่นทั่วโลก เนื่องจากเป็นการ์ตูนที่แหวกขนบความเป็นการ์ตูนวัยรุ่น ทีมักเน้นการพลังแห่งความพยายาม การเติบโต และผองเพื่อน แต่การ์ตูนเรื่องนี้เปิดด้วยแนวทริลเลอร์แอคชัน อัดแน่นด้วยเนื้อหาทางการเมืองให้ผู้อ่านและผู้ชมได้ขบคิดตลอดทั้งเรื่อง ฉากของเรื่องบอกเล่าถึงดินแดนดิสโทเปียที่มนุษย์ต้องอาศัยอยู่ใต้กำแพงขนาดมหึมาที่ปกป้องพวกเขาจากการรุกรานของไททัน ยักษ์กินคนที่มนุษย์ไม่อาจสื่อสารหรือเจรจาต่อรองใดๆ กับพวกมันได้ จนวันหนึ่งกำแพงได้พังทลายลง ไททันเหล่านั้นก็เข้าบีทามนุษย์และจับกินพวกเขาอย่างไม่แยแสเสียงร้องครวญครางแต่อย่างใด นั่นเป็นจุดเริ่มต้นในการเอาคืนของมนุษยชาติและการไขปริศนาต่าง ๆ เกี่ยวกับพวกมัน   

ภาพกาบิดีใจหลังลอบเข้าไประเบิดป้อมปืนกลของทหารฝ่ายศตรู

ภาพกาบิดีใจหลังลอบเข้าไประเบิดป้อมปืนกลของทหารฝ่ายศตรู

กาบิ บราวน์ เป็นอีกหนึ่งตัวละครจากฝั่งจักรวรรดิมาเลย์ที่น่าสนใจ เธอเป็นเด็กสาวแรกเริ่มวัยทีนชาวเอลเดียผู้มีนิสัยมุทะลุ ทะเยอทะยาน และต้องการจะพิสูจน์ตัวเองด้วยการเป็นนักรบและผู้สืบทอดพลังไททัน เธอเติบโตขึ้นมาภายในเขตกักกันลิเบริโอ เขตกักกันซึ่งเป็นที่อยู่และที่คุมขังชาวเอลเดีย กลุ่มเชื้อชาติซึ่งถูกตีตราจากสังคมของประเทศมาเลย์และชาวโลกว่าเป็นเชื้อสายปีศาจ เนื่องจากพวกเขาเป็นกลุ่มเชื้อชาติเดียวที่สามารถแปลงกายเป็นไททันได้

ประวัติศาสตร์ปกปิด ชาตินิยมสำนึกผิด และเกียรติของเหยื่อ

ตลอดประวัติศาสตร์มวลมนุษยชาติกว่า 2,000 ปี บรรพบุรุษของชาวเอลเดียนั้น ยูมีร์ ฟลิทซ์ ผู้ครอบครองพลังไททันคนแรกได้ทำพันธะสัญญากับปีศาจเพื่อแลกกับพลังอำนาจที่ไม่มีใครต้านทานได้ และหลังจากที่ยูมีร์ไททันตนแรกสิ้นใจ พลังของเธอได้ถูกแบ่งให้กับลูกหลานชาวเอลเดีย จนในภายหลังพลังไททันถูกแบ่งออกเป็น 9 พลัง

หลังจากชาวเอลเดียได้ถือครองพลังไททันแล้ว นับแต่นั้นมาการสร้างจักรวรรดิเอลเดียจึงได้เริ่มต้นขึ้น ชาวเอลเดียที่นำโดยพลังไททันได้บุกทำลายกลุ่มชนชาติอื่น รวมถึงศัตรูคู่อาฆาตอย่างชาวมาเลย์จนสามารถยึดครองดินแดนได้สำเร็จ นั่นเป็นจุดเริ่มต้นของยุคมืดของมวลมนุษยชาติ ชาวเอลเดียใช้พลังไททันรุกราน แย่งชิงดินแดนและทรัพยากรของกลุ่มชนที่ด้อยกว่า จนในเวลาต่อมาชาวมาเลย์ได้ออกอุบายทำลายจากภายใน จนสามารถก่อกำเนิดวีรบุรุษ เฮลอส ที่ร่วมมือกับตระกูลไทเบอร์ผู้ถือครองพลังไททันค้อนสงคราม จนสามารถควบคุมพลังไททัน 7 จากทั้งหมด 9 พลัง จนสามารถเอาชนะสงครามไททันที่รบราฆ่าฟันกันเองได้สำเร็จ กษัตริย์ฟริทซ์ผู้แพ้จึงอพยพชาวเอลเดียมากที่สุดเท่าที่จะมากได้ไปยังเกาะสวรรค์แล้วสร้างกำแพงให้ผู้คนอาศัยอยู่ในนั้น แต่ กาบิ คือลูกหลานของชาวเอลเดียตกหล่นจำนวนมากที่ไม่ได้ถูกอพยพไปพร้อมกับคนอื่น ๆ

นั่นเป็นประวัติศาสตร์ที่แม้จะเป็นความจริงอยู่บ้าง แต่ก็มีการบิดเบือนอยู่มากด้วยเช่นกัน ประวัติศาสตร์ที่ถูกบิดเบือนนี้มีพลังอย่างมากต่อการสร้างชาติและจักรวรรดิของชาวมาเลย์ที่ทำให้ชาวมาเลย์รังเกียจและเห็นด้วยอย่างยิ่งต่อการกดขี่ข่มเหงชาวเอลเดียอย่างเป็นปกติวิสัย และชาวเอลเดียส่วนใหญ่เองก็พร้อมก้มหน้ารับชะตากรรมจากบาปบรรพบุรุษหรือบาปกำเนิดที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ และยินยอมต่อการกดขี่ จำกัดเสรีภาพที่เกิดขึ้น ซ้ำร้ายชาวเอลเดียเองนี่แหละที่พร้อมจะหันมาสอดส่อง ตรวจตรากันเอง เพื่อป้องกันการคิดคดทรยศต่อต้านชาวมาเลย์ ซึ่งนี่เป็นแนวคิดประวัติศาสตร์กำหนด (Historicm) ที่ทำให้ชาวมาเลย์พร้อมกดขี่ชาวเอลเดีย สร้างความเกรียงไกรจากการเป็นผู้ถูกกระทำและช่วงใช้พลังไททันที่ตนยึดครองมาได้เข้าห้ำหั่นชาติอื่น ๆ ไม่ต่างจากชาวเอลเดียเมื่อก่อน

นอกจากรัฐบาลมาเลย์จะสร้างความรู้สึกรวมหมู่ในความเป็นผู้ถูกกระทำให้กับชาวมาเลย์รุ่นหลังสืบต่อความเกลียดชังที่มีต่อชาวเอลเดียในฐานะตัวประหลาดและศัตรูทางเชื้อชาติแล้ว จักรวรรดิมาเลย์ยังสร้างความตระหนักทางเชื้อชาติ (racial awareness) ในมุมกลับหรือชาตินิยมสำนึกผิดให้กับชาวเอลเดีย กล่าวคือ แทนที่ชาวเอลเดียจะมองว่าตัวเองเป็นคนที่เหนือกว่าคนอื่นจากการที่พวกเขาสามารถถูกเปลี่ยนให้เป็นไททันเพื่อรุกรานหรือปกป้องตนเองจากภัยคุกคามอื่นได้ แต่พวกเขากลับยอมใช้ความสามารถพิเศษนี้ช่วยเหลือจักรวรรดิมาเลย์ในการขยายอำนาจ อุทิศตน (และทั้งถูกบังคับ) ให้เป็นแนวหน้าในสนามรบ

ปลอกแขนชาวเอลเดียของกาบิ

ปลอกแขนที่เธอ (และชาวเอลเดียในประเทศมาเลย์) สวมใส่ ซึ่งนอกจากเป็นเครื่องหมายของบาปกำเนิดในสายเลือดปีศาจไททันแล้ว ในด้านหนึ่งปลอกแขนสีเหลืองก็เป็นสัญลักษณ์ที่ในวันข้างหน้าจะทำให้เธอรู้สึกถึงความภาคภูมิใจของการเป็นผู้สืบทอดหนึ่งในพลังไททันมีสติปัญญาทั้ง 9 โดยเฉพาะการถือครองพลังไททันเกราะจากไรเนอร์ บราวน์ ลูกพี่ลูกน้องของเธอ ซึ่งเป็นอาวุธชีวภาพสงครามชิ้นสำคัญของจักรวรรดิมาเลย์ในการขยายอำนาจทางการเมืองและการปกครองโลก

ประวัติศาสตร์ความขัดแย้งในโลกจริง

หากมองย้อนกลับไปในประวัติศาสตร์ความขัดแย้งที่มีอยู่จริงในบริบทของสงครามโลกครั้งที่ 2 กาบิก็คงไม่ต่างอะไรจากฮิตเลอร์ชูเก้น 'Hitlerjugend' หรือยุวชนฮิตเลอร์ในด้านที่กลับหัวกลับหางกัน  กล่าวคือ ยุวชนของฮิตเลอร์อาจมาจากลูกหลานชาวอารยันบริสุทธิ์ที่เป็นแขนขาให้กับรัฐผ่านระบบการศึกษาและกฎหมายให้ทำหน้าทีสอดส่อง ควบคุมชีวิตของชาวยิวและผู้ต่อต้านอื่น ๆ แต่สิ่งที่กาบิ (และชาวเอลเดียในจักรวรรดิมาเลย์ส่วนใหญ่) เป็นคือเหยื่ออธรรมที่พร้อมยินยอมร่วมมือกับผู้กดขี่ แล้วหันมาสอดส่องชาวเอลเดียด้วยกันเองที่คิดจะขบถต่อมาเลย์ พร้อมทั้งผลิตซ้ำความสำนึกผิด และการอุทิศตนประพฤติตัวเป็นชาวเอลเดียที่ดีเพื่อให้โลกยอมรับและให้อภัยแก่บาปกำเนิดที่ติดตัวพวกเขามา

หรือหากมองไปยังช่วงเวลาที่ใกล้กว่านั้น ในช่วงปฏิวัติวัฒนธรรมของจีน กาบิและทหารฝึกหัดมาเลย์คงไม่ต่างอะไรจาก เยาวชนพิทักษ์แดง ของพรรคคอมมิวนิสต์จีนในยุคปฏิวัติวัฒนธรรม ที่ถูกปลุกระดมโดยเหมาเจ๋อตุงผ่าน "หนังสือเล็กแดง" (The Little Red Book) หนังสือรวมคติพจน์ของเหมาที่กลายเป็นคัมภีร์ศักดิ์สิทธิ์และแทบจะเป็นใบอนุญาตหรือเครื่องมือผูกขาดความเป็นคอมมิวนิสต์แบบจีนที่หากใครมีแนวคิดต่อต้านหรือพฤติการณ์ที่เห็นแย้งจากเหมา เผยหรือแสดงตัวตนให้เห็นว่ายังคงยึดติดวัฒนธรรมจีนแบบเก่าออกมาเพียงเล็กน้อยก็อาจถูกชี้เป้าว่าเป็นศัตรูของระบบคอมมิวนิสต์จีนได้ จะเห็นได้ว่าในช่วงนั้น มีการนำครู อาจารย์ หรือแม้กระทั่งคนรุ่นเก่าที่เป็นตัวแทนของวัฒนธรรมแบบศักดินา มาทำร้ายทำลายกันผ่านการประณาม การถูกทำร้ายจนตายในที่สาธารณะ หากยังนึกไม่ออก เหตุการณ์ 6 ตุลา 2519 รอยยิ้มของกลุ่มผู้คนที่ทุบตีทารุณกรรมศพนักศึกษาประชาชนที่เห็นต่างจากรัฐและถูกมองว่าเป็นคอมมิวนิสต์ที่ต้องถูกกำจัดภายใต้คำกล่าว “ฆ่าคอมมิวนิสต์ไม่บาป”  

กาบิ ชีวิตที่เปลือยเปล่าของชาวเอลเดีย ผลผลิตของ “ค่าย”

หากนำเอาแนวความคิดหรือทฤษฎีการเมืองของจิออร์จิโอ อกัมเบน (Giorgio Agamben) นักทฤษฎีการเมืองสายมาร์กซิสชาวอิตาเลียนมาอธิบาย กาบิก็เปรียบได้กับผ้าขาวหรือชีวิตที่เปลือยเปล่า (Bare Life) ที่ถูกล้างสมองผ่านการโฆษณาชวนเชื่อโดยกลไกรัฐและสังคมที่รังเกียจเดียดฉันท์ชาวเอลเดียของชาวมาเลย์ตั้งแต่ก่อนพวกเขาเกิด เป็นชีวิตที่ถูกนวัตกรรมของรัฐในโลกสมัยใหม่อย่าง ค่ายกักกัน ซึ่งเป็นเครื่องมืออันทรงพลังของระบอบเผด็จการอำนาจนิยมแบบเบ็ดเสร็จภายใต้การควบคุมของรัฐบาลมาเลย์เข้ายึดกุมชีวิตของเธอให้รับรู้ข้อมูลและประวัติศาสตร์ด้านเดียว จนสร้างรูปการจิตสำนึกให้กาบิรู้สึกผิดกับสายเลือดของตัวเอง และต้องการไถ่บาปให้กับชาวเอลเดียที่กระทำต่อผู้อื่นอย่างไม่อาจให้อภัย พร้อมทั้งเห็นว่าชาวเอลเดียในกำแพงหรือบนเกาะสวรรค์เป็นชาวเอลเดียเลว เป็นปีศาจที่ต้องถูกกำจัดทิ้งให้สิ้นซาก สมควรคงเหลือไว้แต่เพียงชาวเอลเดียที่ดีนอกเกาะเท่านั้น

ในที่นี้ ค่าย คือพื้นที่แห่งการควบคุมของรัฐสมัยใหม่ผ่านอำนาจควบคุมแบบชีวญาณ เขตกักกันลิเบริโอ ที่แม้จะดูเหมือนว่าถูกทำให้อยู่ “ข้างนอก” สังคมชาวมาเลย์ แต่ก็ยังคงอยู่ภายใต้อำนาจของชาวมาเลย์ ชีวิตของชาวเอลเดียจึงเป็นชีวิตที่แม้จะถูกเบียดขับและกีดกันจากสังคมของชาวมาเลย์ แต่หากทำผิดกฎเพียงน้อยนิดก็สามารถถูกดึงมากำจัดได้ทุกเมื่อเพราะพวกเขาอยู่ภายใต้สภาวะฉุกเฉินตลอดเวลา เป็นสภาวะยกเว้นที่ไม่ได้ถูกใช้โดยกฎหมายปกติที่ชาวมาเลย์ทั่วไปในฐานะพลเมืองของรัฐมาเลย์ได้รับ…เขตกักกันลิเบริโอ จึงเป็นค่ายในความหมายเชิงรูปธรรมที่อนุญาตให้อำนาจขององค์อธิปัตย์และความดิบเถื่อนต่าง ๆ ของรัฐบาลมาเลย์เกิดขึ้นกับชาวเอลเดีย ดังประโยคที่อกัมเบนบอกว่า “ค่าย คือ สถานที่ที่ความไร้มนุษยธรรมอย่างถึงที่สุดได้บังเกิดขึ้นบนโลกใบนี้”

ภายใต้การปกครองของชาวมาเลย์ สิ่งเดียวที่จะทำให้สถานะของชาวเอลเดียดีขึ้นและหลุดออกจากค่าย (อย่างเทียม ๆ) และเป็นที่ยอมรับได้คือการพัฒนาศักยภาพตนเองให้กลายเป็น “นักรบ” หรือผู้สืบทอดพลังไททันทั้ง 9 ให้กับจักรวรรดิมาเลย์ ซึ่งนับเป็นเกียรติยศเพียงหนึ่งเดียวที่ชาวเอลเดียคนหนึ่งจะสามารถมีอิสรภาพได้มากขึ้นนอกเหนือเขตกักกัน เมื่อได้สวมใส่ปลอกแขนสีแดง สัญลักษณ์แห่งนักรบและการเป็นชาวมาเลย์กิตติมศักดิ์ นั่นเป็นวิธีเดียวที่พวกเขาและครอบครัวจะได้รับเกียรติและเป็นที่ยอมรับจากสังคม  

หากมองในบริบทเวลาที่ใหม่กว่านั้น กาบิก็เหมือนคนที่อยู่ใน “Echo Chamber" ซึ่งเป็นพื้นที่แบบหนึ่งเป็นได้ทั้งออฟไลน์และออนไลน์ที่เมื่อผู้พูดแสดงทัศนคติแบบใดออกไป ก็จะได้ยินเสียงสะท้อนของตัวเองกลับมา โดยอาจเป็นเสียงสะท้อนที่มาจากคนอื่นหรือตนเองที่ปราศจากความเห็นที่แตกต่าง หรือเรื่องราวอีกด้านที่มาคัดง้างทัศนคติของตัวเองที่เชื่อถือมาอย่างยาวนาน

กล่าวมาถึงตรงนี้ เราอาจตกผลึกได้ว่า กาบิ ก็เป็นเพียงเหยื่อสงครามความขัดแย้ง ซึ่งถูกประกอบสร้างให้กลายเป็นตัวแทน และเครื่องมือของรัฐในการเข้าปราบปราม ล้างแค้นชาวเอลเดียด้วยกันเองที่อยู่บนเกาะสวรรค์ที่ถูกมองว่าเป็นชาวเอลเดียที่ชั่วร้ายและทำลายล้างชาวมาเลย์มาแต่เก่าก่อน และอาจไม่รู้สึกผิดต่อการกระทำที่มีต่อชาวเอลเดียด้วยกัน และยิ่งชอบธรรมมากขึ้นเมื่อคนใกล้ตัวอย่างอูโด้และโซเฟียเพื่อนพ้องรว่มเป็นร่วมตายในหลายสมรภูมิ รวมทั้งทหารยามที่ใจดีต่อเธอถูกฆ่าตายต่อหน้าต่อตาจนเธอไม่อาจให้อภัยกับการประกาศสงครามของเหล่าปีศาจพวกนี้ในคืนวันเทศกาลประชุมโลก (World Summit) ที่ประเทศมาเลย์ได้

ภาพหลังยิงซาช่า
สีหน้ากาบิหลังยิงซาช่า

การลั่นกระสุนสังหารใส่ซาช่า เบราส์ และทหารหน่วยสำรวจคนอื่น ๆ ที่บังอาจบุกดินแดนมาเลย์จึงไม่ใช่เพียงการล้างแค้นให้กับมิตรสหายแต่เป็นการกระทำที่จิตสำนึกเบื้องลึกของเธอที่ถูกประวัติศาสตร์ด้านเดียวเข้าครอบงำนั้นแสดงออกมา พร้อมสร้างลูปแห่งการแก้แค้นวนเสียนไปไม่สิ้นสุด และทำให้เรื่องเล่าหรือประวัติศาสตร์ปกปิดนั้นเข้มแข็งและทำงานได้ดียิ่งขึ้น อย่างน้อยก็ในความคิดของกาบิ และชาวมาเลย์ทั้งมวล

การหลุดออกจาก “ค่าย” และการเติบโตทางความคิดของกาบิ

อย่างไรก็ตาม เมื่อกาบิถูกจับตัวไปโดยหน่วยสำรวจแห่งเกาะสวรรค์ หลังจากสังหารซาช่า เธอได้เข้าไปใช้ชีวิตร่วมกับชาวเอลเดียและมีความเข้าใจอะไรหลาย ๆ อย่างมากขึ้น จากการได้รับรู้รับทราบข้อมูลอีกด้านและถูกตั้งคำถามจี้จุดผ่านตัวละครคายะ เด็กสาวที่รอดชีวิตจากไททันด้วยการช่วยเหลือของซาช่า เบราส์ จนพบว่า (ก่อนที่หน่วยสำรวจจะค้นพบความลับภายใต้ประวัติศาสตร์ปกปิดที่คาร์ล ฟลิทซ์ กษัตริย์เอลเดียองค์ที่ 145 สร้างขึ้น) ชาวเอลเดียในกำแพงเองก็เป็นเพียงมนุษย์ปกติทั่วไปที่ไม่ต่างจากเธอตอนอยู่ที่ประเทศมาเลย์เลย  พวกเขาไม่ได้มีส่วนรู้เห็นต่อความเลวร้ายของบรรพบุรุษสายเลือดตนเองเมื่อนับพันปีก่อนเลยแม้แต่น้อย พวกเขามีความผิดและสมควรถูกเกลียดชังด้วยอย่างนั้นหรือ ชาวเกาะสวรรค์เองก็ตกเป็นเหยื่อของประวัติศาสตร์ความขัดแย้งและการปกปิดความจริงนี้ไม่น้อยกว่าร้อยปี เปรียบดั่งชีวิตที่เปลือยเปล่าภายใน “ค่าย” ที่แม้ไม่ใช่เขตกักกันลิเบริโอ แต่แสดงออกมาในรูปลักษณ์ของกำแพงสามชั้นซึ่งถูกอธิบายในช่วงต้นของเรื่องว่าเป็นการปกป้องพวกเขาซึ่งเป็นมนุษย์กลุ่มสุดท้ายบนโลกจากการรุกรานของไททันไร้สตินอกกำแพง ทั้งที่จริงแล้ว การปกป้องนี้คือกรงขังพวกเขาไม่ให้ไปทำร้ายใคร          

"ไม่มีปีศาจบนเกาะนี้หรอกค่ะ ที่อยู่ที่นี่ก็คนปกติทั่วไปทั้งนั้น ฉันเริ่มจะเข้าใจไรเนอร์แล้วล่ะค่ะ พวกเราก็แค่คนที่ตัดสินพวกเขาว่าเป็นปีศาจ ทั้ง ๆ ที่ไม่ได้รู้อะไรเลย"

หากคุณผู้อ่านรู้สึกว่าเกลียดกาบิ นั่นอาจเป็นความสำเร็จของอาจารย์ฮาจิเมะ อิซายามะ ในฐานะผู้สร้างประวัติศาสตร์ของการ์ตูนเรื่องนี้ขึ้นมา ที่ขุดหลุมพรางล้อเล่นกับความรู้สึกนึกคิดของเราด้วยกาลเวลาและประวัติศาสตร์ที่ก่อนหน้านี้เราผู้อ่านได้แต่เฝ้ามองจากมุมของชาวเอลเดียในกำแพงมาอย่างยาวนาน จนถูกกระแทกด้วยการกระทำอุกอาจของสาวน้อยกาบิ ตัวละครที่เป็นกระจกสะท้อนอีกด้านของ The Protagonist ของเรื่องอย่างเอเรน เยเกอร์ ซึ่งจริง ๆ แล้ว เขาทั้งสองอาจทำด้วยเหตุผลที่คล้ายกัน ต่างกันก็เพียงรับข้อมูลมาคนละแบบและยืนอยู่คนละฝั่ง โดยที่ยังไม่ได้พูดคุยทำความเข้าใจกันแม้แต่น้อย

มาถึงตรงนี้ ทำให้ผู้เขียนระลึกถึงคำถามต่อเอเรนของเออร์วิน สมิธ ผู้บัญชาการหน่วยสำรวจ ในตอนแรก ๆ ของการ์ตูนเรื่องนี้ว่า “มองออกหรือเปล่า ศัตรูที่แท้จริงคือใครกันแน่” ไททัน ชาวเอลเดียบนเกาะสวรรค์ ชาวเอลเดียในเขตกักกันลิเบริโอ ชาวมาเลย์ หรือรัฐที่กำลังยึดกุมความคิดและจิตใจของเราประชาชนให้ห้ำหั่นกันเองอย่างยาวนานอยู่กันแน่    

อ้างอิง

  • เก่งกิจ กิติเรียงลาภ. เริ่มต้นใหม่จากจุดเริ่มต้น: ทฤษฎีมาร์กซิสต์ในศตวรรษที่ 21. เชียงใหม่: ศูนย์วิจัยและบริการวิชาการ คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่. 2560.
  • พิศาล มุกดารัศมี. Vita Activa: การรื้อฟื้นมนุษย์สภาวะของฮันนาห์ อาเรนท์. กรุงเทพ: อิลลูมิเนชันส์ เอดิชันส์. ตุลาคม 2561.
  • ฮิตเลอร์รื้อ-สร้างการศึกษา ปลูกฝัง “ยุวชนฮิตเลอร์” สู่พลเมืองนาซีที่ภาคภูมิชาติอารยัน https://www.silpa-mag.com/history/article_37129
  • การปฏิวัติวัฒนธรรม (ที่ถูกทำให้ลืม) ระบอบกวาดล้างคนเห็นต่างแบบจีนๆ https://www.silpa-mag.com/history/article_2619

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

ข่าวรอบวัน

พื้นที่ประชาสัมพันธ์