เชียงตุง รัฐฉานของพม่า เจอปัญหาอาชญากรรมรุนแรงเพิ่มขึ้น ทั้งปล้น ลักพาตัว และฆาตกรรม ทำให้เจ้าของธุรกิจ โดยเฉพาะร้านทองและร้านค้าพากันยื่นขอใบอนุญาตพกปืนต่อทางการเพื่อป้องกันตัว แต่รัฐบาลทหารพม่ากลับยื่นเงื่อนไขว่าจะต้องเข้าร่วมกับกองกำลังอาสาฝ่ายสนับสนุนรัฐบาลทหารก่อนถึงจะให้ใบอนุญาต
17 ก.ค. 2569 ชาวเมืองเชียงตุง ทางตะวันออกของรัฐฉาน ประเทศพม่า เปิดเผยว่าเจ้าหน้าที่รัฐบาลทหารในพื้นที่ได้สั่งให้คนที่ต้องการขอใบอนุญาตพกอาวุธปืนเพื่อที่จะป้องกันอาชญากรรมที่เป็นปัญหาเพิ่มสูงขึ้นนั้น จะต้องเข้าร่วมกองกำลังอาสาฝ่ายรัฐบาลทหารเสียก่อน ถึงจะมีใบอนุญาตพกปืนได้ ทำให้ชาวเมืองหลายคนอยู่ในภาวะถูกบีบให้เลือก ว่าจะเผชิญปัญหาอาชญากรรมต่อไปหรือจะเสี่ยงกับการเอาตัวเข้าไปเป็นฝ่ายเดียวกับเผด็จการทหาร
ชาวเมืองเชียงตุงพูดถึงสภาพของเมืองในตอนนี้ว่าพวกเขากำลังเผชิญความหวาดกลัวจากอาชญากรรมรุนแรงที่เพิ่มขึ้น ทั้งการใช้อาวุธปล้น การลักพาตัว การฆาตกรรม ส่งผลให้เจ้าของธุรกิจโดยเฉพาะร้านทองและร้านค้าปลีกยื่นขอจดทะเบียนใบอนุญาตพกปืนเพื่อการป้องกันตัว แต่ทางการกลับยื่นคำขาดให้พวกเขาว่าจะต้องเข้าร่วมกองกำลังอาสาของรัฐบาลทหารก่อนถึงจะให้ใบอนุญาต
คนในพื้นที่รายหนึ่งบอกว่า คนที่ค้าทองมีความกังวลอย่างมากต่อปัญหาอาชญากรรม จึงได้ยื่นขอใบอนุญาตพกปืน แต่ก็เผชิญกับเงื่อนไขดังกล่าว
มีผู้คนยื่นขอพกปืนมากขึ้นหลังจากที่อาชญากรรมรุนแรงยกระดับเพิ่มขึ้นในเชียงตุง ตัวอย่างกรณีที่สะเทือนขวัญผู้คนเช่น กรณีเมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม ที่ผ่านมา มีคนลักพาตัวผู้หญิงจากร้านเฟอร์นิเจอร์ที่อยู่ห่างจากสถานีตำรวจเพียงไม่กี่เมตร และเมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม ที่ผ่านมา ก็มีกรณีการสังหารเจ้าของร้านทอง มีการชิงทองหนักราว 4.9 กิโลกรัม ทั้งสองกรณีนี้ยังไม่มีการจับกุมผู้ต้องสงสัยแต่อย่างใด
คนในพื้นที่บอกว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจจะทำการลาดตระเวนในช่วงกลางวัน แต่พอหลังจากเจ้าหน้าที่ออกเวรแล้วพวกเขาก็รู้สึกไม่ปลอดภัยโจรขโมยปรากฏตัวขึ้นหลังจากนั้น และเมื่อใดก็ตามที่มีเหตุเกิดขึ้นพวกเขาก็ไม่สามารถจับตัวผู้กระทำความผิดได้เลย แล้วชาวเมืองต่างก็ได้ยินเรื่องเหตุการณ์ลักรถจักรยานยนต์เกิดขึ้นทุกสัปดาห์
ทางการพม่าได้แสดงออกว่าจะแก้ปัญหาอาชญากรรมเช่นกัน แต่ก็มีลักษณะที่ชาวเมืองมองว่าเป็นการทำเพื่อสร้างภาพเชิงสัญลักษณ์เฉยๆ ไม่ได้แก้ปัญหาได้จริง เช่น เมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม ที่ผ่านมา ฝ่ายบริหารงานทั่วไปประจำอำเภอได้มีการจัดอบรม "ผู้สอนเรื่องความตระหนักรู้เกี่ยวกับกฎหมาย" ให้กับผู้นำชุมชนและหมู่บ้าน 38 แห่ง
ชาวเมืองมองว่าการจัดอบรมดังกล่าวเป็นการสร้างภาพที่ไม่ได้แก้ปัญหาอะไรเพราะกลุ่มแก๊งอาชญากรที่มีอาวุธก็ยังคงก่อเหตุได้ต่อไปโดยไม่ถูกนำตัวมาดำเนินคดีและหลักนิติธรรมก็ค่อยๆ ถูกทำลายลง ทำให้สภาพของเมืองเชียงตุงตอนกลางคืนนั้นราวกับเป็น "เมืองร้าง" เจ้าของกิจการและผู้ให้บริการแลกเปลี่ยนเงินตราต่างก็อยู่อย่างหวาดผวาและมักจะระวังไม่ให้คนแปลกหน้าเข้าบ้าน
การที่พวกเขาจะยอมเป็นทหารอาสาสำหรับภาครัฐก็สร้างความเสี่ยงอีกขั้นหนึ่ง เพราะทหารอาสาเหล่านี้มักจะถูกเกณฑ์ให้ไปเป็นแนวหน้าจนอาจจะตกเป็นเป้าโจมตีจากกลุ่มต่อต้านเผด็จการทหารได้ กลายเป็นภาวะบีบให้ต้องเลือกแบบกลืนไม่เข้าคายไม่ออกระหว่างการเสี่ยงกับอาชญากรรมในพื้นที่หรือยอมตามกองทัพ เพื่อแลกกับการคุ้มครองเล็กๆ น้อยๆ แต่ก็สร้างความเสี่ยงชีวิตให้ตัวเองอีกรูปแบบหนึ่ง
เรียบเรียงจาก
Fear of Crime Grows in Kengtung as Gun Permits Come with Militia Requirement, SHAN, 10-07-2026
https://english.shannews.org/archives/29919
