Skip to main content
sharethis
ระบบอ่านออกเสียงนี้ ใช้ฟังก์ชั่น Web Speech API / JavaScript ในเบราว์เซอร์

รัฐบาลเอกภาพแห่งชาติ หรือ NUG ซึ่งเป็นรัฐบาลพม่าฝ่ายต่อต้านรัฐประหาร ได้หารือออนไลน์กับรัฐมนตรีต่างฟิลิปปินส์ ผู้แทนพิเศษอาเซียน หลังจากช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมารัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนกับตัวแทนรัฐบาลทหารพม่าพบปะหารือที่กรุงเทพฯ ซึ่งทำให้รัฐบาล NUG ออกแถลงการณ์ตอบโต้ และเรียกร้องให้อาเซียนสร้างกระบวนการทางการเมืองที่สมดุลและเปิดให้ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกฝ่ายเข้าร่วมอย่างเท่าเทียม ขณะที่เวียดนามเสนอให้อาเซียนติดต่อและเจรจากับพม่าโดยตรงอย่างสม่ำเสมอ เพื่อผลักดันให้เกิดความคืบหน้าที่จับต้องได้

กองกำลังทหาร PDF ควบคุมตัวอำเภอบันเมาก์ หรือบ้านหมอก จังหวัดกาดส่า ภาคสะกาย เมื่อ 20 ก.ย. 2568 ก่อนที่กองทัพพม่าและกองกำลังไตแดง SNA จะยึดคืนเดือนกุมภาพันธ์ 2569 (ที่มา: The Irrawaddy)

ยี มอน (กลาง แถวหลัง) รัฐมนตรีกลาโหมของรัฐบาลพม่า NUG และกองกำลัง PDF ภาพถ่ายปี 2565 (ที่มา: แฟ้มภาพ/Myanmar Now)

แถลงการณ์รัฐบาล NUG ต่อการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนอย่างไม่เป็นทางการ กับรัฐบาลทหารพม่า เมื่อ 12 ก.ค. 2569

รัฐบาล NUG ชี้รัฐบาลทหารพม่ายังไม่ปฏิบัติตามฉันทามติอาเซียน 5 ข้อ

แถลงการณ์ของรัฐบาล NUG ซึ่งเผยแพร่เมื่อ 12 ก.ค. 2569 ต่อกรณีประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนอย่างไม่เป็นทางการ ในประเด็นพม่าที่กรุงเทพฯ และพัทยา ระบุว่า ไทยในฐานะประเทศเพื่อนบ้านย่อมมีผลประโยชน์โดยชอบธรรมในประเด็นความมั่นคงชายแดน การค้าข้ามแดน ปัญหามนุษยธรรม อาชญากรรมข้ามชาติ สิ่งแวดล้อม และเสถียรภาพในภูมิภาค ดังนั้น การหารือทวิภาคีกับฝ่ายรัฐบาลทหารในประเด็นที่กระทบต่อผลประโยชน์ดังกล่าวจึงเป็นเรื่องที่เข้าใจได้

อย่างไรก็ตาม NUG ย้ำว่า การติดต่อของประเทศสมาชิกอาเซียนประเทศใดประเทศหนึ่งไม่ควรถูกตีความว่าเป็นการเปลี่ยนแปลงจุดยืนร่วมของอาเซียนต่อพม่า โดยกรอบหลักของภูมิภาคยังคงเป็นฉันทามติ 5 ข้อ ซึ่งเรียกร้องให้ยุติความรุนแรง เปิดการเจรจาระหว่างทุกฝ่าย ให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม และเปิดทางให้ผู้แทนพิเศษของอาเซียนเข้าถึงผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่เกี่ยวข้อง

แถลงการณ์ของ NUG ระบุว่า ปัญหาสำคัญของอาเซียนไม่ใช่การขาดการติดต่อทางการทูต แต่คือการที่รัฐบาลทหารยังไม่ปฏิบัติตามพันธกรณีภายใต้ฉันทามติ 5 ข้อ แม้เวลาจะผ่านมากว่า 5 ปีแล้ว ความรุนแรงต่อพลเรือนและการโจมตีทางอากาศยังคงเกิดขึ้น การเข้าถึงความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมถูกจำกัด และการเจรจาทางการเมืองที่มีความหมายยังไม่เริ่มต้น

แถลงการณ์ยังเรียกร้องให้อาเซียนติดต่อกับทุกฝ่ายอย่างสมดุล เป็นระบบ และเปิดกว้างอย่างแท้จริง ทั้ง รัฐฐาล NUG, สภาขับเคลื่อนการสถาปนาสหภาพสหพันธรัฐประชาธิปไตย (SCEF), องค์กรปฏิวัติชาติพันธุ์ และกองกำลังประชาธิปไตยอื่นๆ โดยเตือนว่า การแยกเจรจากับแต่ละฝ่ายในกระบวนการคู่ขนานและให้น้ำหนักทางการเมืองไม่เท่ากัน อาจเปิดช่องให้รัฐบาลทหารใช้ยุทธวิธี “แบ่งแยกแล้วปกครอง”

“ความน่าเชื่อถือของอาเซียนจะไม่ได้รับการตัดสินจากจำนวนการประชุมที่จัดขึ้น แต่จะวัดจากการที่พันธกรณีร่วมถูกนำไปปฏิบัติและก่อให้เกิดผลลัพธ์ที่วัดได้” NUG ระบุ พร้อมชี้ว่า ตัวชี้วัดที่แท้จริงคือความรุนแรงลดลงหรือไม่ ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมเข้าถึงประชาชนมากขึ้นหรือไม่ และกระบวนการทางการเมืองแบบมีส่วนร่วมมีความคืบหน้าหรือไม่

ในอีกด้านหนึ่ง เล หว่าย จุง รัฐมนตรีต่างประเทศเวียดนาม ซึ่งร่วมการประชุมกล่าวในการประชุมว่า เวียดนามยังคงถือว่าพม่าเป็นสมาชิกของอาเซียน และมองฉันทามติ 5 ข้อเป็นกรอบสำคัญในการสนับสนุนประเทศดังกล่าว แต่เสนอว่า นอกเหนือจากการผลักดันฉันทามติให้เกิดผลแล้ว อาเซียนควรดำเนินมาตรการที่เป็นรูปธรรมและปฏิบัติได้จริงมากขึ้น

รัฐมนตรีต่างประเทศเวียดนามให้ความสำคัญกับการติดต่อและเจรจากับพม่าโดยตรงอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้อาเซียนติดตามพัฒนาการภายในประเทศและช่วยผลักดันความคืบหน้าที่จับต้องได้ พร้อมระบุว่า เวียดนามพร้อมทำงานร่วมกับฟิลิปปินส์ในฐานะประธานอาเซียนและประเทศสมาชิกอื่นๆ เพื่อสนับสนุนการฟื้นฟูเศรษฐกิจ แก้ไขปัญหาสังคม และปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ

จุดยืนของเวียดนามจึงให้น้ำหนักกับการคงช่องทางสื่อสารและความร่วมมือเชิงปฏิบัติกับฝ่ายบริหารพม่า ขณะที่ NUG ไม่ได้คัดค้านการติดต่อทางการทูต แต่เรียกร้องว่า การมีส่วนร่วมดังกล่าวต้องไม่เกิดขึ้นกับรัฐบาลทหารเพียงฝ่ายเดียว และต้องไม่ทำให้ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียฝ่ายอื่นได้รับสถานะและน้ำหนักทางการเมืองต่ำกว่า

การประชุมที่กรุงเทพฯ ครั้งนี้ถือเป็นการพบปะโดยตรงระดับสูงระหว่างรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนกับตัวแทนฝ่ายบริหารพม่าครั้งสำคัญที่สุดนับตั้งแต่รัฐประหารปี 2564 โดยฝ่ายพม่าได้นำเสนอแผนดำเนินงาน 100 วัน ซึ่งระบุว่าจะส่งเสริมสันติภาพ การปรองดอง และเสถียรภาพภายในประเทศ แต่ยังไม่มีรายละเอียดชัดเจนว่าแผนดังกล่าวจะเปิดพื้นที่ให้ฝ่ายต่อต้านและองค์กรชาติพันธุ์มีส่วนร่วมเพียงใด

รัฐบาลเอกภาพแห่งชาติพม่าและกลุ่มชาติพันธุ์ติดอาวุธหารือผู้แทนพิเศษอาเซึยน

ล่าสุดเมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม รัฐบาลเอกภาพแห่งชาติ หรือ NUG ออกแถลงการณ์ยืนยันว่า ซินมาอ่อง รัฐมนตรีต่างประเทศของ NUG ได้ประชุมทางวิดีโอกับมาเรีย เทเรซา พี ลาซาโร รัฐมนตรีต่างประเทศฟิลิปปินส์ ผู้แทนพิเศษของฟิลิปปินส์ว่าด้วยพม่า ซึ่งเป็นตัวแทนของประเทศประธานอาเซียนประจำปี 2569

ระหว่างการหารือ ซินมาอ่องเน้นย้ำว่า การดำเนินการตามฉันทามติ 5 ข้อของอาเซียนที่กำลังประสบภาวะชะงักงันให้เกิดผล จะต้องเปิดให้ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย “อย่างหลากหลายและกว้างขวาง” เข้ามามีส่วนร่วม ฉันทามติดังกล่าวเป็นแผนสันติภาพที่จัดทำขึ้นในปี 2564 ซึ่งเรียกร้องให้ยุติความรุนแรงโดยทันทีและปล่อยตัวนักโทษการเมือง

เธอกล่าวว่า การที่ลาซาโรพบหารือโดยตรงกับกลุ่มติดอาวุธชาติพันธุ์เมื่อไม่นานมานี้ ซึ่งเป็นความเคลื่อนไหวที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน จะช่วยให้อาเซียนเข้าใจความซับซ้อนของสถานการณ์ทางการเมืองที่เกิดขึ้นจริงในพม่าได้ชัดเจนยิ่งขึ้น

กองกำลังกลุ่มชาติพันธุ์ในพม่าพบผู้แทนอาเซียนในไทย

ขณะเดียวกันเมื่อวันที่ 15 ก.ค. 69 สภาขับเคลื่อนเพื่อการก่อกำเนิดสหภาพสหพันธรัฐประชาธิปไตย หรือ SCEF ซึ่งเป็นองค์กรร่มทางการเมืองที่ประกอบด้วยกลุ่มต่อต้านสำคัญหลายกลุ่ม ยืนยันว่าสมาชิกของสภาได้พบหารือกับลาซาโร กลุ่มที่เข้าร่วมประกอบด้วย

  • สหภาพแห่งชาติกะเหรี่ยง หรือ KNU
  • พรรคก้าวหน้าแห่งชาติกะเรนนี หรือ KNPP
  • องค์กรแห่งอิสรภาพกะฉิ่น หรือ KIO
  • แนวร่วมแห่งชาติชิน หรือ CNF

ต่อมา SCEF ออกแถลงการณ์ชี้แจงลักษณะของการประชุม โดยเน้นว่าการหารือกับลาซาโรจัดขึ้น “แยกต่างหาก” อย่างชัดเจนจากการประชุมเมื่อวันที่ 13 กรกฎาคม กับคณะกรรมการความเป็นปึกแผ่นแห่งชาติและการเจรจาสร้างสันติภาพ หรือ NSPNC ของรัฐบาลทหารพม่า ซึ่งจัดขึ้นที่ชลบุรี

SCEF ย้ำว่า การเข้าร่วมการหารือครั้งนี้ไม่ถือเป็นกระบวนการเจรจาหรือการต่อรองทางการเมืองอย่างเป็นทางการกับรัฐบาลทหาร

SCEF ใช้เวทีดังกล่าวเพื่อย้ำข้อเรียกร้องหลัก โดยเรียกร้องให้อาเซียนผลักดันการปฏิบัติตามฉันทามติอาเซียน 5 ข้อ และกดดันมิน อ่อง หล่าย ผู้นำรัฐบาลทหาร ให้ยุติความรุนแรงต่อพลเรือน ปล่อยนักโทษการเมืองทั้งหมด และเปิดทางให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมเข้าสู่พื้นที่ขัดแย้งได้โดยไม่มีอุปสรรค

มินอ่องหล่าย เตรียมเยือนไทย ส.ค.นี้

สถานีวิทยุเสียงประชาธิปไตยแห่งพม่า (DVB) รายงานด้วยว่าในช่วงต้นเดือนสิงหาคมนี้ พล.อ.อาวุโส มินอ่องหล่าย จะเดินทางเยือนไทยอย่างเป็นทางการเป็นครั้งแรก นับตั้งแต่ขึ้นดำรงตำแหน่งประธานาธิบดี โดยอ้างข้อมูลจากแหล่งข่าวไม่เปิดเผยชื่อในสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หรืออาเซียน

การเดินทางครั้งนี้จะนับเป็นการเยือนประเทศสมาชิกอาเซียนอย่าง “เป็นทางการ” ครั้งที่ 2 ของเขา นับตั้งแต่รัฐบาลทหารจัดการเลือกตั้งระหว่างปี 2568-2569 และส่งผลให้เกิดรัฐสภาและฝ่ายบริหารที่สนับสนุนกองทัพ โดยมี พล.อ.อาวุโส มินอ่องหล่ายเป็นผู้นำ

ตินหม่องส่วย รัฐมนตรีต่างประเทศของรัฐบาลทหาร เข้าร่วมการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนอย่าง “ไม่เป็นทางการ” ที่กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 12 ก.ค. มีรายงานว่า ในการหารือ สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีต่างประเทศไทย เรียกร้องให้พม่าดำเนินมาตรการที่เป็นรูปธรรมเพื่อปฏิบัติตามฉันทามติ 5 ข้อ ซึ่งเป็นแผนสันติภาพของอาเซียนที่เรียกร้องให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องกับความขัดแย้งเปิดการเจรจากัน นับตั้งแต่เกิดรัฐประหารเมื่อวันที่ 1 ก.พ. 2564

ก่อนการประชุมอาเซียนอย่างไม่เป็นทางการ ตินหม่องส่วย ได้พบหารือกับสีหศักดิ์เมื่อวันที่ 11 ก.ค. โดยพูดคุยกันในประเด็นความมั่นคงตามแนวชายแดน การค้า และปัญหาสิ่งแวดล้อม

ก่อนหน้านี้ มินอ่องหล่ายเคยเดินทางมาไทยเมื่อเดือนเมษายน 2568 เพื่อเข้าร่วมการประชุมสุดยอดความริเริ่มแห่งอ่าวเบงกอลสำหรับความร่วมมือหลากหลายสาขาทางวิชาการและเศรษฐกิจ หรือบิมสเทค (BIMSTEC) ที่กรุงเทพฯ ส่วนการเยือนประเทศลาวระหว่างวันที่ 3-5 ก.ค. ถือเป็นการเดินทางเยือนประเทศสมาชิกอาเซียนอย่างเป็นทางการครั้งแรกของเขา

 

แปลและเรียบเรียงจาก

Việt Nam ready to work with ASEAN to support Myanmar: FM, Vietnam News, July 13, 2026 - 10:30, https://vietnamnews.vn/politics-laws/1785312/viet-nam-ready-to-work-with-asean-to-support-myanmar-fm.html

Min Aung Hlaing to visit Thailand in August; Military claims strategic road in Sagaing Region ‘secured’, DVB, 15 July 2026,  https://english.dvb.no/asean-outreach-may-give-myanmar-leaders-legitimacy-without-results/

Myanmar’s resistance forces engage with ASEAN Special Envoy amid renewed peace talks push, DVB, 16 July 2026 https://english.dvb.no/myanmars-resistance-forces-engage-with-asean-special-envoy-amid-renewed-peace-talks-push/ 

Statement Regarding Informal Meeting between ASEAN and the Myanmar Military Junta, Republic of the Union of Myanmar, National Unity Government, 12 July 2026

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท
โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต
สแกน QR Code เพื่อร่วมบริจาคเงินให้กับประชาไท
ติดตามประชาไท ได้ทุกช่องทาง