74 นักวิชาการยื่นจดหมายเปิดผนึก เรียกร้องยุติเวทีรับฟังความคิดเห็นโครงการแลนด์บริดจ์ เหตุร่าง EHIA บกพร่อง 11 ประการสำคัญ ขาดการศึกษาผลกระทบครบถ้วน เสนอให้ สนข.ทบทวนศึกษาใหม่ทั้งหมด
มูลนิธินิติธรรมสิ่งแวดล้อม (EnLAW) แจ้งข่าวว่า เมื่อวันที่ 4 สิงหาคม 2568 นักวิชาการ 74 คน ได้ยื่นจดหมายเปิดผนึกขอ ขอให้สํานักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) สั่งให้ยุติการจัดเวที ค.3 ท่าเรือน้ําลึก แหลมอ่าวอ่าง และท่าเรือน้ําลึกแหลมจิ๋ว และนําร่างรายงาน EHIA กลับไปศึกษาใหม่ โดยจดหมายระบุว่าสืบเนื่องจากการจัดทําร่างรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ (Environmental Health Impact Assessment: EHIA) โครงการพัฒนาท่าเรือน้ําลึกแหลมอ่าวอ่าง จังหวัดระนอง และโครงการ พัฒนาท่าเรือน้ําลึกแหลมจิ๋ว จังหวัดชุมพร โดยร่างรายงาน EHIA ที่ใช้ประกอบการจัดเวทีรับฟังความคิดเห็น ประชาชน ครั้งที่ 3 กําหนดจัดขึ้นในวันที่ 5 สิงหาคม 2568 ณ จังหวัดระนอง และวันที่ 6 สิงหาคม 2568 ณ จังหวัดชุมพร มีข้อบกพร่องหลายประการที่ไม่ใช่เพียงแค่คําผิด หรือการ Copy/Paste โดยไม่แก้ไขเอกสารให้ ถูกต้องเท่านั้น แต่สิ่งสําคัญในประเด็น ขอบเขตการศึกษาไม่ถูกต้อง เนื้อหาในส่วนสําคัญของการศึกษามีความ ผิดพลาดคลาดเคลื่อน สาระสําคัญของการศึกษาไม่ครบถ้วน โดยมีประเด็นในสาระสําคัญของการศึกษาร่าง รายงาน EHIA ทั้ง 2 เล่ม ดังนี้
1. การกําหนดขอบเขต (scoping) EHIA กําหนดรัศมีการศึกษาที่ 5 กิโลเมตรไม่ครอบคลุม ทําให้ผล กระทบนอกรัศมีไม่ได้รับการศึกษา รวมถึงเกาะพยามที่จะได้ผลกระทบมากที่สุดก็ถูกศึกษาเพียงเสี้ยว
เดียวเท่านั้น
2. ไม่มีข้อมูลผลกระทบต่อการเสนอเป็นมรดกโลก เนื่องจากป่าชายเลนและพื้นที่ชายฝั่งทะเลของจังหวัด ระนอง พังงา ภูเก็ต ได้เข้าสู่ขั้นตอนการขอรับรองเป็นมรดกโลกทางธรรมชาติแห่งที่ 4 แล้ว ซึ่งกลับไม่ มีผลการศึกษาและความเสียหายในส่วนนี้แต่อย่างใด
3. ความเหมาะสมของสถานที่ตั้งท่าเรือและแบบท่าเรือมีการใช้ค่าคะแนนที่ไม่เหมาะสม ให้สัดส่วน คะแนนด้านสังคมและสิ่งแวดล้อมน้อยกว่าด้านมูลค่าการลงทุนและวิศวกรรมอย่างอธิบายไม่ได้
4. ไม่มีผลการศึกษาเรื่องการกัดเซาะชายหาดจากถมทะเลกว่า 6,900 ไร่ใกล้พื้นที่ชายฝั่ง ซึ่งย่อมส่งผล กระทบต่อการเปลี่ยนแปลงสมุทรศาสตร์และการกัดเซาะชายฝั่ง แต่กลับไม่ได้มีการศึกษาในประเด็นดังกล่าว ทําให้ไม่สามารถที่จะกําหนดมาตรการป้องกันผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมและสุขภาพได้อย่าง เป็นรูปธรรม
5. ไม่มีการประเมินผลกระทบต่อกลุ่มชาติพันธุ์ ชาวเลมอแกน ทั้งในพื้นที่เกาะพยายาม เกาะช้าง เกาะเหลา จํานวนกว่า 400 คน ซึ่งเป็นกลุ่มผู้มีส่วนได้เสียจากโครงการโดย แต่กลับไม่ถูกศึกษาว่า การพัฒนาท่าเรือน้ําลึกจะส่งผลกระทบต่อชีวิต วิถีชีวิต และความเป็นอยู่ของพวกเขาอย่างไร 6. ความไม่คุ้มค่าของโครงการ การทุ่มงบประมาณก่อสร้างท่าเรือน้ําลึกเฟส 1 ขนาด 20 ล้าน TEUS ไม่สามารถประกันความคุ้มค่าในทางเศรษฐกิจ ด้วยทางจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้เคยศึกษาและสรุปแล้วว่าไม่คุ้มค่า แต่การศึกษาครั้งนี้กลับไม่ได้ทบทวน
7. การขาดข้อมูลการศึกษาผลกระทบด้านท่องเที่ยวเชิงนิเวศ ซึ่งเป็นเศรษฐกิจหลักที่ยั่งยืนในจังหวัด ระนอง และชุมพร ที่สามารถกระจายรายได้ให้แก่ชุมชนและผู้คนจํานวนมาก กลับไม่มีข้อมูลความ เสียหายที่จะกระทบในส่วนนี้แต่อย่างใด
8. การขาดผลการศึกษาเรื่องปัจจัยผลกระทบด้านภัยพิบัติ ที่อาจเกิดขึ้นในพื้นที่โครงการ เช่น การ เปลี่ยนแปลงสมุทรศาสตร์ สึนามิ พายุ และแผ่นดินไหว รวมถึงอุบัติเหตุจากการดําเนินการของ โครงการ เช่น การระเบิดหรือไฟไหม้ตู้คอนเทนเนอร์ เป็นต้น
9. กระบวนการมีส่วนร่วมในการศึกษามีข้อสงสัยหลายประการ เช่น เวที ค.1 การมีส่วนร่วมที่เชิญเพียง กลุ่มเฉพาะ ไม่ได้เปิดกว้างให้กลุ่มผู้มีส่วนได้เสียเข้าร่วม เวที ค.2 ขาดการผลศึกษาจากกลุ่มอาชีพหรือ กลุ่มผู้รับผลกระทบโดยตรงจํานวนมาก รวมถึงการเปิดรับฟังความคิดเห็นเพียงแค่ 45 นาทีต่อครั้ง
10. การปรากฏข้อมูลที่คลาดเคลื่อน เช่น บุคลากรทางการแพทย์มีมากกว่าจํานวนจริง จํานวนสัตว์หน้า ดินที่มีน้อยผิดปกติ ข้อมูลที่ใช้ในการเขียนรายงานเกือบทั้งหมดเป็นข้อมูลทุติยภูมิ ไม่ได้ระบุผลกระทบ ต่อประเด็นต่างๆ รวมถึงการเก็บข้อมูลส่วนใหญ่ที่เป็นข้อมูลทุติยภูมิมากกว่าการใช้เป็นข้อมูลปฐมภูมิ (primary data)
11. การขาดผลการศึกษาของภาพรวมโครงการ รายงานฉบับนี้เน้นแยกส่วนการศึกษาเป็นรายกิจการใน โครงการแลนด์บริดจ์ ควรจะมีการศึกษาทั้งโครงการท่าเรือน้ําลึกจํานวน 2 ท่า โครงการรถไฟรางคู่ และโครงการมอเตอร์เวย์ แต่กลับแยกเป็นรายโครงการ ทําให้ไม่เห็นภาพรวมความเชื่อมโยงของผลกระทบจากการดําเนินโครงการทั้งที่เป็นโครงการเดียวกัน
จากข้อบกพร่องที่สําคัญอย่างน้อย 11 ประการ ที่กล่าวมาข้างต้น ทําให้การที่ สนข. จะนําเอกสารร่าง รายงาน EHIA ท่าเรือน้ําลึกชุมพร-ระนอง ในโครงการแลนด์บริดจ์ซึ่งบกพร่องนี้ นําไปรับฟังความคิดเห็น ประชาชน จึงไม่มีความชอบธรรม และไม่ถูกต้องตามหลักวิชาการ นักวิชาการและนักสิ่งแวดล้อม จึงเสนอให้ สํานักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) ในฐานะเจ้าของโครงการ สั่งให้มีการทบทวนและ ศึกษา EHIA ใหม่ทั้งหมด และยุติการจัดเวทีรับฟังความคิดเห็นประชาชนครั้งที่ 3 ที่จะเกิดขึ้นไว้ก่อน
