พ่อค้า-แม่ค้าโวย! โดนเจ้าหน้าที่ยกของ ชี้ยังไม่ถึงวันปิดสนามหลวง

 

 

ภาพ: ป้ายประชาสัมพันธ์การปรับปรุงภูมิทัศน์รอบสนามหลวง เริ่มดำเนินการ 1 ก.พ.นี้
 

วันนี้ (31 ม.ค.52) ก่อนหน้าการปิดปรับปรุงภูมิทัศน์สภาพแวดล้อมและปัญหาสังคมในพื้นที่สนามหลวงและปริมณฑลในวันที่ 1 ก.พ. พ่อค้าแม่ค้าในสนามหลวงได้ตั้งกลุ่มวิพากวิจารณ์การทำงานของเจ้าหน้าที่เทศกิจด้วยความไม่พอใจ เนื่องจากเมื่อเวลาประมาณ 08.00 น.วันนี้ เจ้าหน้าที่เทศกิจได้นำกำลังเข้าขนย้ายข้าวของอาทิ เต็นท์ รถเข็น โต๊ะเก้าอี้ ที่กลุ่มพ่อค้าแม่ค้าได้นำไปเก็บไว้บริเวณด้านข้างของสนามหลวง ทำให้ทรัพย์สินของพวกเขาเสียหาย
 

ภาพ: สภาพล้อรถเข็นขายของที่ปิดเบี้ยว โดยแม่ค้าผู้เป็นเจ้าของบอกว่าเกิดจากการที่เจ้ามาขนเอาไปในช่วงเช้าเมื่อไปรับคืนกลับมาก็มีสภาพเสียหาย
 

นาวสาวกระทิน อายุ 54 ปี แม่ค้าส้มตำหมูย่างที่ขายอยู่ในสนามหลวงมากว่า 6 ปี ซึ่งพบว่าเต็นท์กันแดดทรงลูกเต๋าหายไปหลังจากถูกเจ้าหน้าที่เทศกิจเข้ามาทำการขนย้ายข้าวของ ได้โชว์ใบแจ้งความลงบันทึกประจำวัน ของสถานีตำรวจนครบาลชนะสงคราม พร้อมเล่าว่าก่อนหน้านี้ที่จะไปแจ้งความได้เดินทางไปที่สำนักงานเขตพระนครถึง 2 ครั้ง เพื่อที่จะไปขอรับเต็นท์ของเธอกลับแต่ก็ไม่ได้คืนมา ทั้งที่พ่อค้าแม่ค้าคนอื่นๆ ต่างได้ข้าวของคืนกันหมดจึงตัดสินใจไปแจ้งความเพราะรู้สึกว่าไม่ได้รับความเป็นธรรม

นางสาวกระถินกล่าวด้วยว่า ในวันนี้ได้เตรียมการว่าจะขายของให้เสร็จเร็วขึ้นโดยลดปริมาณลงจากที่ขายปกติ เพื่อจะจัดการเก็บข้าวของและเปิดทางให้เจ้าหน้าที่เทศกิจเข้ามาทำการจัดเตรียมพื้นที่ในช่วงเย็น อีกทั้งก่อนหน้านี้ก็ได้มีการประสานงานกับเจ้าหน้าที่แล้วว่าในช่วงระยะเวลา 1 เดือนหลังเริ่มการปรับปรุงในวันที่ 1 ก.พ.ให้สามารถนำรถเข็นของมาขายไปก่อนได้ แต่ไม่ให้มีการตั้งเต็นท์หรือวางโต๊ะ ซึ่งส่วนตัวก็รับได้ในข้อเสนอนี้ แต่การกระทำของเจ้าหน้าที่ในครั้งนี้ทำให้ชาวบ้านไม่พอใจอย่างมาก

สำหรับความคิดที่ว่าหลังการปรับปรุงสนามหลวงอาจปิดไม่ให้มีการขายของนั้น นางสาวกระถินแสดงความเห็นว่าไม่สามารถห้ามไม่ให้คนเข้ามาขายของได้ เพราะไม่รู้จะไปขายของตรงไหน

“ทุกวันนี้คนตกงานก็เยอะอยู่แล้ว จะมาไล่ที่พวกเราให้ไม่มีงานทำอีกเหรอ” นางสาวกระถินตั้งคำถาม
 

ภาพ: แม่ค้าส้มตำหมูย่างในสนามหลวง โชว์ใบแจ้งความ
 

ส่วนนายพนัสพ่อค้าสนามหลวงวัยกว่า 70 ปี กล่าวว่าหากเป็นวันที่ 1 แล้วมาดำเนินการอย่างนี้จะไม่ว่ากัน เพราะทำถือว่าทำตามหน้าที่ แต่นี่ก็ยังไม่ถึงกำหนด นอกจากนั้นยังบอกด้วยว่าคืนนี้จะเอาทหารมาไล่เรา

“เราจะไม่เก็บแล้ว เราจะต้องสู้” นายพนัสกล่าว

 

ภาพ: นายพนัสพ่อค้าในบริเวณสนามหลวงคนหนึ่งชูโซ่ล่ามรถเข็นที่ถูกเจ้าหน้าที่ตัด เพื่อขนย้ายทรัพย์สินของกลุ่มพ่อค้าแม่ค้า

 

ขณะที่ นางเล็ก อายุ 57 ปี แม่ค้าขายว่าวอยู่ที่สนามหลวงมากว่า 20 ปี บอกว่ายังรอดูท่าทีว่าในวันที่ 1 ก.พ.นี้ทางเจ้าหน้าที่จะอนุญาติให้ขายว่าวได้อีกหรือไม่ เพราะที่ผ่านมาไม่ได้มีการประกาศอย่างชัดเจนว่าคนขายว่าต้องทำอย่างไร มีแต่มาตราการรองรับพ่อค้าแม่ค้าโดยรอบที่ได้จัดสรรพื้นที่ให้ไปขายบริเวณคลองหลอด นอกจากนี้ในเรื่องการปิดสนามหลวงก็เพิ่งรู้ข่าวเมื่อไม่นานมานี้จากการชมโทรทัศน์ แต่ไม่เคยได้รับการชี้แจงใดๆ จากเจ้าหน้าที่ของรัฐ และไม่ทราบแผนการดำเนินงานอะไรเลย

นางเล็กให้ข้อมูลด้วยว่าในปีก่อนๆ มีคนมาขายว่าวที่สนามหลวงหลายร้อยเจ้า แต่วันนี้นับดูเหลือแค่ 5 เจ้า เพราะข่าวที่ว่าจะมีการปรับปรุงสนามหลวง และตอนนี้รายได้จากการขายว่าวก็ลดลงมากจากที่เคยขายได้ในหลักพัน ถึงแม้ในปีหลายที่ผ่านมาจะประสบปัญหาเรื่องม็อบมาใช้พื้นที่สนามหลวง และเรื่องโรคไข้หวัดนกทำให้คนไม่กล้ามาเที่ยวแต่ก็ยังพอขายได้ เทียบกับตอนนี้ขายได้วันละร้อยกว่าบาท บางวันแทบไม่มีค่ารถกลับบ้านเลย

“ถ้าเขาไม่ให้เราขายก็ไม่รู้จะทำยังไง” นางเล็กกล่าว

ส่วนนายหมึก อายุ 55 ปี สามีของนางเล็กกล่าวว่า ปีนี้ทำว่าวไว้กว่า 1,700 ตัวเพราะไม่รู้ว่าจะมีการปิดสนามหลวง ซึ่งก็คงต้องขาดทุนอีก หลังจากที่ปีที่แล้วทำว่าวไว้กว่า 1,200 ตัวก็ขายได้ครึ่งเดียวเพราะสนามหลวงมีจัดงานราชพิธี แต่ก็ยังเชื่อว่าในปีต่อๆ ไปจะยังคงเปิดให้มีการขายว่าวและเล่นว่าวในสนามหลวงเพราะการเล่นว่าวถือเป็นมรดกของชาติไปแล้ว อีกทั้งสมาคมกีฬาไทยก็มีการจัแข่งขันว่าวทุกปีในช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์-เมษายน แม้ปีนี้จะหยุดไปก็ตาม

 

ภาพ: ร้านขายว่าวบริเวณสนามหลวง อีกอาชีพหนึ่งที่ประสบปัญหาจากการปิดสนามหลวง

 

ด้านนายสุเทพ เชื้อชาติ เจ้าหน้าที่เทศกิจ เขตพระนคร กล่าวว่าในช่วงเช้าก็มีการทำความสะอาดพื้นที่แต่ไม่รู้ว่ามีการขนข้าวของหรือไม่เพราะตนเป็นเวรประจำการในช่วงดึก ทั้งนี้ในเบื้องต้นวันที่ 1 ก.พ.นี้ได้รับคำสังให้กั้นทางไม่ให้มีการนำรถเข้าจอดในพื้นที่สนามหลวงและจับนก ส่วนคำสั่งให้ดำเนินการใดๆ กับคนที่ค้าขายหรือใช้พื้นที่ในสนามหลวงยังไม่มี และที่ผ่านมาได้มีการพูดคุยกับพ่อค้าแม่ค้าสนามหลวงแล้วเกี่ยวกับการปรับปรุงพื้นที่และให้ขายของในบริเวณถนนโดนรอบไปก่อนได้ ซึ่งผู้ค้าส่วนใหญ่ก็เข้าใจและให้ความร่วมมือ นอกจากนั้นในส่วนพื้นที่ถนนโดยรอบสนามหลวงยังสามารถใช้งานได้ตามปกติ
 

ภาพ: กรงดักนกพิราบ ขนาดกว้าง 6 เมตร สูง 4 เมตร ลึก 12 เมตรที่เจ้าหน้าที่ กทม.นำมาติดตั้งบริเวณสนามหลวงด้านทิศใต้ฝั่งพระบรมมหาราชวัง เมื่อวันที่ 30 ม.ค.ที่ผ่านมา เพื่อดักจับนกพิราบไปปล่อย ตามแผนการปรับปรุงภูมิทัศน์สนามหลวง        
 

ด้านเว็บไซต์โพสต์ทูเดย์ รายงานว่า นายเสือชนะ สุดเจริญ ผอ.เขตพระนคร กล่าวว่า ในวันนี้เจ้าหน้าที่เทศกิจได้เตรียมพื้นที่ไว้ล่วงหน้าโดยเฉพาะในเรื่องการทำความสะอาดโดยรอบของสนามหลวงระยะกว่า 1,600 เมตร ทำให้พ่อค้าแม่ค้าแตกตื่น ซึ่งทาง กทม.ไม่ได้ห้ามขายของในวันนี้ เพียงแต่ต้องช่วยกันรักษาความสะอาดบ้าง เพราะขนาดว่ายังไม่ได้ลงมือปรับปรุงพื้นที่ก็มีขยะจำนวนมากกว่า 5-10 คันรถ และยืนยันว่า เจ้าหน้าที่ไม่ได้จับกุมหรือยึดสินค้าแต่อย่างใดในวันนี้

ส่วนแผนการปรับปรุงภายในสนามหลวง โดยมอบหมายให้ทหารช่างเป็นผู้ปรับปรุงนั้น ขณะนี้ ยังไม่ได้มีการส่งแผนการทำงานมาให้แต่อย่างใด ซึ่งเป็นเรื่องของทหารว่าจะวางแผนอย่างไร สำหรับนกพิราบได้จัดทำกรง และจะมีการสาธิตการจับในวันพรุ่งนี้ด้วย อย่างไรก็ตามในวันที่ 1 ก.พ.นี้ จะมีพิธีเปิดการปรับปรุงอย่างเป็นทางการ โดยมี มรว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าฯ กทม.เป็นประธานในพิธีเวลาประมาณ 09.00 น.

ทั้งนี้ การปรับปรุงภูมิทัศน์พื้นที่ท้องสนามหลวง โดยกองทัพบก ตั้งแต่วันที่ 1 ก.พ.52 จะเริ่มต้นจากการห้ามไม่ให้มีการจอดรถในพื้นที่สนามหลวง และขนย้ายนกพิราบในพื้นที่สนามหลวงและบริเวณโดยรอบไปไว้ที่กรมทหารสื่อสาร จ.ราชบุรี นอกจากนั้นจะมีการปรับปรุงพื้นผิวด้านบน ประกอบด้วยการวางท่อระบายน้ำป้องกันน้ำท่วมขัง การเทคอนกรีต ปูกระเบื้อง และปูหญ้า โดยยกเลิกการก่อสร้างสุขาใต้ดิน กำหนดให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 30 พ.ย.53 เนื่องจากเดือนธันวาคมจะมีการจัดงานพระราชพิธีสำคัญ งานเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
 

ภาพ: สนามหลวงในวันที่ 31 ม.ค. ก่อนการปิดปรับปรุงใหญ่

 

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์