ถามหาความจริงใจของ ส.ส. ต่อกรณีการเข้าชื่อเสนอกฎหมายของประชาชน

ประชาไททำหน้าที่เป็นเวที เนื้อหาและท่าที ความคิดเห็นของผู้เขียน อาจไม่จำเป็นต้องเหมือนกองบรรณาธิการ

การเข้าชื่อเสนอกฎหมายของประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง เป็นการมีส่วนร่วมทางการเมืองโดยตรงของประชาชนในระบอบประชาธิปไตยรูปแบบหนึ่ง ในต่างประเทศเช่น สหรัฐอเมริกา นิวซีแลนด์หรือฟินแลนด์ ประชาชนสามารถเข้าชื่อเพื่อกฎหมายได้ สำหรับประเทศไทยได้รับรองหลักสิทธิเข้าชื่อเพื่อเสนอร่างกฎหมายครั้งแรกในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2540 ซึ่งกำหนดให้ประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งจำนวนไม่น้อยกว่า 50,000 คนเข้าชื่อเพื่อเสนอกฎหมายในหมวดว่าด้วยสิทธิและเสรีภาพของปวงชนชาวไทยและหมวดว่าด้วยแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐได้ ต่อมา รัฐธรรมนูญ 2550 ก็ยังคงหลักการดังกล่าว แต่ได้ลดจำนวนผู้เข้าชื่อลงเหลือไม่น้อยกว่า 10,000 คน เพื่อให้การดำเนินการในเรื่องนี้กระทำได้ง่ายและคล่องตัวยิ่งขึ้น นอกจากนั้นยังกำหนดให้การพิจารณาร่างกฎหมายที่ประชาชนเสนอมานั้นจะต้องประกอบด้วยผู้แทนของประชาชนที่เข้าชื่อเสนอร่างพระราชบัญญัตินั้นจำนวนไม่น้อยกว่าหนึ่งในสามของจำนวนกรรมาธิการทั้งหมดด้วย

ในกรณีของพระราชบัญญัติส่งเสริมการบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง  พ.ศ. .. (ฉบับประชาชนเข้าชื่อ) นั้น แต่เดิมกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งร่วมกับเครือข่ายประมงพื้นบ้านและนักวิชาการยกร่างขึ้นมาทั้งหมด 135 มาตรา แต่ภายหลังถูกคณะกรรมการกฤษฎีกาตัดเหลือเพียง 25 มาตรา จนไม่เหลือสาระสำคัญและบทบัญญัติของกฎหมายตามเจตนารมณ์ที่เคยยกร่างกันมาตั้งแต่แรก ดังนั้นเครือข่ายประมงพื้นบ้านและภาคประชาชนจึงได้พัฒนาร่างกฎหมายและร่วมกันเข้าชื่อเพื่อเสนอร่างพระราชบัญญัติส่งเสริมการบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง พ.ศ.... (ฉบับประชาชนเข้าชื่อ) เสนอประกบกับร่างของคณะรัฐมนตรี เพื่อจะได้นำสาระสำคัญและหลักการของร่างกฎหมายภาคประชาชนไปพิจารณาประกอบกันในชั้นกรรมาธิการ

ปัจจุบันร่างกฎหมายฉบับประชาชนเข้าชื่อดังกล่าวผ่านการตรวจสอบของสำนักงานสภาผู้แทนราษฎร เหลือเพียงขั้นตอนให้กระทรวงมหาดไทยประกาศรายชื่อเพื่อเปิดให้คัดค้านรายชื่อ ซึ่งจะใช้เวลาไม่เกิน 30 วัน กฎหมายประชาชนฉบับนี้ก็จะเข้าสู่การพิจารณาของสภาควบคู่ไปกับร่างของรัฐบาลตามความตั้งใจของประชาชน

แต่การประชุมสภาผู้แทนราษฎรเมื่อวันที่ 22 มกราคม 2556 วิปรัฐบาลและสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเสียงข้างมากในสภากลับลงมติให้พิจารณาร่างพระราชบัญญัติส่งเสริมการบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง พ.ศ... (คณะรัฐมนตรีเป็นผู้เสนอ) โดยไม่รอร่างภาคประชาชน ทั้งที่การเข้าชื่อเสนอกฎหมายเป็นเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ อีกทั้งคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมาย (คปก.) ก็ได้เคยมีหนังสือสำทับถึงนายกรัฐมนตรีและประธานสภาผู้แทนราษฎรขอให้ชะลอการพิจารณาร่างกฎหมายฉบับนี้ออกไปก่อนเพื่อรอร่างของประชาชน เพื่อจะได้พิจารณาร่างกฎหมายไปพร้อมๆ กัน

นอกจากนั้นจากการสอบถามตัวแทนประชาชนผู้เข้าชื่อพบว่า วิปรัฐบาลกลับไม่เคยได้ปรึกษาหารือหรือแจ้งให้ตัวผู้เข้าชื่อเสนอกฎหมายรับทราบหรือชี้แจงก่อนวิปรัฐบาลตัดสินใจเลื่อนการพิจารณาร่างกฎหมายฉบับนี้แต่อย่างใด จนกระทั่งก่อนการพิจารณาร่างกฎหมายของสภาไม่กี่ชั่วโมง จึงได้เรียกตัวแทนประชาชนผู้เข้าชื่อไปเจรจา ทั้งขู่ ทั้งปลอบเพื่อให้จำยอม

การตัดสินใจลงมติเห็นด้วยกับวิปรัฐบาลที่จะให้มีการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติส่งเสริมการบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง พ.ศ... โดยไม่รอร่างของประชาชนของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรส่วนใหญ่สะท้อนการมองไม่เห็นความหมายของกระบวนการเข้าชื่อเสนอกฎหมายว่าเป็นสิทธิของประชาชนและเป็นเครื่องมือสำคัญประการหนึ่งในการส่งเสริมการมีส่วนร่วมในทางการเมืองของประชาชน  อีกทั้งยังเป็นการวางหลักในเรื่องนี้ไว้เป็นตัวอย่างว่า ต่อให้ประชาชนลงทุนลงแรงพัฒนากฎหมายและร่วมลงชื่อเพื่อเสนอกฎหมายมากมายเพียงใด แต่หากรัฐบาลหรือสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไม่ให้ความสำคัญ กฎหมายของประชาชนเหล่านั้นก็ไร้ความหมาย อีกทั้งยังสามารถกีดกันไม่ให้กฎหมายของประชาชนเข้าสู่การพิจารณาของสภาด้วยวิธีการเดียวกันนี้

ที่สำคัญเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ทำให้อดที่จะกังขาและเกิดคำถามต่อความจริงใจของรัฐบาล วิปรัฐบาลและสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเสียงข้างมากในการพัฒนาการมีส่วนร่วมทางการเมืองของประชาชนไม่ได้ ยิ่งในยุคที่อยู่ในช่วงของประชาธิปไตยผลิบานเพราะมีรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งหลังจากวิกฤตรัฐประหาร ๒๕๔๙ และประชาชนคนในสังคมมีความตื่นตัวในทางการเมืองสูงที่สุดในประวัติการเมืองไทย แต่เหตุใดการตัดสินใจที่ “ไม่เห็นหัวประชาชน”  “ไม่เคารพต่อเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ” จึงเกิดขึ้นได้ในสภาผู้ทรงเกียรติในช่วงเวลาเช่นนี้

 

ข้อมูลเพิ่มเติม
๑.) สภาผู้แทนราษฎร เตรียมพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ จำนวน 4 ฉบับ ตามที่ประชุมเห็นชอบให้เลื่อนขึ้นมาพิจารณาก่อนร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยความปรองดองแห่งชาติ (http://thainews.prd.go.th/centerweb/News/NewsDetail?NT01_NewsID=WNPOL5601230020006)

๒.) ภาค ปชช.ค้านรัฐบาลเร่งนำร่าง พ.ร.บ.ทะเลเเละชายฝั่ง เข้าสภาฯ ไม่รอฉบับประชาชนยื่นหมื่นรายชื่อ เผยบิดเจตนารมณ์คุ้มครองทรัพยากรชายฝั่ง-วิธีประมงพื้นบ้าน (http://www.isranews.org/%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B9%81%E0%B8%AA%E0%B8%8A%E0%B8%B8%E0%B8%A1%E0%B8%8A%E0%B8%99/%E0%B8%97%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%9E%E0%B8%A2%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%A3-%E0%B8%AA%E0%B8%B4%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B9%81%E0%B8%A7%E0%B8%94%E0%B8%A5%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%A1/item/19000-deehrr.html)

๓.) หนังสือคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมายขอให้ชะลอการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ ๓ ฉบับ (http://www.lrct.go.th/wp-content/uploads/2012/10/%E0%B9%95%E0%B9%95%E0%B9%91%E0%B9%90%E0%B9%90%E0%B9%92%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%87-%E0%B8%82%E0%B8%AD%E0%B9%83%E0%B8%AB%E0%B9%89%E0%B8%8A%E0%B8%B0%E0%B8%A5%E0%B8%AD%E0%B8%A3%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%8A%E0%B8%9A%E0%B8%B1%E0%B8%8D%E0%B8%8D%E0%B8%B1%E0%B8%95%E0%B8%B4-%E0%B9%93-%E0%B8%89%E0%B8%9A%E0%B8%B1%E0%B8%9A.pdf)

๔.) ภาคประชาชนร่วมเสนอร่างกฎหมาย ส่งเสริมการบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง พ.ศ. ... เข้าสู่การพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎร (http://www.radioparliament.net/news1/news.php?id_view=4930)

 

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์