มูลนิธิผสานวัฒนธรรมเรียกร้องสอบสวนกรณี จนท. ใช้กำลังปราบ นศ.

23 พ.ค. 2558 มูลนิธิผสานวัฒนธรรมได้ออกแถลงการณ์ขอให้มีการสอบสวนกรณีเจ้าหน้าที่ใช้กำลังปราบปรามผู้ชุมนุมโดยสงบในวันครบรอบหนึ่งปี 1 รัฐประหาร โดยมีรายละเอียดดังต่อไปนี้
 
ขอให้มีการสอบสวนกรณีเจ้าหน้าที่ใช้กำลัง
ปราบปรามผู้ชุมนุมโดยสงบในวันครบรอบหนึ่งปี 1 รัฐประหาร
           
เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2558 มีการจับกุมนักศึกษาที่ชุมนุมอย่างสงบจำนวนทั้งสิ้น 34 คนหลังการสลายการชุมนุมโดยเจ้าหน้าที่ที่ หอศิลปกรุงเทพ โดยมีการรายงานว่ามีการใช้กำลังจากเจ้าหน้าที่ทั้งในและนอกเครื่องแบบในการยุติการชุมนุมโดยสงบ การใช้กำลังส่งผลให้มีผู้ชุมนุมอย่างน้อยสองรายถูกส่งตัวไปรับการรักษาที่โรงพยาบาล  และมีภาพเผยแพร่ทางสื่อมวลชนทั้งในและต่างประเทศในลักษณะที่เจ้าหน้าที่ทั้งในและนอกเครื่องแบบใช้กำลัง บีบคอ ล๊อคคอ ดึงผม ดึงศีรษะ จับผู้ชุมนุมลากถูไปบนพื้นถนน เป็นต้น
           
มูลนิธิผสานวัฒนธรรมได้สัมภาษณ์ผู้ชุมนุมชายอายุ 24 ปีที่ได้รับบาดเจ็บที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่งพบว่า ผู้เสียหายถูกทำร้ายร่างกาย โดยการเตะ ต่อย ชกทำร้าย จนมีร่องรอยบาดแผลตามร่างกาย มีการกอดรัดคอและมีเจ้าหน้าที่บางรายใช้หัวเข่ากดกระแทกบริเวณหน้าอก และลากผู้เสียหายรายนี้จากจุดหนึ่งไปอีกจุดหนึ่ง มีการข่มขู่ทางวาจาและขณะนั้นก็มีการรุมเตะทำร้ายจนได้รับบาดเจ็บและสลบไป  เจ้าหน้าที่ได้นำน้ำมาราดที่หน้าจนฟื้นแล้วผู้เสียหายก็มีอาการหายใจไม่ออก จนอาเจียน ต่อมาถูกส่งตัวเข้ารับการรักษาพยาบาลที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่ง ผู้เสียหายมีบาดแผลบริเวณหน้า คอ แขนทั้งสองข้าง ตาขวาปิดเกือบสนิท มีอาการบาดเจ็บที่ซี่โครงด้านขวา ปัจจุบันยังคงพักรักษาตัวและได้รับการดูแลจากแพทย์อย่างใกล้ชิด
 
มูลนิธิผสานวัฒนธรรมมีความเห็นว่าการชุมนุมเพื่อแสดงออกทางความคิดเห็นอย่างสงบสันติต้องได้รับการเคารพ การกระทำของเจ้าหน้าที่เพื่อยุติการชุมนุมหรือจำกัดสิทธิเสรีภาพในการชุมนุมต้องเป็นไปในลักษณะที่ไม่สมควรกว่าเหตุและได้สัดส่วน  จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแม้ผู้ชุมนุมซึ่งส่วนใหญ่เป็นนักศึกษาทั้ง 34 คนได้รับการปล่อยตัวโดยไม่ตั้งข้อหา อย่างไรก็ตาม  สุดท้ายก่อนปล่อยตัวเจ้าหน้าที่ ถ่ายเอกสารบัตรประชาชนพร้อมให้ผู้ชุมนุมทุกรายเขียนกำกับว่าจะไม่เคลื่อนไหว  
 
ในวันเดียวกันมีเหตุการณ์ยุติการชุมนุมที่จังหวัดขอนแก่น มีนักศึกษาจำนวน 7 ราย ถูกจับกุมและควบคุมตัวเป็นเวลาหนึ่งคืน ต่อมาถูกตั้งข้อหาฝ่าฝืนประกาศ คสช.ที่ 3 /2557 เรื่องห้ามชุมนุมทางการเมือง หลังทำกิจกรรม 1 ปีรัฐประหาร โดยล่าสุดเช้านี้  นักศึกษากลุ่มดาวดินทั้ง 7 คนได้รับการประกันตัวออกมาแล้ว ด้วยวงเงินคนละ 7,500 บาท รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 52,500 บาท
          
ทางมูลนิธิผสานวัฒนธรรมมีความห่วงใยต่อการใช้กำลังเจ้าหน้าที่ปราบปราม จับกุมและตั้งข้อหา การแสดงออกในเชิงสัญลักษณ์ ซึ่งเป็นการละเมิดสิทธิในการแสดงความคิดเห็นโดยสุจริตและปราศจากความรุนแรง  ขอเรียกร้องดังนี้              
 
1) ขอเรียกร้องให้มีการสืบสวนสอบสวนเหตุการณ์โดยทันที อย่างเป็นอิสระ และมีประสิทธิภาพในทุกกรณี เพื่อเป็นมาตรการป้องกันไม่ให้การยุติการชุมนุมเกิดเหตุการณ์ละเมิดสิทธิมนุษยชนเกิดขึ้นอีก
 
2) การสืบสวนสอบสวนต้องนำมาซึ่งการนำคนผิดมาลงโทษทั้งทางวินัยและกฎหมาย  รวมทั้งการพิจารณาการชดเชย  การชดใช้และการฟื้นฟูเยียวยาต่อผู้ชุมนุมอย่างเหมาะสมและเพียงพอ  และไม่จำกัดสิทธิผู้เสียหายที่จะดำเนินคดีต่อผู้กระทำความผิดตามกฎหมาย   
 
3) ยุติการใช้กำลังที่เกินกว่าเหตุในการปราบปราม ยุติการชุมนุมโดยสงบของประชาชน อันเป็นการจำกัดสิทธิเสรีภาพขั้นพื้นฐานของประชาชนที่รัฐบาลควรเคารพและปกป้องคุ้มครอง
 
4) ขอให้พนักงานสอบสวนพิจารณาการสั่งคดีด้วยความเป็นธรรม การตั้งข้อหาต่อนักศึกษาสมาชิกกลุ่มดาวดิน ที่จังหวัดขอนแก่น ซึ่งเป็นการใช้อำนาจตามกฎหมายที่ขัดต่อหลักการด้านสิทธิมนุษยชนและเป็นการปิดกั้นการแสดงออกทางความคิดเห็นต่อกลุ่มนักศึกษาจนเกิดสมควรไม่เป็นธรรม

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์