กิตติศักดิ์ ปรกติเตือน คสช. ควบคุมตัวนานเกินเหตุ-จะเกิดครหาว่าใช้อำนาจตามอำเภอใจ

อาจารย์นิติศาสตร์ ธรรมศาสตร์ เตือนกรณีควบคุมผู้ประท้วงรัฐบาล 14 ราย ระวังจะกลายเป็นการควบคุมตัวบุคคลไว้นานเกินเหตุ ใช้อำนาจเกินวัตถุประสงค์ ม.44 และขัดรัฐธรรมนูญชั่วคราว โดยแนะนำว่าถ้าไม่มีหลักฐานอื่นที่แสดงว่าจะมีผู้ก่อเหตุร้ายที่ผู้ถูกกล่าวหาทั้ง 14 รายจะมีส่วนร่วมชัดเจน ควรรีบดำเนินการสั่งปล่อยตัวผู้ถูกกล่าวหา

กิตติศักดิ์ ปรกติ (แฟ้มภาพ/ประชาไท)

เมื่อวันที่ 1 ก.ค. เวลา 22.17 น. กิตติศักดิ์ ปรกติ อาจารย์คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เขียนบทความเรื่อง "ข้อคิดเห็นเรื่องการควบคุมตัวผู้ประท้วงคัดค้านรัฐบาล 14 ราย" เกี่ยวข้องกับกรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจส่งศาลทหารฝากขังนักศึกษาและนักกิจกรรม "ขบวนการประชาธิปไตยใหม่" จำนวน 14 ราย โดยเผยแพร่ในเฟซบุ๊คบัญชีของตน มีรายละเอียดดังนี้

000

"ข้อคิดเห็นเรื่องการควบคุมตัวผู้ประท้วงคัดค้านรัฐบาล 14 ราย"

ในวงสนทนาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันในทางวิชาการว่า คิดเห็นเรื่องการควบคุมตัวคนหนุ่มสาว 14 คนที่ประท้วงคัดค้านรัฐบาลอย่างไร และในวงการสื่อสารมวลชนก็มีหลายท่านถามความเห็นผู้เขียนในเรื่องนี้ซ้ำกันหลายคราว ผู้เขียนถือโอกาสนำข้อคิดเห็นที่ได้ให้ไว้มาแสดงดังต่อไปนี้

ประชาชนทั่วไปเข้าใจความจำเป็นในการเข้ายึดอำนาจการปกครองของ คสช ดี ว่ามีขึ้นเพียงชั่วคราวเพื่อระงับเหตุร้าย และแก้ไขบ้านเมืองให้เดินไปข้างหน้า ด้วยเหตุผล ด้วยกฎหมาย โดยมุ่งขจัดเงื่อนไขในการใช้ความรุนแรงต่อคนไทยด้วยกัน

คนหนุ่มสาว 14 คน ที่อ้างว่าได้ใช้สิทธิแสดงความคิดเห็นคัดค้านคณะรัฐบาลตามประเพณีการปกครองประเทศไทยในระบอบประชาธิปไตย และตามพันธกรณีระหว่างประเทศที่ไทยผูกพันตามที่รัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวได้รับรองไว้ในมาตรา 4 นั้น มีเหตุที่ผู้ใหญ่ควรรับฟัง โดยที่ไม่ปรากฏว่าพวกเขาได้แสดงอาการว่าจะใช้กำลังหรือจะประทุษร้ายใคร แม้การกระทำของพวกเขาจะเข้าข่ายฝ่าฝืนคำสั่งหัวหน้า คสช ที่ 3/2558 ที่ห้ามชุมนุมทางการเมืองโดยไม่ได้รับอนุญาต ก็เป็นแต่เพียงเหตุให้ เจ้าหน้าที่ของรัฐ อาจอ้างการฝ่าฝืนคำสั่งหัวหน้า คสช. เข้าจับกุมเพื่อหยุดยั้งการกระทำนั้นชั่วคราวเพียงเท่าที่จำเป็นในการรักษาความสงบและป้องกันเหตุร้ายตามอำนาจที่มาตรา 44 ของรัฐธรรมนูญให้ไว้ในการออกคำสั่งดังกล่าวเท่านั้น

แม้การฝ่าฝืนคำสั่งหัวหน้า คสช ที่ 3/2558 จะมีระวางโทษไว้ไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ เจ้าหน้าที่ก็ควรพิจารณาตามพฤติการณ์และความร้ายแรงของการกระทำ ถ้าเห็นได้ว่าเขาได้ทำไปด้วยเจตนาแสดงความคิดเห็นติชมโดยสุจริต อยู่ในความมุ่งหมายของรัฐธรรมนูญ ก็ไม่ควรจะกล่าวหาว่าบุคคลเหล่านั้นกระทำความผิดถึงขั้นร้ายแรง เพียงแต่ว่ากล่าวตักเตือนก็ย่อมจะเพียงพอ ดังที่เจ้าหน้าที่เองก็ได้เคยกระทำเช่นนั้นมาก่อนหน้านี้แล้ว

แน่นอนว่า หากเจ้าหน้าที่ได้สืบรู้ว่า มีการนัดแนะกับบุคคลอื่นจะก่อการประทุษร้ายหรือยุงยงให้ใช้กำลังก่อความไม่สงบชนิดที่อาจเป็นภัยร้ายแรง เจ้าหน้าที่ของรัฐก็อาจกล่าวหาดำเนินคดีไปตามนั้น แต่หากได้จับกุมไปแล้ว ไม่พบหลักฐานแน่ชัดว่าจะก่อความรุนแรง หรือทำผิดคิดร้ายต่อบ้านเมือง ก็ชอบที่จะแสดงความเคารพในสิทธิตามรัฐธรรมนูญที่จะแสดงความเห็นของเขา ในเมื่อภาวะการฝ่าฝืนคำสั่งหัวหน้า คสช ได้สิ้นสุดลงแล้ว ทางการก็ชอบที่จะสั่งการปล่อยตัวบุคคลเหล่านั้น

แต่หากเจ้าหน้าที่ของรัฐเพียงแต่อ้างว่า มีผู้อยู่เบื้องหลังโดยมิได้แสดงหลักฐานแก่สาธารณชนให้เห็นประจักษ์ ย่อมเป็นเหตุให้ถูกครหาว่าเจ้าหน้าที่ได้ทำการจับกุมและควบคุมตัวไว้โดยเกินกว่าเหตุ ทั้งยังจะเปิดช่องให้มีการอ้างเหตุสงสัยลอยๆ เช่นนั้นเข้าจับกุมบุคคลต่าง ๆ โดยไม่ต้องหาหลักฐานให้รัดกุม เป็นช่องทางให้เจ้าหน้าที่ของรัฐใช้อำนาจตามอำเภอใจได้โดยง่าย ซึ่งกรณีเช่นนี้ย่อมไม่ใช่ความมุ่งหมายของรัฐธรรมนูญ และไม่เป็นไปตามความมุ่งหมายของการใช้อำนาจรักษาความสงบเรียบร้อยและความมั่นคงของชาติตามที่มาตรา 44 ของรัฐธรรมนูญให้อำนาจไว้แต่อย่างใด

การจับกุมเพื่อระงับเหตุร้ายที่มีพยานหลักฐานแวดล้อมถึงขนาดควรเชื่อได้ว่าจะเกิดลุกลามเป็นเหตุร้ายขึ้นนั้น คนทั่วไปย่อมยอมรับได้ว่าเป็นการจับกุมที่ทำได้โดยชอบ ในฐานะเป็นอำนาจป้องกันจำเป็นขจัดเหตุร้ายตามมาตรา 44 ของรัฐธรรมนูญ แต่ถ้าไม่มีเหตุเช่นนั้นก็เป็นการใช้อำนาจเกินวัตถุประสงค์ของมาตรา 44 และขัดต่อรัฐธรรมนูญ

ยิ่งควบคุมตัวบุคคลไว้นานเกินกว่าเหตุ ก็ยิ่งเกิดข้อครหาว่าเป็นการใช้อำนาจตามอำเภอใจ โดยขัดรัฐธรรมนูญที่คุ้มครองสิทธิเสรีภาพบุคคลยิ่งขึ้นอีก ดังนั้น ถ้าไม่มีหลักฐานอื่นที่แสดงว่าจะมีผู้ก่อเหตุร้ายโดยผู้ถูกกล่าวหาทั้ง 14 รายที่ถูกจับไว้มีส่วนร่วมที่ชัดเจน ทางราชการก็ชอบที่จะรีบดำเนินการสั่งปล่อยตัวผู้ถูกกล่าวหาเสีย

สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

แสดงความคิดเห็น

ข่าวรอบวัน

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

พื้นที่ประชาสัมพันธ์