คำ ผกา: ระยะแห่งการวิจารณ์ กรณี 'ปลื้ม'

ได้อ่านบทสัมภาษณ์คุณปลื้มในหนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์ มีหลายประเด็นที่อยากจะเขียนโต้ตอบบทสัมภาษณ์ชิ้นนี้ แต่ก่อนอื่นคงต้องขอทำความเข้าใจก่อนว่า  คุณปลื้มมีสิทธิในการแสดงความคิดเห็นและจุดยืนของตนเองอย่างเต็มที่ไม่ว่าจะในฐานะสื่อ ฐานะประชาชน หรือในฐานะลูกของหม่อมอุ๋ย

ในทางกลับกัน ฉันก็ย่อมมีสิทธิอย่างเต็มที่ในฐานะผู้อ่าน ผู้รับสื่อ และในฐานะประชาชนที่จะสนทนากับบทสัมภาษณ์ชิ้นนี้

หลายคนอาจจะกังขาว่า ฉันกับคุณปลื้มต่างก็เป็นผู้ดำเนินรายการในวอยซ์ทีวี อีกทั้งยังมีรายการที่จัดร่วมกันคือ วอยซ์อินไซท์ทุกๆวันจันทร์ การเขียนโต้ตอบเช่นนี้จะกระทบต่อสัมพันธภาพในฐานะเพื่อนร่วมงานหรือไม่ หรือจะกระทบต่อภาพลักษณ์ของช่องวอยซ์ทีวีหรือไม่

จึงอยากชี้แจงว่า การวิพากษ์วิจารณ์นี้เป็นเรื่องสามัญในสังคมของคนที่มีวุฒิภาวะ และคนที่มีวุฒิภาวะย่อมแยกออกว่าการวิจารณ์ออกจากความสัมพันธ์ "ส่วนตัว" ได้

สำคัญกว่านั้น ฉันคิดว่า หากเรามีความปราถนาดีต่อใครอย่างจริงจัง เราไม่พึง "สนับสนุน" ทุกสิ่งที่เขาทำหรือพูดเพียงเพราะเขาเป็นเพื่อนเรา หรือเป็นพี่เราเป็นน้องเราหรือแม้แต่เป็นพ่อหรือแม่ของเรา

ประโยคสุดท้ายในบทสัมภาษณ์นี้ คุณปลื้มลงท้ายไว้ว่า

“ผมไม่อยากให้พ่อผมถูกปรับออกเพราะ หนึ่งหม่อมอุ๋ย คอยสอดส่องป้องกันการทุจริต ซึ่งทำมาตั้งแต่สมัยรัฐบาลอานันท์ ปันยารชุน และ สองทำงานไม่กลัวโดนด่า หากเห็นว่าถูกต้อง ก็ทำจริง ไม่ใช่แค่ส่งสัญญาณว่าจะทำ....... อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/analysis/interview/378467

แค่ประโยคนี้ก็ตลกแล้ว จริงๆคุณปลื้มพูดแค่ "ผมไม่อยากให้หม่อมอุ๋ย ถูกปลดออก เพระาหม่อมอุ๋ย เป็นพ่อผม ใครจะว่าพ่อผมไม่เก่ง ไม่สนใจ สำหรับผมในฐานะลูก พ่อของผมเก่งที่สุด"

คุณปลื้มรู้ใช่ไหมคะ สำหรับเด็กๆ แล้ว พ่อของเขาหล่อที่สุด เก่งที่สุด แม่ของเขาก็สวยที่สุด เด็กทุกคนเชื่อว่าไม่มีใครสวยกว่าแม่ของตัวเอง - นั่นคือ เด็ก

เวลาเด็กพูดว่า "พ่อของผมคือฮีโร่ แม่ของผมสวยกว่านางงามจักรวาล" คนก็จะหัวเราะขำๆ

แต่ในการบริหารบ้านเมือง การปรับคนเข้าหรือออก ไม่ได้วัดกันที่ คนๆนั้นเก่งหรือดีในสายตาของใคร
หม่อมอุ๋ย อาจจะเก่งที่สุด ทำงานหนักที่สุด ในสายตาคุณปลื้ม แต่คุณปลื้มเป็น "ใคร" จึงจะมาบอกว่า "ไม่อยากให้พ่อถูกปรับออก" แล้วทำไม ประชาชนไทยต้องเชื่อในการ "ประเมิน" คุณภาพการทำงานของคุณปลื้ม????????????

จากนั้น คุณปลื้มก็คงทราบดีว่า ตามปกติแล้ว ในระบบรัฐสภา ใครจะเข้าหรือออกจากตำแหน่งไหน มันขึ้นอยู่กับ เสียงข้างมาก หรือ ขึ้นอยู่กับนายกรัฐมนตรี ถามว่า นายกรัฐมนตรีเอาอำนาจมาจากไหน คำตอบคืออำนาจมาจากฉันทานุมัติของเสียงข้างมากของผู้มีสิทธิ์ออกเสียงเลือกตั้ง

สมมติว่า พ่อของฉันเป็นรัฐมนตรีแล้วถูกปรับออกจาก ครม. แล้วฉันผู้เป็นลูกจะยืนกระทืบเท้าเต้นเร่าๆ บอกว่า พ่อหนูเก่งๆๆๆๆๆๆ เอาพ่อหนูออกทำไม? ถามว่าจะมีใครฟังไหม คำตอบคือไม่ เพราะ "หนู" อธิบายไม่ได้ว่า นอกจากความเป็น "ลูก" แล้ว "หนู" เอาความชอบธรรมของการมาเต้นแร้งเต้นกานี้จากไหนคะ?

เสียงของ "หนู" อาจจะมีคนฟังบ้าง หากพ่อมีผลงานเป็นประจักษ์แก่ใจของประชาชนจริงๆ แล้วบังเอิญกว่าถูกกลั่นแกล้งทางการเมือง - อันนั้นแหละ ต่อให้ "หนู" ไม่ออกมา ก็จะมี "ประชาชน" ที่เขา "ประจักษ์" ในผลงานนั้น ออกมาปกป้อง กรีดร้องแทน "หนู" เต็มไปหมด

คุณปลื้มบอกว่าตนเองสวมหมวกสามใบคือ

  • สื่อมวลชน
  • เคยสนับสนุนคนเสื้อแดงที่เรียกร้องประชาธิปไตย
  • ลูก

สำหรับฉันไม่แปลกที่จะสวมหมวกสามใบ และฉันไม่คิดว่าคุณปลื้มในฐานะลูกจะต้องออกมาโจมตี "พ่อ" ที่เข้าไปรับตำแหน่งรัฐมนตรีในรัฐบาลที่ไม่ได้มาตามครรลอง "ปกติ" ทว่า ในฐานะผู้ "เคย" สนับสนุนวิถีทางประชาธิปไตย คุณปลื้มสามารถเลือกที่จะ "เว้น" และ "รักษาระยะห่าง" โดยเลือกที่จะไม่พูดถึง "พ่อ" ของตนเอง ในยามที่สวมหมวกสื่อมวลชน

คุณปลื้มสามารถออกมาพูดว่า "ผมรักและเคารพพ่อผมมากและพ่อผมเป็นพ่อที่ดีที่สุดในฐานะพ่อ แม้จุดยืนทางการเมืองเราอาจจะไม่ตรงกัน ดังนั้นหากจะพูดถึงพ่อขอให้พูดในมิติ พ่อ-ลูก ไม่ใช่ในมิติ คนการเมืองกับ ประชาชน หรือสื่อมวลชน"

ทว่าน่าแปลกใจมาก ที่คุณปลื้มกลับดูเห็นดีเห็นงาม แถมยังออกมาปกป้อง "ครรลอง" อันพิเศษเช่นนี้ คำถามที่ผุดขึ้นมาในหัวก็คือหรือว่าอันที่จริงแล้ว คุณปลื้มไม่ได้เชื่อในประชาธิปไตย?

คุณปลื้มออกมาพูดว่าไม่มีใครกล้าวิจารณ์ทหาร รัฐมนตรีที่เป็นพลเรือนจึงกลายเป็นแพะ ทำไมไม่มีใครเป็นองค์รักษ์พิทักษ์พลเรือน?

พิโธ่พิถัง คุณปลื้มก็รู้ว่าการออกมารับตำแหน่งที่ต้องรับผิดชอบคนตั้งหกสิบกว่าล้านโดย "สมัครใจ" ไม่มีใครเอามีดเอาปืนไปจี้คอให้มารับตำแหน่ง กระไรเลยจะต้องมาเปราะบางกับการถูกวิจารณ์จนต้องมีองครักษ์????????

มนุษย์ทุกคนที่เป็นบุคคลสาธารณะล้วนแต่ถูกวิจารณ์ ถูกป้ายสี ถูกใส่ความ อดีตนายกรัฐมนตรีของเราทุกคนก็ล้วนแต่ถูกวิจารณ์สาดเสียเทเสียมาแล้วทั้งสิ้น  ทั้งที่เป็นธรรม ทั้งที่ไม่เป็นธรรม  พ่อของคุณปลื้มไม่ใช่คนแรกที่โดนเรื่องแบบนี้ ที่สำคัญ "แพะ" ทางการเมืองตัวจริงมีให้เห็นมากมายก่ายกอง ทำไมคุณปลื้มต้องโหวกเหวกโวยวายราวกับว่าพ่อของตนคือแพะตนแรกในการเมืองไทย

สิ่งที่คุณปลื้มต้องกลับไปตั้งคำถามกับตนเองให้จงหนักก่อนจะมาเป็นองครักษ์พิทักษ์พลเรือนคือ บนหนทางแห่งการมาสู่จุดที่คุณปลื้มบอกว่าพ่อของตนเป็นแพะนั้น

มีแพะนอนทับถมเกลื่อนกลาดบนหนทางนี้กี่ตัวแล้ว?