จีนเก็บตัวอย่าง DNA ประชากรหลายล้าน หวั่นนำมาสร้างรัฐสอดแนมขนานใหญ่

นิวยอร์กไทม์เผยแพร่รายงานว่าตำรวจจีนเก็บตัวอย่างเลือดจากผู้ชายและเด็กชายทั่วประเทศเพื่อทำแผนที่พันธุกรรมประชากร 700 ล้านคน ซึ่งจะทำให้รัฐบาลจีนมีเครื่องมือใหม่ในการสอดแนมประชาชน เรื่องนี้สร้างความกังวลด้านสิทธิความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัยพลเมือง และมีนักกิจกรรมกลัวว่าจะใช้เป็นการสร้างหลักฐานเทียมในการหาแพะรับบาปได้ง่ายขึ้น

แฟ้มภาพ เจ้าหน้าที่ตรวจโรคที่ด่านทางหลวงใกล้เมืองซีอาน มณฑลเจ้อเจียง ภาพถ่ายเมื่อ 30 มกราคม 2020 (ที่มา: Liuxingy/Wikipedia)

ในรายงานของนิวยอร์กไทม์ระบุว่า ทางการจีนทำการเก็บตัวอย่างเลือดประชาชนนี้มาตั้งแต่ปลายปี 2560 แล้ว เรื่องนี้มีการเปิดเผยจากงานวิจัยของสถาบันนโยบายทางยุทธศาสตร์ออสเตรเลียระบุว่าการเก็บข้อมูลพันธุกรรมบุคคลจากเลือดเช่นนี้จะสามารถใช้มันติดตามว่าคนๆ นั้นมีญาติฝ่ายชายเป็นใครบ้างโดยอาศัยแค่เลือด น้ำลาย หรือวัตถุพันธุกรรมอื่นๆ จากบุคคลนั้นๆ

ทั้งนี้ยังมีข้อมูลว่าบริษัทสัญชาติอเมริกันคือ เทอร์โม ฟิชเชอร์ จากรัฐแมสซาชูเซตต์ส เป็นผู้ขายเครื่องมือทดสอบพันธุกรรมให้กับตำรวจจีน ซึ่งมีการสั่งทำในสเป็คที่เจ้าหน้าที่จีนกำหนดไว้ มีนักการเมืองสหรัฐฯ วิจารณ์บริษัทเทอร์โม ฟิชเชอร์ แต่เทอร์โม ฟิชเชอร์ ก็กล่าวปกป้องการตัดสินใจของตัวเอง

นิวยอร์กไทม์ระบุว่าเรื่องนี้เป็นการที่จีนยกระดับขนานใหญ่ในการอาศัยพันธุกรรมเพื่อใช้ควบคุมประชาชน ซึ่งก่อนหน้านี้เคยใช้กับชนกลุ่มน้อยหรือกลุ่มที่ทางการจีนวางเป้าหมายเอาไว้มาก่อน

และถ้าหากมีการใช้พันธุกรรมจากชาวจีนเหล่านี้แล้วจะยิ่งเสริมการสอดแนมให้กับจีนเพิ่มมากขึ้น จากที่จีนมีเทคโนโลยีการสอดแนมด้วยกล้องระดับสูง, ระบบจดจำใบหน้า และระบบปัญญาประดิษฐ์อยู่แล้ว

ตำรวจจีนอ้างว่าพวกเขาต้องการใช้พันธุกรรมเป็นฐานข้อมูลเพื่อจับโจรและอ้างว่าผู้บริจาคดีเอ็นเอเหล่านี้แสดงความยินยอมที่จะให้ดีเอ็นเอของพวกเขา แต่ก็มีเจ้าหน้าที่ทางการจีนบางส่วนและกลุ่มสิทธิมนุษยชนจากต่างประเทศเตือนว่าฐานข้อมูลดีเอ็นเอระดับชาติอาจจะใช้เป็นการละเมิดความเป็นส่วนตัวและชวนให้เจ้าหน้าที่ทางการใช้มันลงโทษญาติของกลุ่มคนที่ต่อต้านรัฐบาลและเหล่านักกิจกรรม

สำหรับในเรื่องที่ทางการอ้างว่าการเก็บตัวอย่างแบบ "ตามความยินยอม" นั้น นักสิทธิฯ กล่าวว่ามันคงจะเรียกว่าเป็น "ความยินยอม" ไม่ได้ ถ้าหากประชาชนอยู่ในรัฐเผด็จการอำนาจนิยมที่บีบให้ประชาชนไม่สามารถปฏิเสธคำสั่งจากรัฐได้ นอกจากนี้ยังมีข้อสังเกตว่าโครงการนี้มีการต่อต้านจากประชาชนจำนวนมากแบบที่ไม่ค่อยจะเกิดขึ้นในจีน

มายา หวัง นักวิจัยด้านจีนจากฮิวแมนไรท์วอทช์กล่าวว่า การที่ทางการสามารถค้นหาได้ว่าใครเป็นญาติสนิทกับใครนั้นทำให้การลงโทษคนทำกิจกรรมรุนแรงขึ้นโดยอาจจะขยายผลไปสู่ครอบครัวนักกิจกรรมนั้นๆ ส่งผลผลเสียทำให้สังคมไม่กล้าแสดงออกหรือแสดงความคิดเห็นใดๆ ได้

นิวยอร์กไทม์ระบุถึงกรณีการเก็บตัวอย่างสารพันธุกรรมจากทั้งเด็กในโรงเรียนทางตอนใต้ของจีนและจากวิศวกรคอมพิวเตอร์อายุ 21 ปี จากชนบททางตอนเหนือของจีน

กรณีของวิศวกรคอมพิวเตอร์เขาเล่าว่า เขาถูกข่มขู่จากทางการจนจำเป็นต้องให้ตัวอย่างเลือดแก่ทางการ รัฐบาลจีนขู่เขาว่าจะขึ้นบัญชีดำครอบครัวของเขาถ้าหากว่าเขาไม่ยอมให้ตัวอย่างเลือดกับรัฐบาล ถ้าหากครอบครัวเขาถูกขึ้นบัญชีดำก็จะถูกลิดรอนสิทธิต่างๆ เช่นสิทธิในการเดินทางและการเข้าโรงพยาบาล

ทางการจีนอ้างว่าสาเหตุที่เน้นเก็บดีเอ็นเอแต่จากผู้ชายนั้นเป็นเพราะผู้ชายมีสถิติก่ออาชญากรรมมากกว่า โดยในสื่อมีการอ้างถึงคดีร้ายแรงในอดีตเมื่อ 30 ปีที่แล้ว ที่เกิดขึ้นในเขตมองโกเลียใน และจับคนร้ายได้ด้วยวิธีการตรวจสอบพันธุกรรม นอกจากนี้สื่อทางการจีนยังเปิดเผยอีกว่าพวกเขามีข้อมูลพันธุกรรมที่ใหญ่ที่สุดในโลกเอาไว้ในมือ

แต่ทางการจีนก็ไม่ได้เก็บข้อมูลเพื่อใช้กับอาชญากรรมจำพวกปล้นฆ่าอย่างเดียวเท่านั้น พวกเขายังเก็บดีเอ็นเอของชนกลุ่มน้อยทางชาติพันธุ์เช่นชาวอุยกูร์ด้วย เพื่อใช้เป็นเครื่องมือทำให้รัฐบาลควบคุมชาวอุยกูร์ได้มากขึ้น และในรายงานของสถาบันนโยบายทางยุทธศาสตร์ออสเตรเลียก็ระบุว่าทางการจีนมีเป้าหมายต้องการเก็บข้อมูลพันธุกรรมประชากรชายให้ได้ 35-70  ล้านคน ซึ่งคิดเป็นประชากรชายร้อยละ 5-10 ของจีน พวกเขาต้องการเพียงเท่านี้แต่ไม่จำเป็นต้องมาจากประชากรทั้งหมดเพราะแค่ตัวอย่างดีเอ็นเอเหล่านี้ก็สามารถปลดล็อคทำให้รับทราบพันธุกรรมของญาติๆ พวกเขาได้แล้ว

ในแง่ของการใช้เครื่องมือชุดทดสอบพันธุกรรมนั้น มักจะมีคำสั่งซื้อกับบริษัทสัญชาติจีนแต่ก็มีบางส่วนที่เป็นคำสั่งซื้อกับบริษัทสัญชาติสหรัฐฯ เทอร์โม ฟิชเชอร์ บริษัทสหรัฐฯ นี้ได้ขายเครื่องมือให้กับองค์กรตำรวจท้องถิ่นในจีนอย่างน้อย 9 แห่ง อ้างว่าเพื่อจัดตั้ง "ระบบตรวจสอบบรรพบุรุษฝ่ายชาย" และดูเหมือนว่าบริษัทเทอร์โม ฟิชเชอร์ เองก็พยายามเสนอขายเครื่องมือเหล่านี้ โดยในปี 2560 ช่วงหนึ่งสัปดาห์ก่อนที่จะมีโครงการ เก็บข้อมูลดีเอ็นเอ จงชาง นักวิจัยของบริษัทเปิดการประชุมที่ปักกิ่งเสนอว่าบริษัทจะให้ความช่วยเหลือด้านเครื่องมือได้

ถึงแม้ว่าเทอร์โม ฟิชเชอร์ จะโฆษณาตัวเองว่าเป็นผู้ทำให้มีเครื่องมือในการช่วยใช้ระบุตัวคนร้ายและอาจจะใช้กับการค้นหาโรคร้ายได้ แต่นักวิทยาศาสตร์แขนงต่างๆ รวมถึงนักจริยศาสตร์การแพทย์และกลุ่มสิทธิมนุษยชนวิพากษ์วิจารณ์ว่าเครื่องมือเหล่านี้อาจจะถูกนำไปใช้ในการควบคุมผู้คนทางสังคมได้ ทำให้ทางบริษัทประกาศเมื่อปีที่แล้วว่าจะเลิกขายเครื่องมือเหล่านี้ให้กับเจ้าหน้าที่ทางการจีนในซินเจียงที่ตำรวจทำการเก็บข้อมูลพันธุกรรมของชนกลุ่มน้อยชาวมุสลิมเพื่อเป็นเครื่องมือการควบคุมทางสังคม

ทั้งนี้ในแง่ของการสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมเองก็ไม่ได้ยืนยันว่าจะสามารถใช้จับคนร้ายตัวจริงได้ แต่อาจจะเป็นการเสี่ยงจับแพะ หลี่เว่ย นักกิจกรรมด้านสิทธิมนุษยชนบอกว่าการมีข้อมูลดีเอ็นเอไว้ล่วงหน้าแบบนี้สามารถทำให้เจ้าหน้าที่นำดีเอ็นเอเข้าไปใส่ในที่เกิดเหตุเพื่อเป็นหลักฐานลวงได้ ตัวหลี่เว่ยเองบอกว่าเขาเคยถูกตำรวจบีบบังคับและทำร้ายร่างกายเพื่อให้ได้ตัวอย่างดีเอ็นเอของเขา เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อ 2 ปีที่แล้วในหางโจว หลังจากเขาเข้าพักในโรงแรมไม่นานก็มีตำรวจมาเคาะห้องเขา เมื่อเขาปฏิเสธจะไปที่ป้อมตำรวจตำรวจก็ทำการทุบตีเขาด้วยกระบองและลากเข้าไปตรวจดีเอ็นเอที่สถานี

นี้ยังแสดงให้เห็นถึงปัญหาข้ออ้างเรื่อง "การยินยอม" ที่จะให้ตัวอย่างดีเอ็นเอด้วยมีตัวอย่างเป็นรูปภาพที่โพสต์ในโลกออนไลน์ให้เห็นการที่โรงเรียนในเขตชนบทของจีนทำการเก็บตัวอย่างดีเอ็นเอจากเด็กระดับชั้นประถมศึกษาซึ่งไม่น่าจะรู้ว่าพวกเขาจะถูกนำเลือดเหล่านี้ไปใช้ทำอะไร และจากข้อความที่ระบุในโพสต์ต่างๆ สื่อว่าถ้าหากพวกเขาไม่ให้ตัวอย่างเลือดกับรัฐบาลพวกขเาจะถูกลงโทษ

ความน่าเป็นห่วงของการเก็บตัวอย่างดีเอ็นเอเหล่านี้อีกเรื่องหนึ่งคือความต้องการจะสร้างรัฐสอดแนมในแบบของจีน เช่นในเสฉวนมีการเก็บข้อมูลตัวอย่างเลือดเพื่อไปใช้กับโครงการที่เรียกว่า ชาร์ปอายส์ ซึ่งเป็นโครงการสอดแนมขนานใหญ่ของรัฐบาลที่ส่งเสริมให้เพื่อนบ้านในแถบชนบทรายงานกันเองต่อรัฐ

บริษัทในจีนเองคือแองเกไบโอเอนจิเนียริงถึงขั้นเรียกการจัดเก็บดีเอ็นเอเหล่านี้ว่าเพื่อเอาไปสร้างเป็น "ดีเอ็นเอสกายเน็ต" โดยที่สกายเน็ตนี้เป็นชื่อเดียวกับระบบปัญญาประดิษฐ์ของตัวร้ายในภาพยนตร์เรื่อง "คนเหล็ก" ซึ่ง "สกายเน็ต" ในความหมายของจีนนี้เป็นระบบการบังคับใช้กฎหมายของจีนที่ผสมผสานระหว่างการสอดแนมด้วยวิดีโอกับการใช้ข้้อมูลสารสนเทศขนาดใหญ่หรือบิกดาตา

เรียบเรียงจาก

China is Collecting DNA From Tens of Millions of Men and Boys, Using U.S. Equipment, The New York Time, 17-06-2020
https://www.nytimes.com/2020/06/17/world/asia/China-DNA-surveillance.html

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

พื้นที่ประชาสัมพันธ์