‘โรม’ ผิดหวัง ส.ว. ไม่จริงใจ สั่งปิดประชุม กมธ.รธน. กะทันหัน - ปธ.กมธ. ยอมรับปัญหา คาด ม.ค.ทุกอย่างจบ

‘โรม’ สุดผิดหวัง ส.ว. ไม่จริงใจ สั่งปิดประชุม กมธ.รัฐธรรมนูญ กะทันหัน ‘ธีรัจชัย’ อัด ประเทศไทยต้องมี รัฐธรรมนูญจากปลายกระบอกปืนเท่านั้นหรือ ด้าน ปธ.กมธ. ยอมรับปัญหา คาด เดือนม.ค.ทุกอย่างจบ

 

17 ธ.ค.2563 ทีมสื่อพรรคก้าวไกล รายงานว่า วันนี้ (17 ธ.ค.63) ที่อาคารรัฐสภา รังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล พร้อมด้วย ธีรัจชัย พันธุมาศ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และจิรวัฒน์ อรัณยกานนท์ ส.ส.แบบแบ่งเขตกรุงเทพมหานคร เขต 27 พรรคก้าวไกล ในฐานะกรรมาธิการพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (แก้ไขเพิ่มเติม) ร่วมกันแถลงข่าวต่อกรณีที่ มหรรณพ เดชวิทักษ์ สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.)ซึ่งเป็นผู้ทำหน้าที่ประธานในที่ประชุม ใช้อำนาจประธานสั่งปิดการประชุมกระทันหัน เนื่องจากไม่พอใจที่ ธีรัจชัย กรรมาธิการสัดส่วนพรรคก้าวไกล อภิปรายยกเหตุผลความไม่ชอบธรรมของที่มารัฐธรรมนูญปี 2560 และอำนาจของ ส.ว.ในการเลือกนายกรัฐมนตรี ขึ้นมาในที่ประชุม

รังสิมันต์ กล่าวว่า วาระที่มีการพิจารณาใน กมธ.วันนี้คือ การแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 256 โดยมีประเด็นสำคัญที่ต้องพิจารณาต่อในอนุกรรมาธิการคณะที่ 7 8 และ9 โดยประเด็นใหญ่อยู่คณะที่ 8 ที่จะมีการพิจารณากันว่า การแก้ไขหมวด 1 หมวด 2 และหมวด 15 ต้องมีการทำประชามติหรือไม่ ซึ่งมีประเด็นที่ถกเถียงกันคือ การจะแก้ไขเรื่องใด หมวดใดบ้างที่ต้องทำประชามติบ้าง บางฝ่ายโดยเฉพาะฝ่าย ส.ว.และฝ่ายรัฐบาล เห็นว่า หมวดศาล หากจะแก้ไขจำเป็นต้องทำประชามติ ขณะที่บางฝ่ายมองว่าถ้ามีประเด็นแบบนั้น หมวดสิทธิเสรีภาพของประชาชน ก็จำเป็นต้องทำประชามติด้วยหรือไม่

“ปรากฎว่าเมื่อพิจารณาไปได้สักระยะหนึ่ง ผู้ทำหน้าที่แทนประธานในที่ประชุม คือ ส.ว.มหรรณพ เดชวิทักษ์ ได้ใช้อำนาจเผด็จการสั่งปิดประชุม โดยมีสัญญาณเริ่มจากที่ผู้ทำหน้าที่ประธานในที่ประชุมสั่งปิดไม่ให้ถ่ายทอดไปข้างนอก เข้าใจว่าเพราะ ส.ว.กังวลว่าจะดูไม่ดีในสายตาประชาชน เนื่องจากผู้ทำหน้าที่ประธานในที่ประชุมได้ห้ามปรามไม่ให้ ส.ส.ธีรัจชัย กรรมาธิการสัดส่วนพรรคก้าวไกลชี้แจง รวมทั้งมีการกล่าวพาดพิงยกเรื่องรุ่นพี่รุ่นน้อง ทั้งที่ไม่เกี่ยวกับทำหน้าที่ในการเป็นกรรมาธิการ และการมาเป็นกรรมาธิการทุกคนถืว่าเท่าเทียมกัน ผมจึงพยายามเตือนสติท่านผู้ทำหน้าที่ประธานว่าอย่าพูดแบบนั้นเลย สุดท้ายกลายถูกตัดบทและใช้อำนาจสั่งปิดการประชุม” รังสิมันต์ กลว่า

รังสิมันต์ ยังกล่าวอีกว่า ช่วงที่มีการอภิปรายแลกเปลี่ยนกัน มี ส.ว.บางคนกล่าวว่า หากเป็นแบบนี้ ส.ว.15 คนจะไม่มาทำหน้าที่ คำถามคือสามารถพูดแทนคนอื่นได้อย่างไร หรือกำลังบอกว่า ส.ว.มีเจ้าของคอยควบคุมสั่งการใช่หรือไม่ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้รู้สึกผิดหวังเป็นอย่างมาก ผิดหวังในการทำหน้าที่ของกรรมาธิการของ ส.ว. ที่สะท้อนให้เห็นว่าสุดท้ายพวกเขาไม่ได้มีความจริงใจให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ไม่ต้องการให้ประชาชนมีอำนาจสถาปนารัฐธรรมนูญ นอกจากนี้ ยังเสียดายเงินภาษีประชาชนที่ต้องจ่ายค่าเบี้ยเลี้ยง ค่าอาหารให้กรรมาธิการ แต่กรรมาธิการบางคนก็ไม่ได้ทำหน้าที่ได้อย่างคุ้มค่ากับเงินภาษีของประชาชน

ธีรัจชัย กล่าวเสริมว่า เมื่อผ่านวาระแรกไปแล้ว วาระที่สองเป็นวาระที่ต้องพิจารณาในชั้นกรรมาธิการ เมื่ออยู่ในชั้นกรรมาธิการจำเป็นต้องมีการพิจารณาและต้องพูดกันในทุกประเด็นเพื่อให้เป็นประโยชน์ที่สุด นั่นคือการช่วยกันเสนอหรือช่วยกันคิดอย่างรอบคอบ สิ่งที่เกิดขึ้นต้องย้อนถามว่า ส.ว.จริงใจในการแก้ไขรัฐธรรมนูญหรือไม่  ทั้งนี้ สิ่งที่ตนอภิปรายคือหลักการว่าด้วยอำนาจสถาปนารัฐธรรมนูญเป็นของประชาชน นั่นคือรัฐธรรมนูญจำเป็นต้องแก้ไขได้โดยไม่ยากเกินไป แต่สิ่งที่เกิดขึ้นคือ รัฐธรรมนูญหลายฉบับ รวมทั้งรัฐธรรมนูญฉบับปี 2560 เกิดจากปลายกระบอกปืน เกิดจากอำนาจรัฐประหาร รวมทั้งเป็นกลไกการสืบทอดอำนาจให้กับ คสช. จึงเป็นรัฐธรรมนูญที่ไม่มีความชอบธรรมทางประชาธิปไตย การอ้างว่าผ่านประชามติ แต่ก็เป็นประชามติกำมะลอ มีการจับกุมผู้รณรงค์เห็นต่างเป็นร้อยคน ดังนั้นจึงมีคำถามว่า เมื่อประชาชนต้องการจะแก้ไขหรือมีรัฐธรรมนูญเป็นของประชาชน เหตุใดจึงทำไม่ได้หรือทำได้ยากเย็นแสนเข็ญ ประเทศไทยจำเป็นต้องมีรัฐธรรมนูญที่มาจากปลายกระบอกปืนอย่างเดียวเช่นนั้นหรือ

“ส.ว.เองก็เป็นดอกผลของรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ได้รับการแต่งตั้งมาจาก คสช. ให้มาเลือกหัวหน้า คสช. ซึ่งก็คือ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรีสืบทอดอำนาจต่อ ขณะที่กลไกองค์กรอิสระหลายหน่วยงานก็มีที่มาจากการแต่งตั้งโดยสภานิติบัญญัติ ที่สภานิติบัญญัติก็มาจากการแต่งตั้งโดย คสช. ขณะที่การระบุให้มีคณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติก็ไม่เกิดประโยชน์ เพราะมีแต่ทหารและนายทุน สิ่งเหล่านี้คือความไม่ชอบธรรมทั้งทางเนื้อหาและที่มาของรัฐธรรมนูญฉบับปี 2560” ธีรัจชัย กล่าว

 

ธีรัจชัย ยังกล่าวต่อไปด้วยว่า สัดส่วนของคณะกรรมาธิการพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (แก้ไขเพิ่มเติม) ของพรรคร่วมฝ่ายค้าน มีน้อยกว่าของฝั่งรัฐบาลและสมาชิกวุฒิสภา เมื่อมีประเด็นถกเถียงทั้งสองฝ่าย จึงพยายามให้มีการออกเสียงลงคะแนนและยังพยายามตัดบทไม่ให้พูดอภิปรายในทุกแง่มุม จำกัดให้พูดในเชิงเทคนิคเท่านั้น รวมทั้งความจริงใจของ ส.ว.ที่มาเป็นกรรมาธิการก็ชวนตั้งข้อสงสัยต่อการให้แก้ไขรัฐธรรมนูญ เพราะ ส.ว.ที่มาเป็นกรรมาธิการก็งดออกเสียงและโหวตคัดค้านการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ในวาระแรกที่ผ่านมา

ปธ.กมธ. ยอมรับปัญหา คาด เดือนม.ค.ทุกอย่างจบ

กรุงเทพธุรกิจออนไลน์ รายงานด้วยว่า วิรัช รัตนเศรษฐ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญ ฉบับแก้ไขเพิ่มเติม แถลงถึงการประชุมแก้ไขรัฐธรรมนูญในวันนี้ ว่า ตนในฐานะประธานการประชุม ได้ทำหน้าที่ประมาณ 1 ชั่วโมง จากนั้น ต้องลงมาห้องประชุมใหญ่ จึงมอบหมายงานไว้กับรองประธานกรรมาธิการ คือ มหรรณพ แต่ลงมาได้ไม่ถึง 15 นาทีก็ได้รับโทรศัพท์ให้กลับไปห้องประชุมกรรมาธิการด่วน เมื่อไปถึงก็พบว่ามีการเตรียมปิดการประชุมวันนี้ไว้อยู่แล้ว เมื่อตนไปถึงก็เลยปิดทันที

วิรัช กล่าวว่า ทั้งนี้การแก้ไขรัฐธรรมนูญ ซึ่งเป็นกฎหมายสำคัญของประเทศ ทุกคำพูด ทุกประโยคในการตัดสินใจ ต้องเป็นไปด้วยความละเอียดอ่อน ต้องเปิดโอกาสให้ทุกคน ได้ซักถาม สอบถาม และอภิปรายอย่างกว้างขวาง แต่เมื่อทราบว่ามีความขัดแย้งจนต้องปิดประชุม ต้องขอเรียนว่าวันนี้ที่ประชุมกำลังพิจารณาเนื้อหารายมาตรา อย่างไรก็ตาม สำหรับความขัดแย้งที่เกิดขึ้น ได้สอบถามหลายท่านที่อยู่ในห้องประชุม รวมถึงคู่ขัดแย้งทั้ง 2 ฝ่าย ตนอยากขออภัยทุกคน และขอให้ใจเย็น ๆ เอาเหตุ และผลมาคุยกัน ซึ่งทุกคนก็รับปากว่าครั้งหน้าจะมาเข้าประชุม และพิจารณาด้วยเหตุและผล

วิรัช กล่าวว่า ส่วนที่หลายคนเป็นห่วงว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญจะทันหรือไม่ ตนยืนยันว่าคณะกรรมาธิการเตรียม พิจารณาเรื่องสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) ซึ่งสิ่งใดที่เป็นรายละเอียด และเป็นประเด็นที่ต้องพิจารณา ตนจะขอเก็บไว้ และจะนำมาพิจารณาอีกครั้งช่วงหลังปีใหม่ และคาดว่าจะเสร็จสิ้นทุกขั้นตอนประมาณกลางเดือนมกราคม ดังนั้นวันนี้ จึงต้องขออภัยที่มีเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้น อย่างไรก็ตาม ขอยืนยันว่า ตนจะพยายามทำหน้าที่เป็นประธานในการประชุมกรรมาธิการเองทุกครั้ง  

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

ข่าวรอบวัน

สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

ประชาไท

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

พื้นที่ประชาสัมพันธ์