ส.ส.เพื่อไทย แนะตัดงบซื้ออาวุธ นำเงินช่วยประชาชน-ฟื้นฟูประเทศหลัง COVID-19

ส.ส.อุบลราชธานี พรรคเพื่อไทย ปธ.กมธ.อุตสาหกรรม ชี้ COVID-19 สร้างความเสียหายต่อเศรษฐกิจไทยไม่ต่ำกว่า 20,000 ล้านบาทต่อเดือน แนะตัดงบซื้ออาวุธ นำเงินช่วยประชาชน-ฟื้นฟูประเทศ 'อนุสรณ์' ชี้ ปัญหาบ่อนพนัน-ค้าแรงงานเถื่อน 'ประยุทธ์' ไม่สามารถโทษใครได้ เพราะบริหารล้มเหลวเอง


วรสิทธิ์ กัลป์ตินันท์ ส.ส.อุบลราชธานี พรรคเพื่อไทย ประธานคณะกรรมาธิการอุตสาหกรรม สภาผู้แทนราษฎร 

เมื่อวันที่ 9 ม.ค. 2564 นายวรสิทธิ์ กัลป์ตินันท์ ส.ส.อุบลราชธานี พรรคเพื่อไทย ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการอุตสาหกรรม สภาผู้แทนราษฎร กล่าวว่า การระบาดของไวรัสโควิด-19 รอบใหม่ สร้างความเสียหายมหาศาลให้กับภาคอุตสาหกรรมทุกประเภท หน่วยงานที่เกี่ยวข้องมีการประมาณการณ์ความเสียหายที่เกิดขึ้นกับภาพรวมเศรษฐกิจไทย ไม่ต่ำกว่า 20,000 ล้านบาทต่อเดือน

ทั้งนี้ ภาคอุตสาหกรรมไทยวิกฤติหนัก ทั้งการผลิต การค้าขาย และการส่งออก ซึ่งหนักกว่าตอนเกิดวิกฤติต้มยำกุ้ง เพราะปัญหากระทบกับทุกภาคอุตสาหกรรม และมีแนวโน้มว่ารัฐบาล ไม่สามารถบริหารวิกฤติที่เกิดขึ้นให้อยู่ในวงจำกัดได้ ผู้ประกอบการหลายแสนรายประสบปัญหาสภาพคล่อง จนปิดกิจการไปเป็นจำนวนมาก ต้องยอมรับว่าสภาพเศรษฐกิจไทยไปต่อไม่ได้แล้ว

นายวรสิทธิ์ กล่าวต่อว่า รัฐบาลต้องเร่งทำงานเพื่อฟื้นฟูประเทศโดยเร็ว และต้องใช้งบประมาณทุกบาทให้เกิดประโยชน์สูงสุด เพราะงบประมาณมาจากภาษีของพี่น้องประชาชน ดังนั้นรัฐบาลต้องทำงานเพื่อรับใช้ประชาชน มาตรการที่ออกมาต้องดูว่าเป็นธรรมกับประชาชนหรือไม่ เพราะรัฐบาลเลือกที่จะปิดร้านค้า ร้านอาหาร ปิดตลาดนัด แต่ไม่ปิดธุรกิจกลุ่มทุนที่ใกล้ชิดรัฐบาล ซึ่งเป็นการเลือกปฏิบัติอย่างชัดเจน

“รัฐบาลต้องปรับแนวทางการใช้งบประมาณใหม่ นำงบประมาณทั้งหมดมาแก้ปัญหาประเทศชาติ ต้องไม่มีการทุจริตในโครงการรัฐทุกโครงการ เงินที่จะนำไปซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์ให้กองทัพต้องไม่มีในงบประมาณปี 2565 รวมทั้งการก่อสร้างสาธารณูปโภคพื้นฐานต้องชะลอไว้ก่อน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ต้องบริหารงบประมาณให้โปร่งใส ใช้ภาษีทุกบาทให้คุ้มค่า หยุดการซื้อรถถัง เครื่องบิน เรือดำน้ำ สร้างถนน นำงบประมาณทั้งหมดไปช่วยเหลือประชาชน และเร่งฟื้นฟูประเทศ รัฐบาลต้องคิดให้เป็นอย่ามองผลประโยชน์ส่วนตัว มาก่อนผลประโยชน์ของประชาชน” นายวรสิทธิ์ กล่าว

'อนุสรณ์' ชี้ ปัญหาบ่อนพนัน-ค้าแรงงานเถื่อน พล.อ.ประยุทธ์ ไม่สามารถโทษใครได้ เพราะบริหารล้มเหลวเอง

นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ยอมรับ บ่อนพนัน-ค้าแรงงานเถื่อน เป็นปัญหามานาน วันนี้ต้องดำเนินการเฉียบขาด ชี้อาจมีเจ้าหน้าที่ไม่ดีรับผลประโยชน์ ว่า พล.อ.ประยุทธ์ ต้องไปคุยกับพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ให้เข้าใจตรงกันก่อนว่า ตกลงมีบ่อนหรือไม่มีบ่อน เพราะยิ่งพูดยิ่งสับสน ย้อนแย้ง สวนทางกันเอง พล.อ.ประยุทธ์ พูดเหมือนกับเพิ่งยึดอำนาจเข้ามาเป็นนายกรัฐมนตรีเดือนแรก ทั้งที่อยู่ในตำแหน่งมานานเกือบจะครบ 7 ปี นานจนพล.อ.ประยุทธ์ ไม่สามารถหันหลังกลับไปกล่าวโทษรัฐบาลใดได้ ที่ผ่านมา รัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ ทำอะไรบ้าง นอกจากกู้กับแจก แม้แต่แจกเงินก็เกิดปัญหา สร้างเงื่อนไข ไร้ประสิทธิภาพ ไม่ทั่วถึง ถ้าเวลา 6-7 ปี แก้ปัญหาบ่อนพนัน-ค้าแรงงานเถื่อนไม่ได้ ต้องใช้เวลาอีกนานเท่าใด ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี แก้ปัญหาวิกฤติประเทศเหล่านี้ได้หรือไม่ แสดงว่าเวลาที่ผ่านมา รัฐบาลไม่ประสบความสำเร็จในการแก้ปัญหาเหล่านี้เลย ทั้งที่ใช้งบประมาณไปเป็นจำนวนมากกว่า 20 ล้านล้าน สูงที่สุดในประวัติศาสตร์ หนี้สินประเทศที่เกิดขึ้นมาในช่วงที่ พล.อ.ประยุทธ์ เข้ามา ใครบังคับให้กู้ กู้จนได้ฉายา รัฐบาลเวรี่กู้ แล้วจะไปโทษใคร บ้านเมืองวิกฤติขนาดนี้ทีมเศรษฐกิจหาย เหลือแต่พล.อ.ประยุทธ์ ที่ออกมาแนะนำถ้าไม่อยากติดโควิด-19 ให้อยู่บ้านเฉยๆ 2 สัปดาห์ หวังว่ารัฐบาลคงไม่ใช้ยุทธศาสตร์อยู่ทำเนียบเฉยๆ แล้วปัญหาบ่อนพนัน-ค้าแรงงานเถื่อน จะหมดไป

“รัฐบาลกำลังเผชิญกับวิกฤติศรัทธาอย่างหนัก จากความไร้ประสิทธิภาพแทบทุกด้านของรัฐบาลเอง” นายอนุสรณ์ กล่าว

ติงรัฐจัดการโควิด-19 ล้มเหลว โยนบาปประชาชน ปิดช่องทางทำกิน ไร้มาตรการช่วยเหลือ

ด้านนางสาวชนก จันทาทอง ส.ส.หนองคาย พรรคเพื่อไทย ในฐานะโฆษกคณะกรรมาธิการการท่องเที่ยว สภาผู้แทนราษฎร เปิดเผยว่า จากวิกฤติโควิด-19 รอบใหม่ ที่แพร่กระจายอย่างรวดเร็ว เพราะรัฐขาดการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพไร้แนวทางชัดเจน สร้างผลกระทบกับชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนอย่างหนัก หลายครอบครัวประสบปัญหาไม่มีรายได้ เพราะไม่สามารถออกไปทำมาหากินได้ รัฐสั่งปิดสถานประกอบการ โดยไร้ความรับผิดชอบ

นางสาวชนก กล่าวอีกว่า ได้รับเรื่องร้องทุกข์จากสมาคมจารวีเพื่ออนุรักษ์นวดแผนไทย ว่าได้รับผลกระทบจากมาตรการควบคุมของทั้ง 28 จังหวัดในกลุ่มเสี่ยง ที่สั่งปิดกิจการนวดแผนไทย ส่งผลกระทบกับรายได้ของพนักงานนวดแผนไทย ซึ่งส่วนใหญ่เป็นแรงงานนอกระบบ ที่หาเช้ากินค่ำ หน่วยงานของรัฐเลือกวิธีการควบคุมแทนที่จะเลือกวิธีการป้องกัน และไม่มีมาตรการให้ความช่วยเหลือแรงงานนอกระบบกลุ่มนี้ รัฐบาลโยนความผิดไปให้กับประชาชน ปล่อยให้ประชาชนอดตายเพราะไร้เงินไร้งาน โดยไม่มีมาตรการเยียวยา

“รัฐต้องมีการบริหารจัดการที่ดีกว่านี้ ควรใช้มาตรการป้องกันมากกว่าควบคุม ประชาชนทุกคนพร้อมที่จะปกป้องตัวเอง หากเปิดให้ผู้ประกอบการสามารถดำเนินธุรกิจในบางประเภทได้ แต่รัฐคิดไม่เป็น ใช้อำนาจที่มีตัดเส้นทางทำมาหากินของประชาชน แต่ในทางกลับกัน ร้านค้านายทุน บ่อนการพนัน กลับปล่อยปละละเลยไม่มีมาตรการควบคุม ซึ่งหากประชาชนอดตายใครจะรับผิดชอบ” นางสาวชนก กล่าว

ที่มาเรียบเรียงจากเว็บไซต์พรรคเพื่อไทย [1] [2] [3] 

 

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

พื้นที่ประชาสัมพันธ์