สมุทรสาครวันเดียวพบติดเชื้อโควิด-19 รายใหม่พุ่ง 914 คน ส่วนใหญ่มาจากคัดกรองเชิงรุกโรงงาน

จ.สมุทรสาครวันเดียวพบติดเชื้อโควิด-19 รายใหม่พุ่ง 914 คน โดย 844 ราย มาจากค้นหาคัดกรองเชิงรุกโรงงานอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ เป็นคนไทย 84 ราย ไม่ใช่คนไทย 760 ราย ขณะที่สช.ผนึกพลังพระนิสิตพม่า หนุนช่วย ‘แรงงานข้ามชาติ’ สู้โควิด

25 ม.ค.2564 สำนักข่าวไทย, ผู้จัดการออนไลน์ และสือหลายสำนักรายงานตรงกันว่า สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสมุทรสาคร รายงานข้อมูลจำนวนผู้ติดเชื้อโควิด-19 ในจังหวัดสมุทรสาคร ณ เวลา 17.00 น.วันที่ 25 ม.ค. 64 พบผู้ติดเชื้อรายใหม่จำนวน 914 ราย เป็นการพบผู้ติดเชื้อจากการตรวจในโรงพยาบาล 70 ราย แบ่งเป็นคนไทย 35 ราย ต่างด้าว 35 ราย พบผู้ติดเชื้อจากการค้นหาคัดกรองเชิงรุก 844 ราย เป็นคนไทย 84 ราย ไม่ใช่คนไทย 760 ราย ทั้งนี้ ตัวเลขที่สูงทำลายสถิติดังกล่าวมาจากการค้นหาเชิงรุกโรงงานอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ ที่มีพนักงานมากกว่า 1,000 คน โดยวันนี้มีผลการตรวจทางห้องปฏิบัติการที่ออกมาจำนวนมากถึง 5,217 ราย

นอกจากนี้ การพบผู้ติดเชื้อในจำนวนที่สูงดังกล่าว สอดคล้องกับที่ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) คาดการณ์เอาไว้ก่อนหน้านี้ เนื่องจากเมื่อช่วงเที่ยงของวันนี้ หมอเบิร์ท-พญ.อภิสมัย ศรีรังสรรค์ ผู้ช่วยโฆษก ศบค. กล่าวในระหว่างแถลงสถานการณ์ประจำวัน ว่า มีความเป็นไปได้ที่จะพบผู้ติดเชื้อใน จ.สมุทรสาคร ในระดับ 800 ราย เนื่องจากการปูพรมตรวจหาเชื้อเชิงรุก

สำหรับยอดผู้ติดเชื้อโควิด-19 สะสมในจังหวัดสมุทรสาคร นับตั้งแต่มีการระบาดรอบใหม่อยู่ที่ 6,555 ราย เป็นการพบผู้ติดเชื้อจากการค้นหาคัดกรองเชิงรุก 5,178 ราย เป็นคนไทย 484 ราย ต่างด้าว 4,694 ราย พบเชื้อจากการตรวจในโรงพยาบาล 1,377 ราย เป็นคนไทย 843 ราย ต่างด้าว 534 ราย มีผู้ป่วยที่รักษาหาย/จำหน่ายเคสแล้ว 3,535 ราย (เพิ่มขึ้นจากวันก่อน 71 ราย) เป็นคนไทย 1,093 ราย (เพิ่มขึ้น 42 ราย) ต่างด้าว 2,442 ราย (เพิ่มขึ้น 29 ราย) มีผู้เสียชีวิตสะสม 2 ราย

ส่วนผู้ติดเชื้ออยู่ระหว่างการดูแลรักษามีทั้งหมด 3,018 ราย เป็นการรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล 467 ราย แบ่งเป็นคนไทย 232 ราย ต่างด้าว 235 ราย อยู่ในสถานที่กักตัวเพื่อสังเกตอาการ 2,551 ราย เป็นต่างด้าวทั้งหมด

สำหรับการตรวจค้นหาเชิงรุกในชุมชนได้ดำเนินการเพิ่มเติมในวันนี้จำนวน 5,574 ราย มีผลตรวจทางห้องปฏิบัติการเพิ่มอีก 5,217 ราย รวมจำนวนการค้นหาเชิงรุกนับตั้งแต่มีการพบผู้ติดเชื้อโควิด-19 จากตลาดกลางกุ้งเมื่อวันที่ 17 ธ.ค. 63 ทั้งสิ้น 70,468 ราย ได้รับผลตรวจทางห้องปฏิบัติการรวมแล้ว 67,127 ราย มีผลเป็นบวก (พบเชื้อ) รวม 5,178 ราย เป็นคนไทย 484 ราย ต่างด้าว 4,694 ราย

ผนึกพลังพระนิสิตพม่า หนุนช่วย ‘แรงงานข้ามชาติ’ สู้โควิด

วันเดียวกัน (25 ม.ค.64)ฝ่ายสื่อสารสำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.) รายงานว่า วันนี้ (25 ม.ค.64)คณะสงฆ์ฝ่ายปกครองและฝ่ายสาธารณสงเคราะห์ของมหาเถรสมาคม มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย (มจร) มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย (มมร) สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย (ไทยพีบีเอส) เครือข่ายองค์กรพัฒนาเอกชน และสำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.) จับมือหารือแนวทางความร่วมมือระหว่างองค์กรศาสนา หน่วยงานด้านสุขภาพ สังคมและสื่อสาร ในการช่วยเหลือให้กำลังใจและหนุนเสริมให้พระนิสิตชาวเมียนมาร์ในสถาบันการศึกษาสงฆ์ ส่งเสริมสุขภาพ ป้องกันโรค พร้อมดูแลคุณภาพชีวิตกลุ่มแรงงานเพื่อนบ้านในพื้นที่เสี่ยงจังหวัดสมุทรสาครและจังหวัดอื่นๆ

นพ.ยงยศ ธรรมวุฒิ รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยถึงสถานการณ์โรคโควิด-19 ว่า ขณะนี้อยู่ในระดับคงตัว โดยยังมีการคุมเข้มในพื้นที่เสี่ยง จังหวัดสมุทรสาคร จังหวัดอ่างทอง และพื้นที่ในภาคตะวันออก ซึ่ง

วันนี้ (25 ม.ค.) เป็นวันแรกที่บุคลากรด้านสาธารณสุขจากทั่วประเทศ ได้ระดมกำลังกันลงพื้นที่ตรวจเชิงรุกในจังหวัดสมุทรสาคร หรือคิดเป็นประมาณสามเท่าของทีมงานเดิมที่มีอยู่ ซึ่งวางเป้าไว้ว่าจะเผด็จศึกโควิด-19 ในสมุทรสาครได้ภายใน 1 สัปดาห์

“จากการตรวจเชิงรุก อาจทำให้ผลตัวเลขที่ออกมามียอดผู้ติดเชื้อพุ่งขึ้นวันละหลักพัน ดังนั้น ขอให้ประชาชนอย่าตื่นตระหนก และช่วยกันสื่อสารประชาสัมพันธ์ให้คนในพื้นที่สมุทรสาคร ให้ความร่วมมือปฏิบัติตามมาตรการสำคัญที่สุด คือ ไม่สัญจร ไม่หลบหนี ไม่ย้ายที่อยู่ หากเคลื่อนไปไหนก็เท่ากับเอาโรคไปด้วย ต้องอยู่นิ่งๆ รอทีมเจ้าหน้าที่ไปตรวจ เพื่อให้การตรวจเชิงรุกเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ และเมื่อตรวจพบแล้ว ไม่ว่าจะเป็นเชื้อชาติใดก็ตาม ทุกคนจะได้รับการดูแลช่วยเหลือเหมือนกันทั้งหมด ที่สุดเราก็จะสามารถป้องกันการแพร่ระบาดได้”

พระเทพเวที, รศ.ดร. รองอธิการฝ่ายกิจการนิสิต มจร กล่าวถึงบทบาทของพระนิสิตเมียนมาร์ว่า พันธกิจสำคัญหนึ่งของพระสงฆ์คือ การส่งเสริมพระพุทธศาสนาและบริการสังคม ซึ่งทรัพยากรสำคัญที่มีอยู่ภายใต้สถานการณ์โควิด-19 ระบาด คือ พระนิสิตชาวเมียนมาร์ จำนวน 560 รูป ที่จะช่วยถ่ายทอดสร้างความรู้ความเข้าใจให้กับชาวเมียนมาร์ในพื้นที่ จ.สมุทรสาคร เพื่อให้เกิดความรู้ความเข้าใจ ไม่ตื่นตระหนัก ไม่หวาดกลัว สู่การส่งเสริมสุขภาพป้องกันโรคและดูแลคุณภาพชีวิตกลุ่มแรงงานเพื่อนบ้านได้

“การควบคุมสถานการณ์ขณะนี้ พระสงฆ์ยังไม่สามารถลงพื้นที่ช่วยเหลือได้ แต่การสื่อสารประชาสัมพันธ์นั้นเป็นหัวใจสำคัญ ยิ่งพระนิสิตเมียนมาร์สามารถสื่อสารสร้างความรู้ความเข้าใจให้ชาวเมียนมาร์ได้มากเท่าไร การรับมือและป้องกันโรคระบาดโควิดก็จะมีประสิทธิภาพมากขึ้นเท่านั้น และน่าจะเป็นทางออกที่ดีที่สุด เมื่อสถานการณ์ดีขึ้น พระสงฆ์ก็สามารถลงพื้นที่ช่วยเยียวยาให้กำลังใจต่อไป”

นพ.ประทีป ธนกิจเจริญ เลขาธิการคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ กล่าวว่า การร่วมมือกันครั้งนี้ เป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนธรรมนูญสุขภาพพระสงฆ์แห่งชาติ พ.ศ.2560 ภายใต้การทำงานของคณะสงฆ์และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และเป็นไปตามแผนงาน “รวมพลังพลเมืองตื่นรู้ ช่วยชาติสู้ภัยโควิด-19 ระลอกใหม่” ที่ สช. ปฏิบัติการร่วมกับองค์กรภาคี ซึ่งกลไกสำคัญที่ได้จากหารือครั้งนี้คือ 1) มีผู้แทนประสานงานคณะสงฆ์ หน่วยงาน และประชาชน 2) ถวายความรู้แด่พระนิสิตเมียนมาร์ให้เป็นผู้ถ่ายทอดความรู้ความเข้าใจต่อได้ และสุดท้ายคือ สร้างเครือข่ายการสื่อสารระหว่างพระนิสิต ประชาสังคม และประชาชนในพื้นที่

“แม้ว่ารัฐบาลและหน่วยงานทุกภาคส่วนได้ทำงานภายใต้กลยุทธ์การทำงานร่วมกัน ทำให้สถานการณ์โรคระบาดคลี่คลายลง แต่ในพื้นที่ยังมีปัญหาเรื่องกำลังใจและต้องการความช่วยเหลือ ฟื้นฟูจิตใจ สังคม และเศรษฐกิจ สช. จะทำหน้าที่สร้างพื้นที่กลางในการหารือแลกเปลี่ยนแนวทางและความคิดเห็น เพื่อนำไปสู่การยกระดับเป็นข้อเสนอสู่การปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม หากมีการรวมพลังกันก็จะทำให้มีแนวทางในการช่วยเหลือและทำให้ประชาชนผ่านพ้นสถานการณ์นี้ไปได้”

ข่าวรอบวัน

สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

ประชาไท

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

พื้นที่ประชาสัมพันธ์