รัฐบาลกลางอินโดนีเซียออกข้อกำหนดให้โรงเรียนต้องอนุญาตนักเรียน-ครูเลือกแต่งกายได้เอง

รัฐบาลกลางอินโดนีเซียออกคำสั่งห้ามไม่ให้รัฐบาลท้องถิ่นและโรงเรียนของรัฐออกกฎบังคับการแต่งกายนักเรียนและครูตามหลักศาสนา หลังจากที่ประชาชนแสดงความไม่พอใจเรื่องการออกกฎดังกล่าวนี้จากกรณีที่มีนักเรียนหญิงศาสนาคริสต์ถูกบังคับให้สวมฮิญาบ ซึ่งถูกมองว่าเป็นการออกกฎในเชิงกีดกันเลือกปฏิบัติ จึงเปลี่ยนกฎให้นักเรียนและคนทำงานในโรงเรียนเลือกแต่งกายได้เองแทนการบังคับ

รัฐบาลกลางอินโดนีเซียออกข้อกำหนดให้โรงเรียนต้องอนุญาตนักเรียน-ครูเลือกแต่งกายได้เอง
แฟ้มภาพ: Marc Veraart (CC BY 2.0)

กระทรวงศึกษาธิการและวัฒนธรรม กระทรวงกิจการภายใน และกระทรวงกิจการในประเทศของอินโดนีเซีย (SKB) ออกแถลงการณ์ร่วมในวันที่ 3 ก.พ. 2564 ที่ผ่านมามีคำสั่งให้ครู นักเรียน และคนทำงานในโรงเรียน มีสิทธิที่จะเลือกสวมเครื่องแบบใดก็ได้โดยไม่จำเป็นว่าต้องเป็นไปตามหลักหรือไม่เป็นไปตามหลักศาสนา

กลุ่มสิทธิมนุษยชนฮิวแมนไรท์วอทช์กล่าวชื่นชมการตัดสินใจในครั้งนี้ แอนเดรียส ฮาร์โซโน จากฮิวแมนไรท์วอทช์กล่าวว่ามีโรงเรียนมากกว่า 20 จังหวัดในอินโดนีเซียที่ยังคงบังคับให้แต่งกายตามหลักศาสนา คำสั่งจากรัฐบาลล่าสุดที่กำหนดไม่ให้มีการจำกัดเครื่องแต่งกายจึงถือเป็นความก้าวหน้าทางบวก ฮาร์โซโนกล่าวอีกว่ากฎที่บังคับให้ครูและนักเรียนหญิงต้องสวมฮิญาบในโรงเรียนของรัฐหลายโรงเรียนทำให้เกิดการข่มเหงรังแก, ข่มขู่คุกคาม, กดดันทางสังคม และในบางกรณีถูกบังคับให้ออกจากโรงเรียน

นาดีม มาคาริม รัฐมนตรีกระทรวงศึกษาธิการและวัฒนธรรมของอินโดนีเซียกล่าวว่าสามกระทรวง SKB เป็นหน่วยงานที่มีอำนาจกำกับดูแลโรงเรียนของรัฐทั่วอินโดนีเซียเว้นแต่ในจังหวัดอาเจะห์ซึ่งเป็นจังหวัดที่บังคับใช้กฎหมายชะรีอะฮ์

นาดีมบอกว่าแถลงการณ์คำสั่งล่าสุดนี้มีเนื้อหาหลักๆ คือต้องการเน้นให้นักเรียน, ครู และบุคลากรทางการศึกษาเป็นผู้มีสิทธิเลือกด้วยตัวเองว่าจะสวมใส่เครื่องแต่งกายศาสนาหรือไม่ โดยให้ปัจเจกบุคคลเป็นผู้ตัดสินใจเองไม่ใช่ให้โรงเรียนตัดสินใจ นอกจากนี้ยังเป็นการกำหนดห้ามไม่ให้รัฐบาลท้องถิ่นหรือโรงเรียนออกกฎเกณฑ์จำกัดเกี่ยวกับเครื่องแบบด้วย

รัฐบาลท้องถิ่นในอินโดนีเซียและหน่วยงานบริหารของโรงเรียนมีเวลา 30 วันในการที่จะยกเลิกกฎเกณฑ์เดิมที่มีการจำกัดห้ามหรือบังคับให้ต้องสวมใส่เครื่องแบบบางอย่างในแต่ละท้องที่ ถ้าหากหน่วยงานเหล่านี้ไม่ปฏิบัติตามภายใน 30 วัน ก็จะต้องถูกลงโทษทางการปกครอง

กรณีที่ทำให้เกิดข้อถกเถียงจนนำมาซึ่งการเปลี่ยนแปลงในครั้งนี้คือกรณีที่เด็กผู้หญิงชาวคริสต์คนหนึ่งที่ถูกบังคับให้สวมฮิญาบไปโรงเรียนในเมืองปาดัง จังหวัดสุมาตราตะวันตก

อินโดนีเซียเป็นประเทศที่มีชาวมุสลิมอยู่เกือบร้อยละ 90 ของประชากรทั้งหมด ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมามีความกังวลว่าจะมีการตีความคำสอนของศาสนาอิสลามไปในเชิงอนุรักษ์นิยมมากขึ้นจนทำให้เกิดการไม่ยอมรับความแตกต่างทางศาสนา

รองประธานาธิบดีอินโดนีเซีย มารัฟ อามิน กล่าวว่าการสวมฮิญาบไม่ควรทำให้กลายเป็นเรื่องของการบังคับให้ทำ หรือกลายเป็นเรื่องที่ห้ามทำ นั่นหมายความว่านักเรียนทุกคน หรือพ่อแม่ทุกคนควรจะตัดสินใจเองว่าพวกเขาจะปฏิบัติตัวอย่างไร แน่นอนว่าคนที่เป็นมุสลิมจะมองว่าฮิญาบเป็นสิ่งที่ต้องสวมใส่อยู่แล้วพวกเขาก็จะตัดสินใจด้วยตนเองในการสวมใส่เครื่องแต่งกายเหล่านี้

"ดังนั้นแล้วจึงไม่มีการบังคับ ผมคิดว่านี่เป็นความมีวุฒิภาวะของศาสนา, ประเทศชาติ, และของรัฐ ไม่ควรจะต้องมีกฎใดๆ บังคับ ห้าม หรือกำหนดให้ทำตาม" มารัฟกล่าว

เรียบเรียงจาก
Indonesia revokes religious dress code regulations in public schools, Coconuts, 04-02-2021
Indonesia bans mandatory religious attire in state schools, Aljazeera, 05-02-2021

สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

ประชาไท

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

พื้นที่ประชาสัมพันธ์